โออิชิ ฟู้ดทรัค หมากแก้เกมธุรกิจอาหารของบิ๊กเนมที่ยังมีอุปสรรค (วิเคราะห์)
แม้โออิชิ ฟู้ดทรัค ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมาโออิชิเคยออก โออิชิ ฟู้ดทรัค มาทดลองตลาด 1 คันเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมาเพื่อตระเวนขายอาหารโออิชิตามสถานที่ต่าง ๆ
การเปิดโมเดล โออิชิ ฟู้ดทรัค ในครั้งนั้นหลายคนมองว่าเป็นกิมมิกการตลาดที่สร้างสีสันให้กับแบรนด์
แต่ในวันนี้ โออิชิกลับมาให้ความสำคัญกับ โออิชิ ฟู้ดทรัค อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถขายอาหารโออิชิ ฟู้ดทรัค เพิ่มอีก 7 คัน รวมของเดิมเป็น 8 คัน
ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจร้านอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงสีสันในการทำตลาดเท่านั้น แต่ชูเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการ ในเวลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เพื่อสร้างโอกาสในช่วงล็อกดาวน์
สิ่งที่ทำให้โออิชิต้องเอาจริงกับช่องทางรถฟู้ดทรัค เพราะอะไร
1. รายได้ของโออิชิในธุรกิจอาหารลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้
รายได้ของโออิชิในธุรกิจอาหารนับตั้งแต่ต้นปี มีอัตรารายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นจำกัดการนั่งรับประทานในร้าน กำหนดเวลาให้บริการและอื่น ๆ
ในไตรมาส 2/64 ธุรกิจอาหารของโออิชิมีรายได้เพียง 953 ล้านบาท ลดลง 28.8% เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
โดยที่ผ่านมาธุรกิจอาหารโออิชิ มีรายได้ดังนี้
ไตรมาส 2/2563 รายได้ 1,339 ล้านบาท
ไตรมาส 3/2563 รายได้ 630 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 4/2563 รายได้ 1,244 ล้านบาท
ไตรมาส 1/2564 รายได้ 1,187 ล้านบาท
และไตรมาส 2/2564 รายได้ 953 ล้านบาท
2. ล็อกดาวน์รอบใหม่กระทบยอดขายร้านในห้าง สั่งผ่านแอปฯ มีคู่แข่งจำนวนมาก
มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ที่มีการปิดร้านอาหารในห้าง ก่อนที่จะผ่อนปรนให้สามารถขายในรูปแบบเดลิเวอรี่ได้ เป็นหนึ่งในอุปสรรคการสร้างยอดจำหน่ายสำหรับร้านอาหารในห้าง เพราะการสั่งอาหารผ่านแอปฯ ลูกค้ามีโอกาสจะเปลี่ยนใจเลือกสั่งอาหารร้านอื่นจากแคมเปญโปรโมชั่นจึงมีมากขึ้นตามมา
3. โออิชิต้องการสร้างช่องทางใหม่ ๆ เข้าถึงลูกค้านอกห้าง
โออิชิ ฟู้ดทรัคเป็นหนึ่งในช่องทางในการเข้าถึงลูกค้านอกห้างเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้ออาหารโออิชิได้สะดวกขึ้น และยังสามารถย้ายทำเลที่ตั้งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ถ้าทำเลนั้นไม่สามารถสร้างรายได้ได้ตามเป้าหมาย
การเปิดตัวของโออิชิ ฟู้ดทรัคครั้งนี้ โออิชิวางแผนนำรถ 7 คันประจำอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และอยุธยา ได้แก่
ปตท. ปัญญาอินทรา-เขตคันนายาว
ต่อมา ปตท. เอนเนอร์ยี่ พาร์ค-เขตตลิ่งชัน
ปตท. แยกหาดจอมเทียน-ชลบุรี
ปตท. คลองหลวง คลอง 1-ปทุมธานี, (5)
และปตท. แพรกษา-สมุทรปราการ
จุดพักรถ พอร์โต โก บางปะอิน-พระนครศรีอยุธยา
สถานีบริการน้ำมันบางจาก บายพาส (ขาเข้ากรุงเทพฯ) – ชลบุรี
และอีก 1 คัน ตระเวนขายตามสถานที่ต่าง ๆ

การที่โออิชิเลือกจุดขายเป็นสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่เรามองว่ามาจากเป็นสถานที่ที่ง่ายต่อการจอดรถ และเป็นพื้นที่ที่มีทราฟิกผู้ที่แวะเข้ามาเติมน้ำมันทำให้โออิชิสามารถสร้างโอกาสการขยายกับลูกค้าขาจรที่แวะมาเติมน้ำมัน และลูกค้าขาประจำที่แวะเข้ามาซื้ออาหารเพื่อรับประทานจากการมองเห็นว่าง่ายต่อการจอดรถซื้อ
ทั้งนี้ เรามองว่าการเปิดตัวรถ โออิชิ ฟู้ดทรัค ยังคงมีอุปสรรคในแง่ของ
1. จำนวนรถที่กระจายขายอาหาร เพราะในปัจจุบันมีเพียง 8 คันเท่านั้น
2. ความหลากหลายของอาหารที่จำหน่าย เนื่องจากฟู้ดทรัคมีพื้นที่ที่จำกัดให้อาหารที่ขายในรูปแบบนี้มีเมนูให้เลือกไม่มากนัก โดยเมนูที่มีจำหน่ายผ่านโออิชิมีเพียงเมนูกลุ่มเบนโตะ ประกอบด้วย ยากิโทริ เทอริยากิ เบนโตะ เซต, บูตะสตะมินะ เบนโตะ เซต, และแซลมอน เบนโตะ เซต
เมนูกลุ่มดงบุริ ประกอบด้วย ข้าวหน้าหมูเกาหลี, ข้าวหน้าไก่ย่างซีอิ๊ว, และข้าวหน้าปลาซาบะ
และเมนูกลุ่มอาหารว่างและของรับประทานเล่นเท่านั้น
การที่มีอาหารให้เลือกไม่มากนักทำให้ความถี่ในการซื้ออาหารของผู้บริโภคจะมีน้อยลงตามมา
อย่างไรก็ดี การที่โออิชิขยายช่องทางสู่ฟู้ดทรัคเป็นหนึ่งในการตลาดในการเอาตัวรอดของธุรกิจร้านอาหารในยุคโควิด-19 ได้อีกช่องทางหนึ่ง
Marketeer FYI
ประเทศไทยมีร้านฟู้ดทรัค 2,800 คัน
แบ่งเป็น
ขายอาหารอินเตอร์ 27%
ขายเครื่องดื่ม 26%
ขายอาหารไทย 22%
ขายอาหารว่าง-หวาน 15%
ขายอาหารว่าง-คาว 10%
ประจำอยู่ในที่ต่าง ๆ ได้แก่
ภาคกลาง 60%
ภาคเหนือ 14%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9%
ภาคตะวันออก 6%
ภาคใต้ 6%
ภาคตะวันตก 5%
ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ อ้างอิงอัปเดตเดือนกุมภาพันธ์ 2564
Website : Marketeeronline.co /
