กว่าที่จะขึ้นมาประสบความสำเร็จ มีความมั่งคั่งระดับทอปไม่ว่าในประเทศก็ตาม มหาเศรษฐีแทบทุกคนล้วนมีประวัติชีวิตน่าสนใจ โดยจุดร่วมสำคัญคือ เริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่ก็พัฒนาตัวเองผ่านการมองเห็นลู่ทางทำธุรกิจและการลงทุน จนที่สุดได้เป็นมหาเศรษฐี เหมือน Goh Cheng Liang ที่อยู่ Top 5 บุคคลร่ำรวยสุดในสิงคโปร์ปีนี้ ซึ่งบทเรียนแรก ๆ ในการทำธุรกิจคือ การเป็นลูกมือร้านขายแหจับปลา

Goh Cheng Liang 

Goh Cheng Liang (โก๊ะ เชง เหลียง) เป็นชาวสิงคโปร์ เกิดเมื่อปี 1928  ในครอบครัวฐานะยากจน ซึ่งสมาชิกทั้งหมดรวม 6 คนจำต้องอาศัยอยู่กันอย่างเบียดเสียดในห้องแถวราคาถูก โดยจากความยากจนทำให้พ่อกับแม่ส่งเขาไปทำงานร้านขายแหจับปลาของพี่เขยในมาเลเซีย ด้วยวัยเพียง 12 ปี ซึ่งถือว่าพอไปได้ทีเดียว เพราะขณะนั้นสิงคโปร์ยังรวมอยู่กับมาเลเซีย และการประมงเป็นธุรกิจทำเงิน

นี่ถือเป็นบทเรียนแรก ๆ ในการทำธุรกิจของ Goh Cheng Liang โดยเขาอยู่ช่วยงานพี่เขยจนถึงปี 1943 แล้วถึงกลับสิงคโปร์ และมาเริ่มธุรกิจของตัวเอง แต่ร้านขายน้ำอัดลมของเขาล้มไม่เป็นท่าจนต้องไปเป็นลูกจ้างร้านขายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้างอยู่ 4 ปีครึ่ง

ปี 1949 Goh Cheng Liang ในวัย 21 ปี คิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองอีกครั้ง โดยเขานำเงินเก็บที่มีซื้อสีเก่าของกองทัพอังกฤษ มาเจือจางและผสมใหม่เพื่อขายให้ได้ในปริมาณมาก จนเป็นที่มาของสีตรานกพิราบ ซึ่งทำให้เขาตั้งตัวได้และมีฐานะขึ้นมา

ข้ามมาปี 1950 สีตรานกพิราบของ Goh Cheng Liang ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากในสิงคโปร์ เพราะขณะนั้นการนำเข้าเป็นไปอย่างจำกัดจากผลกระทบของสงครามเกาหลี โดยเม็ดเงินจากช่วงนี้เองทำให้เขาสามารถขยายธุรกิจและเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ของ Nippon Paint ทั้งในสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวลาต่อมา 

หลังจากนั้น Goh Cheng Laing ก็เริ่มเข้าไปซื้อหุ้นของ Nippon Paint ผ่าน Wuthelem Group และขึ้นมาเป็นเศรษฐีของสิงคโปร์ ขณะเดียวยังได้สัญญา ‘ทาสี’ ให้อาคารใหญ่ๆ และมีความสำคัญของประเทศบ้านเกิดมากมาย

ที่สุดในปี 2020 Wuthelem Group ก็ขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Nippon Paint ด้วยการถือครองหุ้น 60% เพิ่มจาก 38% ผ่านข้อตกลงมูลค่า 12,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 407,000 ล้านบาท) โดยเขาส่ง Goh Hup Jin ลูกชายไปเป็นประธาน Nippon Paint

Goh Hup Jin

ทั้งหมดทำให้ปัจจุบัน Goh Cheng Laing เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของสิงคโปร์ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 621,000 ล้านบาท) ส่วน Nippon Paint ก็ยังครองตำแหน่งแบรนด์สีใหญ่สุดอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก ด้วยยอดขาย 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 252,000 ล้านบาท)

นอกแวดวงธุรกิจ Goh Cheng Liang เป็นที่จดจำในฐานะมหาเศรษฐีใจบุญ โดยเขาบริจาคเงินถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,700 ล้านบาท) ให้กับศูนย์มะเร็งแห่งชาติของสิงคโปร์

ในส่วนของอันดับมหาเศรษฐี 5 คนที่ร่ำรวยสุดของสิงคโปร์ปีนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจมากมาย โดย 5 คนมาจากธุรกิจต่างกัน มีทั้งเทคโนโลยีการแพทย์ ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี สี เชนร้านชาบูสไตล์จีน และเกมออนไลน์กับ E-commerce แต่ในจำนวนนี้มีเพียง Goh Cheng Liang คนเดียวเท่านั้นที่เป็นชาวสิงคโปร์โดยกำเนิด

เหตุที่อันดับส่วนใหญ่ของ Top 5 มหาเศรษฐีสิงคโปร์เป็นชาวต่างชาติที่เปลี่ยนสัญชาติมาเป็นสิงคโปร์ เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่เก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่าง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสเปน 

ขณะเดียวกันสิงคโปร์ยังเป็นประเทศมีสาธารณปูโภคครบครันและเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนประชาชนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี  และเศรษฐกิจก็โตต่อเนื่องจากการเป็นเมืองท่าสำคัญ หนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจของเอเชียและการเมืองนิ่ง

Eduardo Saverin  

หนึ่งในมหาเศรษฐีคนดังระดับโลกที่ย้ายมาอยู่และโอนสัญชาติเป็นสิงคโปร์คือ Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook

Li Xiting 

ขณะที่ Li Xiting ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Mindray แบรนด์เครื่องช่วยหายใจจีนที่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล จากสถานการณ์โควิด ก็โอนสัญญาติจากจีนเป็นสิงคโปร์มาหลายปี และปีนี้ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของสิงคโปร์ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 23,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 768,000 ล้านบาท)/forbes, wikipedea, cna, cnn, straitestimes



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน