จีนสั่งปราบปรามละครสั้นแนวโรแมนติก ซีอีโอตกหลุมรักสาวสู้ชีวิตที่ได้รับความนิยมอย่างมากในมินิซีรีส์ เนื่องจากมองว่าอาจชี้นำค่านิยมที่บิดเบือนให้กับหญิงสาว หันไปเชิดชูความร่ำรวย
ส่งผลให้ตอนนี้มีซีรีส์โดนลบไปแล้วกว่า 25,000 เรื่อง ส่งผลต่ออุตสาหกรรมซีรีส์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นโยบายดังกล่าวสะท้อนภาพของรัฐบาลที่กำลังผลักดันอุตสาหกรรมซีรีส์ไปสู่ค่านิยมทางสังคมกระแสหลัก
แล้วนี่จะเป็นจุดจบของซีรีส์เรื่องราวแบบซินเดอเรลล่าหรือไม่
ความรักระหว่างมหาเศรษฐีกับสาวชาวบ้าน
มินิซีรีส์ส่วนใหญ่มักมีตัวละครหลักเป็นซีอีโอผู้บริหารร่ำรวย ที่ตามจีบนางเอกผู้สู้ชีวิต ได้กลายเป็นหนึ่งในสูตรสำเร็จทางการค้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรูปแบบหนึ่งของพล็อต เพราะในสังคมที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการว่างงาน ทำให้คนอยากเสพคอนเทนต์ที่เห็นภาพของตัวละครก้าวผ่านช่วงเวลาหนักหน่วงในชีวิต และในใจลึก ๆ ก็หวังจะให้มีปาฏิหารย์เกิดขึ้นเหมือนในซีรีส์
อุตสาหกรรมมินิซีรีส์ 160,000 ล้านบาท
อุตสาหกรรมมินิซีรีส์มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ของจีน ที่มีผู้ชมระดับหลายร้อยล้านคน บนแพลตฟอร์ม เช่น Douyin และ Kuaishou มินิซีรีส์ประเภทนี้มักมีความยาวเพียง 1-3 นาทีต่อตอน ออกแบบมาให้รับชมได้อย่างรวดเร็วบนอุปกรณ์พกพา เป็นที่รู้จักกันดีว่าพล็อตเรื่องเกินจริง ทิ้งปมปริศนา เน้นเรื่องความรัก การแก้แค้น และพลิกชีวิตร่ำรวยชั่วข้ามคืน
ปีที่ผ่านมา ตลาดมินิซีรีส์ของจีนเติบโตอย่างน่าทึ่ง 267% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีมูลค่าสูงถึง 37 พันล้านหยวน (1.6 แสนล้านบาท)
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางการเคยวิพากษ์วิจารณ์วงการนี้ไปบางเรื่องแล้วว่า ส่งเสริมเนื้อหาสร้างความขัดแย้ง สร้างค่านิยมที่บิดเบือน และในละครหลายเรื่องซีอีโอถูกสร้างคาแรคเตอร์ว่าเป็นชายหนุ่มที่มีเวลาว่างมาก ไม่ต้องทำงาน แต่กลับใช้เงินฟุ่มเฟือย
ในความเป็นจริง ตำแหน่งซีอีโอส่วนใหญ่ในจีนล้วนแต่ทำงานหนักและมีเวลาสำหรับความรักน้อยมาก เป็นการบิดเบือนตำแหน่งซีอีโอในฐานะผู้ประกอบการที่ไม่สมจริง
ตอนนี้วงการมินิซีรีส์กำลังเผชิญกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น รัฐบาลจีนพยายามเข้ามาควบคุมบทบาทของพล็อตเรื่องโรแมนติกสุดเวอร์วัง ที่มหาเศรษฐีเย็นชาตกหลุมรักหญิงสาวชาวบ้าน ให้เงินถุงเงินถังซื้อใจหญิงสาว เป็นพล็อตที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์จนล้นตลาด
หน่วยงานกำกับดูแลของจีนออกโรงเตือนผู้สร้างเนื้อหาว่าพล็อตเรื่องดังกล่าวส่งเสริมความคาดหวังที่ไม่สมจริงเกี่ยวกับความรักจนเกินไป ทำให้ผู้หญิงมองหาคนรักที่ร่ำรวย และประสบความสำเร็จในชีวิต เชิดชูการแต่งงานกับผู้มีอำนาจและร่ำรวย
ต่อไปไม่ให้ใช้พล็อตเรื่องที่โอ้อวดความมั่งคั่ง อำนาจ หรือความสุขสำราญเพื่อดึงดูดผู้ชม เนื้อหาต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้คุณค่ากับการศึกษา และการพัฒนาตนเอง มากกว่าความร่ำรวยที่ฉาบฉวย
ทั้งนี้ สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติยังเรียกร้องให้ลดปริมาณซีรีส์ประเภทดังกล่าวลง พร้อมกับปรับปรุงคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการใช้คำที่สร้างความฮือฮา เช่น “ซีอีโอจอมบงการ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในซีรีส์ที่แพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์
แม้ว่ากฎใหม่จะไม่ได้ห้ามทำเนื้อเรื่องประเภทนี้อย่างเด็ดขาด แต่ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการกดดันให้สร้างเรื่องราวที่สมจริงมากขึ้น เนื่องจากทางการเชื่อว่าเนื้อหาเหล่านั้นอาจส่งเสริมลัทธิวัตถุนิยมหรือความคาดหวังที่ไม่สมจริงเกี่ยวกับความรักและความสำเร็จ
ก่อนหน้านี้ จีนยังเคยสั่งหน่วยงานเซ็นเซอร์บนแพลตฟอร์ม Douyin และ Kuaishou ให้ลบมินิซีรีส์ไปมากกว่า 700 คลิป ที่พล็อตกล่าวถึงความขัดแย้งในครอบครัว หรือความขัดแย้งระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ เรื่องที่ถูกเซ็นเซอร์ไป เช่น สามีฉันเป็นลูกแหง่ติดแม่, โดนแม่สามีดุ และเศรษฐีเอาคืน
เนื้อเรื่องทำให้ผู้หญิงลังเลที่จะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ผู้หญิงสร้างครอบครัวมากขึ้น แก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง เพราะในช่วงเก้าปีที่ผ่านมา จำนวนคู่รักชาวจีนที่แต่งงานกันเป็นครั้งแรกนั้นลดลงเกือบ 56% โดยมีจำนวนการแต่งงานต่ำกว่า 11 ล้านคู่ในปี 2022 เพราะชาวจีนมองว่าช่วงอายุ 25 ถึง 28 ปี เป็นช่วงอายุที่ดีที่สุดในการแต่งงาน แต่เกือบ 60% กล่าวว่าพวกเขากำลังเลื่อนการแต่งงานออกไปเนื่องจากแรงกดดันจากการทำงาน การศึกษา หรือความจำเป็นในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
ชีวิตจริงไม่มีซีอีโอรวยล้นฟ้า
ปัจจุบัน หญิงสาวในจีนจำนวนมากมีแนวโน้มเลือกที่จะไม่แต่งงานหรือมีลูก เพราะความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากและทัศนคติแบบชายเป็นใหญ่ที่ยังคงมีอยู่ในชีวิตครอบครัว รวมถึงค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจมหาศาลในการเลี้ยงดูครอบครัวด้วย
การสร้างละครสั้นนั้นใช้งบประมาณไม่มากนัก ประมาณ 300,000 หยวน (1.4 ล้านบาท) แต่สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ในวงกว้าง แต่ต่อไปจะมีการจัดประเภทโดยแบ่งตามงบประมาณการผลิต รายการที่มีงบประมาณสูงจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของสำนักงานบริหารวิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์แห่งรัฐ ในขณะที่รายการที่มีงบประมาณต่ำจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยงานเดียวกันในระดับจังหวัด
ไม่ใช่การปราบปรามครั้งแรก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลจีนเข้ามาแทรกแซงเพื่อควบคุมเนื้อหาละครและภาพยนตร์ ในอดีตเคยมีการนำมาตรการที่คล้ายคลึงกันมาใช้เพื่อยับยั้งกระแสที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าส่งผลเสียต่อค่านิยมของสาธารณชน แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากผู้ชมที่รู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์ถูกจำกัดก็ตาม
อย่างเช่น ช่วงที่ผ่านมาจีนได้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของนักแสดงชาย ห้ามไม่ให้แต่งหน้าจัดหรือแต่งกายสไตล์ผู้หญิงมากเกินไป ต้องแสดงออกถึงความเป็นชาย ในส่วนหนึ่งของการปราบปรามดังกล่าว ป้ายโฆษณาจำนวนมากที่มีดาราชายชื่อดังถูกสั่งให้ถอดออก เนื่องจากภาพโฆษณาเครื่องสำอางที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์ดูเป็นชายหน้าหวานเกินไป
มูลค่าตลาดมินิซีรีส์
ตลาดมินิซีรีส์ (Micro Drama) ของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีขนาดตลาดอยู่ที่ประมาณมากกว่า 2 แสนล้านบาท ในปี 2024โดยมีขนาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็นกว่า 5 แสนล้านบาท ภายในต้นปี 2026 และคาดการณ์ว่าจะสูงเกิน 8 แสนล้านบาทภายในปี 2030
ในขณะเดียวกัน จำนวนเรื่องก็เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 336 เรื่องในปี 2022 เป็น 36,400 เรื่องในปี 2024 เมื่อช่วงต้นปี 2025 แอปพลิเคชันละครสั้นของจีนมียอดดาวน์โหลด 470 ล้านครั้ง และสร้างรายได้ภายในแอปเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกในไตรมาสเดียว
มินิซีรีส์ที่แม้ความยาวจะน้อย แต่มีหลาย EP ต่อเนื่องกัน 60-100 ตอน มักสร้างรายได้ผ่านการผสมผสานระหว่างการโฆษณา 56% และการรับชม/สมัครสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่าย 44%
ด้วยแรงขับเคลื่อนจากผู้ชมเกือบ 700 ล้านคนทั่วประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชมที่ไม่ใช่กลุ่มคนรักหนังในเมืองใหญ่ แต่เป็นผู้ชมออนไลน์หน้าใหม่ ซึ่งมักเป็นผู้สูงอายุและชนชั้นแรงงานในเมืองระดับรองและชนบท พวกเขาชื่นชอบละครดราม่าที่เข้มข้น แสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา เช่น ความรัก ความอิจฉา การแก้แค้น ส่งผลให้ภาคส่วนนี้มักทำรายได้แซงหน้ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศภาพยนตร์ในประเทศเป็นประจำทุกปี และกลายเป็นพลังสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิง
อ้างอิง : Staiirs, pandaily, NRT, CCTVPlus, harvardbusinessreview, jingdaily, radar, penduproduction



