.

สำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนมาสักพัก หรือเด็กรุ่นใหม่ๆ การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้บริโภคที่ปรับตัวช้า การซื้อของออนไลน์ดูจะยังไม่น่าสนใจมากนักสำหรับพวกเขา เพราะสินค้าอาจมีปัญหา ถ้ามีปัญหาต้องทำเรื่องกับใคร การชำระเงินก็ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่ก็สมัครรหัสยุ่งยาก ต้องใช้อีเมล์ยืนยัน… แค่นี้ก็พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่า สำหรับคนหนึ่งคน การตัดสินใจกดปิดหน้าช้อปปิ้งออนไลน์นั้น ง่ายขนาดไหน

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำไม ตลาด eCommerce ไทยยังโตได้ไม่เต็มศักยภาพ โดยมูลค่าตลาด eCommerce ประเทศไทย ปี 2015 ประมาณ 850 ล้านเหรียญ ในขณะที่มูลค่าตลาด Asean อยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญ ซึ่งตัวเลขจาก Nielsen อาจจะแตกต่างกับสำนักอื่นเพราะวิธีการวิจัย แต่ทุกสำนักคาดการณ์ว่าในปี 2020 ตลาด eCommerce ไทย จะโตอย่างน้อย 3 เท่า

แต่การเติบโตอย่างช้าๆ กำลังจะหมดไปเพราะประเทศไทยกำลังสร้างองค์ประกอบทุกด้านเพื่อเกื้อหนุน Digital Economy อย่างเต็มที่ โดยปัจจัยที่ทำให้ ตลาด e-Commerce ไทยโตอย่างก้าวกระโดด มีดังนี้

 

1.การลงทุนจากต่างชาติ

การลงทุนจากต่างชาติที่เห็นได้ชัดที่สุด คงเป็นของ Lazada ที่ถูกซื้อกิจการโดย Alibaba Group เบอร์หนึ่งวงการ e-Commerce จากจีน ซึ่งตลาด e-Commerce จีนเติบโตกว่าของไทยมาก อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือคุณสามารถสั่งบะหมี่แพ็ค 1 แพ็ค ในราคาที่ถูกกว่าซุเปออร์มาร์เก็ต แล้วสามารถส่งภายใน 1 วันนั้นได้เลย ซึ่ง Alibaba มีทั้ง Platform ในประเทศอย่าง Taobao และทั่วโลกอย่าง AliExpress การเข้ามาซื้อ Lazada จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างไทยกับจีนใน Step แรก

นอกจากนั้นยังมี Alipay ระบบการชำระเงินที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไม่นาน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารชั้นนำของไทยอยู่ด้วย และหลังจากที่การลงทุนจากจีนบุกมาถึงหน้าบ้านคนไทย เชื่อว่าจะเห็นการขยับ ขยายจากธุรกิจในไทยทั้ง ห้าง Retail และ เว็บช้อปปิ้งออนไลน์

2.การเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต

ในขณะที่สมาร์ทโฟนก็มีราคาถูกลงมาก สมาร์ทโฟนระดับไม่ถึง 5 พันบาท ก็มีฟังก์ชั่นไม่ต่างจากรุ่นเป็นหมื่น (อาจไม่ดีเท่า) รวมไปถึงการผลักดัน National E Payment ทำให้ปัจุบันบาเรียเรื่อค่าธรรมเนียมก็เริ่มหายไปแล้ว และในอนาคตทุกคนสามารถซื้อของออนไลน์ได้แค่มีปัตรประชาชนกับมือถือ

3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

การพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เน็ตนั้นกำลังจะครอบคลุมประเทศไทยในไม่ช้า และรัฐบาลกำลังขยาย FREE WIFI ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ รวมไปถึง โครงสร้างพื้นฐานด้าน Logistics ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากการเปิดตัวของบริษัทส่งของมากมาย อย่าง Kerry Express,Grab หรือ Lalamove ที่มีโกดังเป็นของตัวเอง มีระบบจัดการที่ยอดเยี่ยม ทำให้ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยเองก็เริ่มปรับตัว เพิ่มบริการใหม่ให้กับผู้บริโภคแล้ว

4.การปรับตัวของผู้บริโภค

ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้บริโภคจะมีความสะดวกสบายมากขึ้นในการช้อปปิ้งออนไลน์ จ่ายเงินได้รวดเร็ว และถูกยิ่งขึ้น ทุกแบรนด์จะลดขั้นตอนให้น้อยที่สุดเพื่อผู้บริโภค ฉะนั้นแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่รอเวลาให้จิ๊กซอว์ต่อกันจนครบ อุตสาหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยก็พร้อมเติบโตไปพร้อม ๆ กับอาเซียน