Richard Branson เป็นอีกหนึ่งคนดังที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ และเหตุการณ์ในชีวิตของเขาก็ไม่ธรรมดาเอาซะเลย สาเหตุหนึ่งที่เขาพบกับโอกาสมากมายนั้นก็เพราะเขาคือ DOCTOR YES เพราะเขาพยายามหาเหตุผลที่จะทำให้ได้มากกว่าไม่ทำ และคำขวัญประจำตัวของ ริชาร์ด แบรนสัน ก็คือ SCREW IT, LET’S DO IT ช่างมัน ทำดีกว่า

มาดูกันว่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจของ Richard Branson จะให้ข้อคิดได้น่าสนใจขนาดไหน

 

1.เพลิดเพลิน สนุกสนาน ทำงานหนัก แล้วเงินก็จะมาเอง

ในตลอดชีวิตของริชาร์ด ผู้คนมักถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของเขา ว่าทำไมจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปทุกอย่าง เขาสร้างความร่ำรวยได้อย่างไร ซึ่งริชาร์ดตอบพวกเขาเหมือนเดิมทุกครั้งว่า “ไม่มีเคล็ดลับอะไร ไม่มีกฎที่ตายตัวในธุรกิจ ผมก็แค่ขยันทำงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า ฉันทำได้ และเหนือสิ่งอื่นใด ผมพยายามทำด้วยความสนุกสนาน”

สิ่งที่ผมแสวงหามาตลอดก็คือ ความสนุกสนานและความท้าทายของชีวิต ผมไม่ปฏิเสธว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ เราไม่ได้อยู่กันแต่ในถ้ำ กินแต่รากไม้และผลไม้ ผมต้องการเพียงอาหารเช้าหนึ่งมือ อาหารกลางวันอีกมื้อ และอาหารเย็นอีกมื้อเท่านั้น ผมไม่เคยทำธุรกิจโดยหวังเงินเป็นอันดับแรก แต่ผมเรียนรู้ว่า ถ้าผมสนุกกับการทำธุรกิจแล้ว เงินทองก็จะตามมาเอง

คุณอาจสงสัยว่า ผมรู้ได้ยังไงว่าความสนุกสนานจะนำไปสู่ความรวย ซึ่งก็ไม่ได้เกิดกับผมทุกกรณี ธุรกิจมีขึ้นมีลง แต่มองรวม ๆ แล้ว นับว่าผมเป็นคนที่โชคดีมาก แทบจะทั้งหมดที่ผมทำ ให้ทั้งความสนุกสนาน และความร่ำรวยด้วย ดังนั้นผมจึงตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า “งานนนี้สนุกไหม และจะทำให้ผมมีความสุขหรือเปล่า ถ้าไม่สนุกแล้วผมไม่สามารถทำอะไรได้ ผมจะเลิกทำเสีย”

 

2.คำนวณความเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย เชื่อมั่นในตัวของคุณเอง

ในปี 2004 มีรายการเรียลลิตี้ The Rebel Billionaire โดยตอนสุดท้ายมีการมอบรางวัลให้ ชอวน์ นีลสัน ผู้ชนะการแข่งขันเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ ริชาร์ด แบรนสันต้องการท้าทายครั้งสุดท้าย โดยยื่นข้อเสนอให้ว่า คุณสามารถเลือกรับเช็คนั้นไปเลย หรือเลือกที่จะโยนเหรียญหัวก้อยเพื่อรับรางวัลปริศนาที่ใหญ่กว่าได้ แต่ถ้าเสี่ยงทายผิด เขาจะไม่ได้อะไรเลย

ริชาร์ด ยื่นเช็คใบนั้นให้กับ ชอวน์ ก่อนที่จะขอมันกลับมาใส่กระเป๋ากางเกง จากนั้นเขายื่นเหรียญให้ ชอวน์ ซึ่งสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เขาเดินไปเดินมา คิดอยู่นาน ก่อนตัดสินใจบอกว่า “เขาไม่อยากที่จะสูญเสียเงินจำนวนมากขนาดนี้ไปในการโยนเหรียญครั้งเดียว เขาเป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆ เขาสามารถเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้อย่างรอบคอบ ให้บริษัทเติบโตได้ และยังอาจช่วยอีกหลายคนที่ทำงานให้ และเชื่อมั่นในตัวเขามาตลอดอีกด้วย เขาขอเลือกรับเช็ค”

ริชาร์ดบอกอย่างพอใจว่า “หากคุณเลือกเสี่ยงทายเหรียญ ผมก็อาจจะไม่นับถือคุณอีกเลย เขาเลือกได้ถูกต้องที่ไม่เสี่ยงในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้… จงเด็ดเดี่ยว แต่อย่าพนัน”

 

3.พึ่งตัวเอง ตามล่าฝัน แต่อยู่บนความจริง

บทเรียนที่แม่สอนผมมาตั้งแต่เกิดคือ การพึ่งพาตัวเอง ผมได้รับการอบรมให้คิดได้ด้วยตนเองและกล้าที่จะทำจริง ผมคิดว่านี่เป็นอุปนิสัยประจำชาติของอังกฤษมาก่อน แต่เด็กสมัยนี้กลับชอบที่จะให้คนมาป้อนถึงปากกันเสียแล้ว บางทีถ้าพ่อแม่คนอื่นทำอย่างพ่อแม่ของผม เราก็อาจยังคงเป็นอย่างที่เคยเป็นมาช้านาน

ตอน 4 ขวบ แม่จอดรถห่างจากบ้านไม่กี่ไมล์ และให้ผมเดินข้ามทุ่งหญ้ากลับบ้านเอง แม่ทำให้เหมือนเป็นเกมที่ผมอยากเล่น นับเป็นความท้าทายแรกๆในชีวิตผม พอโตขึ้นบทเรียนก็ท้าทายขึ้น รุ่งเช้าในฤดูหนาววันหนึ่ง แม่ปลุกผมให้รีบแต่งตัว มันยังมืดมากและหนาวเย็น แม่ห่ออาหารกลางวันให้ผมพร้อมแอปเปิ้ลหนึ่งผล และบอกผมว่า “แม่แน่ใจว่าลูกจะหาน้ำได้ระหว่าทาง” จากนั้นแม่ก็ปั่นจักรยานออกจากบ้านมา 50 ไมล์ แล้วให้ผมเดินทางต่อเพื่อไปบ้านญาติของผมคนเดียว หลังจากที่ค้างที่บ้านญาติหนึ่งวัน ผมกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ต้องต้อนรับด้วยความเอิกเกริก แต่เปล่าเลย แม่พูดกับผมว่า “ดีแล้วจ๊ะ ริกกี้ สนุกไหม เอาล่ะ มากับแม่เร็ว ท่านบาทหลวงอยากให้ลูกช่วยผ่าท่อนไม้ให้ท่าน”

บางคนอาจคิดว่าครอบครัวของผมเย็นชา แต่ครอบครัวของเรารักและห่วงใยกันมาก พ่อแม่อยากให้ผมและน้องเข็มแข็ง และช่วยตัวเองได้ แม่สอนว่าความพ่ายแพ้อาจดูไม่ยุติธรรม แต่นั่นแหละชีวิต ทุกคนต้องดิ้นรน

ครอบครัวของผมคุยเรื่องเงินระหว่างรับประทานมื้อเย็น บางครอบครัวอาจเลี่ยงคุยเรื่องเงิน ไม่เล่าปัญหาทางการเงินให้เด็กรับรู้ แต่ผมคิดว่านั่นจะทำให้เด็กไม่เห็นคุณค่าของเงินมากกว่า ในตอนเด็ก ฐานะที่บ้านยังฝืดเคืองอยู่ แม่ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ แม่มีความตั้งใจสองอย่าง หนึ่งหางานให้ผมและน้องสาวทำ สองคือคิดว่าจะหารายได้จากทางใดได้บ้าง

 

เหตุการณ์ต่างๆ ได้ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ SCREW IT, LET’S DO IT : LESSON IN LIFE เขียนโดย Richard Branson แปลและเรียบเรียงโดย วินัยชาญ สรรพโรจน์พัฒนา จัดพิมพ์โดย Marketeer