วันนี้ Microsoft Teams คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของผู้ใช้งานไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และโลก

ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 Microsoft Teams มีผู้ใช้งานแอคทีฟต่อเดือนทั่วโลก (MAU) 250 ล้านราย

ส่วนก่อนหน้านั้นในเดือนเมษายน 2564 Microsoft Teams มีผู้ใช้งานแอคทีฟต่อวัน (DAU) 145 ล้านราย ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก Microsoft Investor Relations

และเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2563 Microsoft Team  มีผู้ใช้งานแอคทีฟต่อวันเพียง 44 ล้านรายเท่านั้น ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก Tom Arbuthnot MVP Microsoft

ส่วนประเทศไทย ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลในงานแถลงข่าวประจำปีไมโครซอฟท์ว่าการใช้งาน  Microsoft Teams ในประเทศไทยเติบโตมากกว่า 1,000% ใน 19 เดือนที่ผ่านมา นับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2563 และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงสุดในไมโครซอฟท์ประเทศไทย

การเติบโตของ Microsoft Teams มาจากอะไร
ธนวัฒน์ยอมรับว่าเป็นการเติบโตที่มาจากภาคการศึกษาที่ใช้ Microsoft Teams ในการเรียนการสอนเป็นหลัก

ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่าในปัจจุบันโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่สังกัด สพฐ. มีจำนวนครูทั้งสิ้น 4.7 แสนคน นักเรียน 6.65 ล้านคน และนักเรียนอาชีวะอีก 1 ล้านคนทั่วประเทศไทย รวมเป็นกว่า 8.12 ล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมระดับมหาวิทยาลัยที่มีอาจารย์และนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง

ตลาดการศึกษาจึงถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ในแต่ละโรงเรียนมีครูและนักเรียนจำนวนมาก และมีพฤติกรรมการใช้งานเกือบทุกวัน และถ้าเข้าไปให้บริการใน 1 โรงเรียนได้ ไมโครซอฟท์จะสามารถสร้างการเติบโตในมุมของผู้ใช้ Microsoft Teams ที่แอคทีฟต่อวันได้อย่างรวดเร็ว

รวมถึงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของไมโครซอฟท์ในรูปแบบโซลูชั่นได้อีกด้วย

การบุกตลาดการศึกษาของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) นอกเหนือจากมีทีมไปเสนอบริการในรูปแบบโซลูชั่นการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนแล้ว

ไมโครซอฟท์ยังมีโครงการอบรมให้ความรู้ครูในการใช้งาน Microsoft Teams ในด้านต่าง ๆ ทั้งการสอนออนไลน์ และการสอบออนไลน์ โดยโครงการนี้จะให้ครูที่สนใจสมัครเข้ามาอบรม และไมโครซอฟท์วางเป้าหมายอบรมครูให้ได้ 4.3 แสนคนภายใน 10 วัน

การจัดอบรมครูเรามองว่าในมุมการตลาดเป็นหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้ครูเห็นฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกในการสอน และเป็นกระบอกเสียงหนึ่งในการเสนอแนะให้โรงเรียนเลือก Microsoft Teams ใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์อีกด้วย

นอกจากนี้ ธนวัฒน์ยังมองว่าหลังจาก Windows 11 เปิดการเติบโตของ Microsoft Teams จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่านี้เนื่องจาก Windows 11 จะมีการนำ Microsoft Teams เข้ามาเป็นฟังก์ชันพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดเพิ่ม

 

 

อย่างไรก็ดี แม้ Microsoft Teams จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูง แต่รายได้ของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จะมาจากหลากหลายผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นต่าง ๆ ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นหนึ่งในโอกาสในการสร้างรายได้ที่เติบโตจากธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองสู่การทำงานในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) มีรายได้ในปี 2563 มากถึง 1,006.7 ล้านบาท เติบโต 5.49% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้ 954.2 ล้านบาท

ส่วนกำไรในปี 2563 มีกำไรมากถึง 113.2 ล้านบาท เติบโต 226% จากปี 2562 ที่มีกำไร 34.7 ล้านบาท

 

และในปีนี้เราคาดการณ์ว่าไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จะเติบโตกว่านี้แน่นอน

เนื่องจากธนวัฒน์วางกลยุทธ์ของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ปีนี้ว่า เป็นปีแห่งการเดินหน้า ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ประการ ได้แก่

1. สร้างมาตรฐานใหม่

จับมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ยกระดับมาตรฐานในการให้บริการ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของไมโครซอฟท์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งาน

เช่นที่ผ่านมา Microsoft Teams และ Microsoft 365 ได้ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของระบบควบคุมการประชุม โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) เป็นต้น

 

2. สร้างทักษะใหม่

ไมโครซอฟท์มีเป้าหมายที่จะสร้างทักษะดิจิทัลให้กับคนไทยเกินกว่า 10 ล้านคนในทุกระดับ นับตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงคณาจารย์และคนทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

 

3. สร้างวิถีใหม่

ในปีนี้ ไมโครซอฟท์จะมีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มากมายเข้ามาตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป 8 ด้านได้แก่  

  1. Anywhere, Everywhere: ทำอะไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ผ่านระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การเล่น การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้ชีวิต
  2. Digital First World: การที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัลทำให้ระบบทุกอย่างจะถูกออกแบบมาเพื่อการนี้ รวมไปถึงโมเดลธุรกิจที่ต้องมีดิจิทัลเป็นหัวใจ
  3. Cloud Economy: การมาอย่างรวดเร็วและยิ่งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคลาวด์
  4. New Gen of Business & Intelligence: ก้าวต่อไปของการยกระดับธุรกิจด้วยข้อมูล
  5. Strategic Economy Partnership: สร้างความร่วมมือด้วยจุดมุ่งหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจน มุ่งสู่ความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น
  6. Citizen Developers: พลเมืองนักพัฒนา เมื่อทุกคนสามารถนำเทคโนโลยีมาพัฒนางานของตัวเองได้
  7. Economy of Trust: เมื่อความไว้วางใจต้องมาก่อน เป็นรากฐานในการออกแบบทุกผลิตภัณฑ์และบริการ ให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ไปด้วยกัน
  8. Sustainable Development Goal: ตั้งเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบยั่งยืน

ทั้งนี้ สำหรับไมโครซอฟท์ทั่วโลกในปี 2564 (ปีปฏิทินไมโครซอฟท์ กรกฎาคม 2563-มิถุนายน 2564) มีรายได้รวม 168,088 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.6 ล้านล้านบาท เติบโต 17.5% จากปีที่ผ่านมา กำไร 61,271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท เติบโต 38.4%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน