Marketing Everything/รวิศ หาญอุตสาหะ

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสอ่านบทความเรื่องหนึ่งจาก McKinsey ที่ชื่อว่า “What matters most? Five priorities for CEOs in the next normal” โดยได้มีการพูดถึง 5 สิ่งสำคัญที่ซีอีโอจำเป็นต้องให้ความสำคัญและนำมาปรับใช้เพื่อพร้อมรับมือ “โลกยุคปกติใหม่” หรือ “Next Normal” โดยเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความจำเป็นอย่างมาก ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวันไม่เคยหยุด เพราะตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด–19 จนถึงปัจจุบันก็กินเวลาเกือบ 2 ปีได้แล้ว เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อทุกอย่างบนโลกเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะแวดวงธุรกิจที่ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วในยุค “New Normal”

เมื่อระยะเวลาผ่านไปสถานการณ์ในหลายประเทศเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลายธุรกิจเริ่มกลับมาลืมตาอ้าปากได้แต่ก็น่าเสียดายที่บางธุรกิจก็แบกรับผลกระทบไม่ไหวจนต้องปิดตัวไปตาม ๆ กัน ตอนนี้พวกเรากำลังจะก้าวไปสู่ “Next Normal” หรือ “โลกปกติใหม่” ทุกคนพร้อมหรือยังที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงกันอีกรอบ?

เพื่อความอยู่รอดขององค์กรและความพร้อมในการต่อสู้ทั้งคู่แข่งและภัยธรรมชาติในฐานะซีอีโอจะรับมืออย่างไรดี? และนี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่ CEO ต้องรู้และทำ

 

  1. Sustainability | ความยั่งยืนนั้นคงทน

ปัจจุบันหลายธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับ “Sustainability” หรือ “ความยั่งยืน” เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกได้ว่ากลายมาเป็นส่วนสำคัญในทุกกระบวนการไปแล้วก็ว่าได้ ผมคิดว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีเลยทีเดียว อย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันหลายสิ่งได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คำนิยามของ “ธุรกิจที่ดีและประสบความสำเร็จ” ในยุคนี้คงจะมองเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวไม่ได้เพราะมันมีแต่ความไม่แน่นอน

การมีแผนระยะยาวและเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันควบคู่กันไปนั้นจะตอบโจทย์มากกว่า ธุรกิจสมัยใหม่ที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืนนั้นไม่เพียงแต่เน้นกำไรแต่จะต้องมีความจริงใจ ใส่ใจ และคำนึงถึงความยั่งยืนในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นจนจบนั้นต้องส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดหรือถ้าไม่เกิดเลยก็จะดีมาก

  1. Cloud | เทคโนโลยีกับการทำธุรกิจยุคใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีนั้นเกี่ยวข้องกับเรามาโดยตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่ในบทบาทไหนก็ตาม ทั้งให้ความสะดวกสบาย มีความปลอดภัย และสร้างความเสียเปรียบได้เปรียบในตลาด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การขนส่ง และอุตสาหกรรม เรียกได้ว่าแทบทุกอย่างต้องพึ่งพลังของเทคโนโลยีทั้งนั้น “Cloud” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมาสักพักแล้ว มีทั้งศักยภาพ ความทันสมัยเหมาะสมกับปัจจุบัน ประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานอีกด้วย

  1. Developing Talent | มุ่งเน้นพัฒนาคน

“มนุษย์ถูกสร้างมาให้แตกต่าง” ผมคิดว่าประโยคนี้ไม่เกินจริงเลยเพราะทุกคนมี “ทักษะ” และ “ความถนัด” เฉพาะตัว เมื่อมาทำงานรวมกันเป็นทีม ความต่างเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานและองค์กรได้ดีเลยทีเดียว ผมเชื่อมาโดยตลอดว่าการให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานและทีมเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ การส่งเสริมให้มีการอบรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ เน้นให้มีประสบการณ์ได้ลงมือปฏิบัติและแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดการพัฒนาหรือดึงทักษะที่ซ่อนอยู่ของแต่ละคนออกมานั่นเอง

  1. Speed | รวดเร็วเพื่อความอยู่รอด

ไม่เพียงแค่ภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ก็เป็นเพราะโลกนั้นไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เพื่อที่จะอยู่รอดและสามารถแข่งขันได้จึงจำเป็นต้องทำอะไรใหม่ ๆ และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะด้านธุรกิจ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจเท่าไรนัก เพราะผมเชื่อว่าพวกเราในยุคนี้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด เพียงแต่อาจจะต้องปรับตัวและเรียนรู้ให้เร็วกว่าเมื่อก่อน เพื่อพร้อมรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ในภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ที่มีแต่ความไม่แน่นอน อย่าลืมว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนเหมือนกัน วันนี้กระแสหนึ่งเป็นที่นิยมแต่วันรุ่งขึ้นอาจจะไม่มีใครพูดถึงแล้วก็ได้

“Sense of Urgency” เป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญสำหรับยุคการทำงานในปัจจุบัน เราทุกคนอยู่กับความเร่งรีบ เร่งด่วน ความไม่แน่นอน เราต้องสามารถพิจารณาได้ว่ามันเป็นเรื่องเร่งด่วน รอช้าไม่ได้แล้ว ดังนั้นควรจะริเริ่มและรีบทำอะไรเพื่อความอยู่รอด พร้อมรับมือคู่แข่ง และการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาไม่รู้จบนั่นเอง แต่อย่าลืมว่าเร็วอย่างเดียวนั้นไม่พอ ในปัจจุบันจะต้องเร็วและดีมีประสิทธิภาพด้วย

  1. Purpose | ทำงานอย่างมีเป้าหมาย

“เป้าหมาย” ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นตัวกำหนดอะไรหลาย ๆ อย่างเลยก็ว่าได้ ผมเชื่อว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายในชีวิตและอาชีพของตัวเอง เพราะทุกคนต่างต้องการมี “คุณค่า” และ “ความหมาย” รู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไรและได้อะไรกลับมา

มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า บริษัทที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนด้วยกลยุทธ์ “Sense of Purpose” จะสามารถให้องค์กรและพนักงานพนักงานมีประสิทธิภาพมากกว่าไม่มี หรือมีแต่ไม่มีความชัดเจน เรียกได้ว่าการรู้เป้าหมายของตัวเอง ทีม ไปจนถึงระดับองค์กรนั้นทำให้เกิดความเข้าใจ เรียนรู้ พัฒนา ตลอดจนช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้า และยังเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาดในยุคที่ไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้ได้

 

ผมคิดว่าคงจะดีไม่น้อยหากซีอีโอมีความเข้าใจและสามารถปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ 5 สิ่งสำคัญที่กล่าวมานั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะตลาดของแต่ละธุรกิจด้วย อาจปรับเปลี่ยนลดหลั่นตามความเหมาะสม

อย่าลืมว่ายิ่งคนพัฒนา มีทักษะ และความรู้ความสามารถมากเท่าไร ก็จะทำให้องค์กรพัฒนาไปด้วย หากปล่อยให้ทุกอย่าง “เหมือนเดิม” ต่อไป ไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงก็คงจะอยู่รอดและเอาชนะคู่แข่งในสถานการณ์ปัจจุบันได้ค่อนข้างยาก


แปลและเรียบเรียงจาก https://mck.co/2Yl9MVy



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน