โฆษณาดิจิทัล ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ยังเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา

DAAT คาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลปีนี้จบที่ 23,315 ล้านบาท เติบโต 11% จากปี 2020

การเติบโตนี้มาจากเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลครึ่งปีแรกทำไปแล้วที่ 11,732 ล้านบาท

และคาดว่าครึ่งปีหลังจะสามารถสร้างมูลค่าได้ถึง 11,583 ล้านบาท

การเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล 11% เป็นการเติบโตมากกว่าปี 2563 ที่มีการเติบโตเพียง 8% เท่านั้น

ทั้ง ๆ ที่ปีนี้ในประเทศไทยได้รับผลกระทบวงกว้างในธุรกิจและเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ในต้นปีที่ผ่านมา

สาเหตุการเติบโตนี้

ราชศักดิ์ อัศวศุภชัย Managing Director IPG Mediabrands/Kinesso,
พัชรี เพิ่มวงศ์อัศวะ Business Unit Head – Digital Publicis Media,

ชาญชัย พงศ์นันท์ Deputy Head of Performance Marketing Head of Digital Investment Dentsu International (Thailand)

และอาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ (ประเทศไทย)

ให้ข้อมูลกับเราในงาน DAAT DAY 2021 Winning Tomorrow Together  Session (DAAT) Digital Spending HY2021 ว่า เป็นการเติบโตจาก

 

 

1.)

ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับสื่อดิจิทัลมากขึ้น

แม้ธุรกิจหลักจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่หดตัว และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะการห้ามรวมกลุ่ม และการเดินทาง โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว อสังหา รีเทลต่าง ๆ ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

แต่ยังมีบางธุรกิจที่อาศัยช่วงจังหวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ เช่น กลุ่มอุปโภคบริโภค อาหาร ของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ อีคอมเมิร์ซ มาร์เก็ตเพลส และเดลิเวอรี่ ซึ่งสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

นอกจากนี้ จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐมีผลต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยเช่นกัน

ในปีที่ผ่านมาสื่อดิจิทัลไทยเติบโต 8% แม้จะเป็นการเติบโตเพียงหลักเดียว แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการลดใช้สื่อดิจิทัลน้อยลง

ส่วนปีนี้ เติบโต 11% จากแบรนด์ปรับตัวไปใช้ช่องทางการขายออนไลน์มากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำงานในรูปแบบ Work from Home ใช้อีเมล แชต วิดีโอคอล ในการติดต่อสื่อสาร

และใช้เวลาว่างในการดูวิดีโอสตรีมมิ่ง เช่น Netflix, Viu

เล่นโซเชียลมีเดีย

สั่งสินค้าผ่านออนไลน์

พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้สื่อดิจิทัลอยู่กับผู้บริโภคตลอดเวลา
นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ทำให้แบรนด์ไม่ตื่นตระหนกจากสถานการณ์ล็อกดาวน์และอื่น ๆ

เพราะมองว่าสื่อดิจิทัลเป็นช่องทางขายให้กับแบรนด์ได้

 

ประกอบกับผู้บริโภคเดินทางออกจากบ้านไปซื้อสินค้าน้อยลง เพราะสามารถซื้อผ่านออนไลน์ได้ และสามารถอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจได้ง่ายด้วย

 

แบรนด์ใช้เป็นช่องทางการขาย และผู้บริโภคใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น ทำให้สื่อดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง

แม้สื่อทีวีหลักจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายระดับแมส แต่ในขณะที่คนรุ่นใหม่ดูทีวีน้อยลง สื่อดิจิทัลจะเข้ามา Reach ถึงคนรุ่นใหม่ และยังสามารถเพิ่ม Engagement ยอดขาย รวมถึงเก็บดาต้าของกลุ่มเป้าหมายเพื่อ Segment, Retarget และอื่นๆ

2.)

กลุ่มยานยนต์ยังคงใช้เม็ดเงินอันดับ 1 แม้จะเติบโตเพียง 2%

กลุ่มยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์สูงสุดอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2017

ในปีนี้กลุ่มยานยนต์ใช้เม็ดเงิน 2,787 ล้านบาท เติบโต 2%

และในสถานการณ์ปกติกลุ่มยานยนต์จะใช้เม็ดเงินมากกว่านี้

สิ่งที่ทำให้กลุ่มยานยนต์ใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลครองอันดับหนึ่งมาเสมอ มาจากการมองเห็นสื่อดิจิทัลสามารถสร้าง Awareness และผลักดันให้เกิดยอดขายได้

ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้สื่อดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อรถยนต์ ทั้งการเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพ รูปลักษณ์ ราคา รวมถึงบริการหลังการขาย

 

แต่ในปีนี้กลุ่มยานยนต์ยังใช้เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ไม่ได้เต็มที่นัก มาจากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคจำกัดการเดินทางออกนอกบ้าน ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจในการซื้อรถยนต์ใหม่ลง เป็นต้น

 

 

3.)

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบอร์สองที่ใช้เม็ดเงินเติบโต 2 หลัก

ในปีนี้เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าการเติบโต 34%

ส่วนปีที่ผ่านมาเติบโต 57%

การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์มาจาก แบรนด์ในกลุ่มนี้มีการใช้สื่อดิจิทัลในการทำตลาดมากขึ้นเพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ออกจากบ้านน้อยลง และซื้อของกักตุนสินค้ามากขึ้นเพื่อใช้ชีวิตอยู่ติดกับบ้าน

เช่น น้ำดื่ม น้ำอัดลม ชา กาแฟ

และยังเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ของการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

นอกจากนี้ ในกลุ่มเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ยังมี Category ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ๆ เช่น น้ำผสมวิตามิน เครื่องดื่มเพิ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นพิเศษ

และตามธรรมชาติเมื่อเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดจะมีการทำการตลาดหนักในทุกช่องทาง

รวมถึงใช้สื่อออนไลน์ในการเข้าถึงผู้บริโภคตามบ้านขณะกักตัวอยู่บ้านด้วยเช่นกัน

 

4.)

สกินแคร์เติบโตเพราะคนซื้อของที่ร้านไม่ได้

จากเดิมช่องทางหลักขายในห้าง ในร้านที่ผู้บริโภคเข้ามาทดลองสินค้าด้วยตัวเอง

แต่โควิด-19 ทำให้ช่องทางขายเหล่านี้ลดลงจากเหตุการณ์ล็อกดาวน์และอื่น ๆ ทำให้แบรนด์หันมาขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น อีมาร์เก็ตเพลส แบรนด์ดอทคอม และใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้นในการสื่อสารทำโปรโมชั่นขับเคลื่อนลูกค้าไปสู่ยอดขายมากขึ้น

นอกจากนี้ กลุ่มสกินแคร์ใน 2-3 ปีที่ผ่านมามี Global และ Local เข้ามาทำตลาดและใช้งบโฆษณาโปรโมตสินค้าด้วยเช่นกัน

 

5.)

ธนาคารหนึ่งเดียวใน Top 10 ใช้เม็ดโฆษณาลดลง

ปีที่ผ่านมากลุ่มธนาคารมีการใช้เม็ดเงินลดลง 23% ส่วนปีนี้ลดลง 10% และเป็นกลุ่มเดียวใน Top 10 ที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาลดลง

การลดลงของเม็ดเงินโฆษณาธนาคารมาจากการนำเม็ดเงินมาใช้สร้าง Brand Awareness และ Branding น้อยลง

และหันมาใช้สื่อดิจิทัลสื่อสารผลักดันให้เกิดการสมัครผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคารมากขึ้น

นอกจากนี้ การลดลงของโฆษณาดิจิทัลในกลุ่มธนาคารยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชะลอการลงทุนลง เพราะต้องการเก็บเงินไว้ก่อนเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

และนอกจากนี้ มาตรการคุ้มครองเงินฝากที่ลดวงเงินลงเหลือ 1 ล้านบาท ต่อ 1 บุคคล ต่อ 1 ธนาคาร ทำให้ผู้บริโภคต้องโยกเงินฝากไปธนาคารต่าง ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

ส่วนกลุ่มประกันปีที่ผ่านมามีการใช้เม็ดเงินลดลง แต่ปีนี้คาดการณ์เติบโต 1% จากความสนใจประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจในการรักษา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน