เฉยไว้ก่อน – ไม่มี Admin คนไหนนิ่งอยู่ได้หาก Page หรือ Website ที่ดูแลอยู่ถูกวิจารณ์ เพราะนี่คือธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องรู้สึกโกรธหรือกลัว ต่อทัศนะเชิงลบต่างๆ แต่เพื่อลดโอกาสทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายและตอบกลับด้วยอารมณ์เป็นใหญ่จนเหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟ ควรนิ่งไว้ก่อน พิจารณาอย่างรอบคอบว่าพลาดตรงไหน หรือทางเราผิดจริงหรือไม่ โดยถ้าเป็นฝั่งแบรนด์เองที่พลาดก็ให้วางแผนแล้วเดินหน้าแก้ไข

มองให้เป็นโอกาส – แน่นอนว่าเป็นการยากที่ทำใจยอมรับความผิดพลาด แต่กระแสตอบรับแย่ๆ เหล่านี้ หากมองในมุมบวกนี่คือโอกาสให้แบรนด์ได้แก้ตัวและหาทางป้องกันไม่ให้พลาดซ้ำอีกนั่นเอง

พลาดแค่ไหนก็ยังมีประโยชน์ – ถ้าไม่เคยพลาดเลย แบรนด์ก็อาจไม่รู้ว่า Online Campaign ที่ปล่อยไป มีจุดบกพร่องตรงไหนหรือมีอะไรที่เหล่า Fanpage หรือผู้บริโภคไม่ OK ดังนั้นเมื่อเห็นปัญหาจากความผิดพลาดก็จงแก้ไขให้ถูกต้อง

ใส่ใจทุก Comment – อาจเสียเวลาพอสมควรกับการดูความคิดเห็นทั้งหมด แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้รู้ว่าลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายชอบ/ไม่ชอบ Online Campaign ของแบรนด์แล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าทางแบรนด์มีความใส่ใจ รับฟังทุกคน และได้ใช้ความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ

ต่อยอดเป็นนโยบายสำคัญ – ในเมื่อรับมือแค่ไหนแต่ก็ยังมี Fanpage ที่ไม่พอใจเกิดขึ้นตลอด คงจะดีกว่าถ้ากำหนดมาตรการแก้ไขเตรียมพร้อมไว้เพื่อระงับลดไม่พอใจได้ทันท่วงทีและกอบกู้ชื่อเสียงให้เร็วที่สุด หรือหากเป็นไปได้ใน (กรณีที่เป็นแบรนด์ใหญ่) ก็สามารถให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายสื่อสารองค์กรหรือลูกค้าสัมพันธ์ ส่วนมาตรการรับมือต่างๆ ก็ทำได้หลากหลาย ตั้งแต่การขอโทษ แก้ไขข้อผิดพลาด ปรับปรุงสินค้าและบริการ ไปจนถึงไปขอโทษเป็นการส่วนตัวพร้อมดอกไม้หรือของปลอบใจ

หมั่นตรวจดูกระแสตอบรับ – เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทุกที่และทุกเวลา กระแสตอบรับในโลก Online จึงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน แต่การตรวจดู Comment ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น โดยเพื่อความสะดวก แบรนด์อาจให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของแผนกใดแผนกหนึ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว หรือลงทุนกับ Software ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวกับแบรนด์คุณบนช่องทางนี้ / entrepreneur