เตรียมใจไว้ก่อน – ในการเจรจาทุกครั้ง โอกาสที่อีกฝ่ายจะตอบรับหรือปฏิเสธต่างมี 50/50 เท่ากัน ดังนั้นควรเตรียมใจก่อนเริ่มสนทนาและถ้าปรากฏว่าอีกฝ่ายบอกว่าไม่ขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งท้อและควรเดินหน้าหาให้รู้ว่าเกิดจากอะไร

การปฏิเสธไม่ใช่จุดสิ้นสุด – เมื่อตั้งสติหลังถูกปฏิเสธได้แล้ว ถัดมาคือการหาให้เจอกับมันเกิดจากอะไร โดยอาจมาจากความไม่แน่ใจ ลังเล หรือบางทีอาจไม่มีคำไหนดีกว่านี้แล้วที่จะพูดออกมา เพราะถ้าคุณเข้าใจคู่สนทนาการพลิกสถานการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

เดินหน้าใช้แผนสอง – หลังทราบเหตุผลของคำว่า “ไม่” แล้ว ให้ใช้แผนสองที่เตรียมมาทันที เพื่อไม่ให้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและพลิกสถานการณ์ขยับขึ้นมาเป็นฝ่ายที่คุมเกมบ้าง เช่นเซลส์ขายรถที่เปลี่ยนมาเสนอสิทธิพิเศษและของสมนาคุณต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่า หลังลูกค้าลังเลเพราะคิดราคารถแพงเกินงบที่ตั้งไว้ โดยท้ายที่สุดความเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะตอบรับอาจมีเพิ่มขึ้น

มองหาโอกาสใหม่ในทันที – ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าผลการสนทนาอาจออกได้ทั้ง 2 หน้า โดยหากโชคไม่เข้าข้าง ถูกอีกฝ่ายปฏิเสธก็อย่าถอดใจ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปเสียหมดและคุณสามารถสร้างโอกาสใหม่เพื่อใช้ขยับเข้าใกล้คำว่า “ใช่” เข้าไปอีกขั้น ตัวอย่างชัดเจนของอาชีพที่ยังมีหวังหลังถูกปฏิเสธคือเซลส์หรือตัวแทนขายประกันที่ให้นามบัตรกับลูกค้าไว้แม้ปิดการขายไม่ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าลูกค้าอาจบอกต่อกับเพื่อนที่สนใจหรือหากเปลี่ยนอาจตอบว่า “ใช่” และปิดการขายได้ในอนาคต / entrepreneur

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer