บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 146 บริษัทจดทะเบียนที่มีรายชื่ออยู่ในหุ้นยั่งยืน ‘Thailand Sustainability Investment’ (THSI) ประจำปี พ.ศ. 2564 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)  ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

ด้วยความมุ่งมั่นในการเสริมสร้าง “พลังเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” โอสถสภาดำเนินธุรกิจด้วยการยึดหลักความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการเติบโตด้านผลกำไรในระยะยาว และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความยั่งยืนได้ถูกผนวกเข้ากับกลยุทธ์หลักขององค์กรในการวางรากฐานที่มั่นคงและสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวนตามกลยุทธ์เสาหลัก 3 + 1 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เสาหลักดังกล่าว ได้แก่

1) เสาหลักด้านธุรกิจ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับธุรกิจของโอสถสภาและคู่ค้าที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า

2) เสาหลักด้านสังคม ซึ่งมุ่งสร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมพนักงานในองค์กรให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับการขยายตัวของธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนด้วยโครงการที่มุ่งพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคนในสังคม

3) เสาหลักด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งมั่นลดผลกระทบจากกระบวนการผลิตและการบริโภคสินค้าที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการ “Bottle to Bottle” หรือ “ส่งขวดแก้วสู่ขวดแก้ว” ส่งเสริมการนำขวดแก้วที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตขวดใหม่ บริหารจัดการน้ำในกระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเสาหลักทั้งสามนี้มีบุคลากรในองค์กร (People) เป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนแผนให้บรรลุตามเป้าประสงค์ที่วางไว้

และในปีนี้ โอสถสภายังได้ดำเนินการตามโรดแมปความยั่งยืน 5 ด้าน ตามแผน 5 ปี (2563 – 2568) ซึ่งรวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้บริโภค ตลอดจนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยตั้งเป้าในการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน ลดการนำเข้าและเพิ่มการใช้วัตถุดิบสมุนไพรภายในประเทศ พร้อมเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าในเครือทั้งหมดเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 

สำหรับในปี 2564 นั้น แม้ภาคส่วนต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แต่ด้วยการให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น โอสถสภาสามารถปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับให้ความช่วยเหลือสังคมในหลากหลายมิติ สอดคล้องกับแนวทางในการให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการภาวะวิกฤตที่ครอบคลุมถึงการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยนำปัจจัย New Normal เช่น ประเด็น Digital Transformation และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) เพื่อปรับตัวและตอบโจทย์ความท้าทายในอนาคต พร้อมกับให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (Operational Efficiency) รวมถึงการช่วยเหลือสังคม ผู้มีส่วนได้เสียทั้งลูกค้าและคู่ค้า เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (THSI) ประจำปี 2564 นั้นถือเป็นสิ่งยืนยันในความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ 130 ปีของโอสถสภา และพร้อมที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเติบโตคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน