ครบรอบ 1 ปีที่ Under Armour เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันของคู่แข่งอย่างอดิดาส ไนกี้ และอื่นๆ ที่เป็นเจ้าตลาด Sport Ware ในประเทศไทยมาอย่างยาวนานมากกว่า 10 ปี

สิ่งที่ทำให้ Under Armour เข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับตลาด Sport Wear ประเทศไทย ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของSport Ware ในประเทศไทยที่มีมูลค่ามากถึง 25% จากตลาด Sport Wear ใน South East Asia ที่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปีจากเทรนด์ออกกำลังกาย และให้ความสำคัญกับสุขภาพแข็งแรง ไปพร้อมๆ กับการเลือก Sport Wear ที่เหมาะกับการออกกำลังกาย สื่อถึงภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ไปในตัว

ภาพลักษณ์ระดับโลกสู่ Brand Awareness ในไทย

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาของ Under Armour ในประเทศไทยไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับ ไมเคิลบิงเกอร์ ประธานบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บ. ทริปเปิ้ล ผู้จัดหน่าย Under Armour ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียวแต่อย่างใด เพราะภาพ Under Armour ระดับโลก ได้สร้าง Awareness ผ่านภาพลักษณ์การสร้างตลาดในรูปแบบ Under Dog ของแบรนด์มวยรอง ที่มีชั้นเชิงในการสร้างการจดจำ และยอดจำหน่ายผ่านฟังก์ชั่นของสินค้า ในระยะเริ่มต้น และต่อยอดแบรนด์ไปยังการสร้าง Meaning ให้ Under Armour เป็นมากกว่าแบรนด์ Sport Wear ที่เน้นฟังก์ชั่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลในให้กับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการคัดเลือกแบรนด์แอมบาสเตอร์ระดับโลกของ Under Armour ที่ไม่เน้นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง แต่จะสรรหานักกีฬาที่มีแววที่จะประสบความสำเร็จในเกมกีฬา พร้อมวลีที่จะสร้างแรงบันดาลใจ You are the sum of all your training คุณคือผลผลิตของการฝึกซ้อม และ Under Armour จะช่วยให้การฝึกซ้อมของคุณดีขึ้น

การเข้ามาทำตลาดของ Under Armour จึงเป็นเหมือนการเติบโตที่เริ่มจากรับรู้ในระดับโกบอล มายังกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย ที่ไม่ได้เน้นชุดกีฬาเพื่อสวยงามเพียงอย่างเดียว ผ่านแคมเปญการตลาด Rule Your Self ที่ Under Armour จัดเป็นกิจกรรมประจำทุกๆ เดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อสื่อถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการฝึกซ้อมและฝึกฝนของนักกีฬา ที่ช่วยให้นักกีฬาสามารถฝึกฝนได้ยาวนานขึ้นจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ใน Under Armour เท่านั้น และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รู้จักแบรนด์ Under Armour เป็นอย่างดี

เติบโตมากกว่าตลาด แต่ตลาดต่างจังหวัดยังต้องเสริมให้แกร่ง

6 เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ Under Armour เข้ามารุกตลาดประเทศไทย ได้สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 15-20% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าตลาดรวมที่เติบโตเพียง 7-10% เท่านั้น และUnder Armour ประเทศยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตที่สูงติด Top3 ใน South East Asia โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่เติบโตสูงสุด

ไมเคิลบิงเกอร์ ให้เหตุผลการเติบโตมาจาก จากสินค้าที่เน้นฟังก์ชันนอลและเทคโนโลยีที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น เทคโนโลยี CoolSwitch ที่ให้ผู้สวมใส่เย็นสบายและเล่นกีฬาได้นานขึ้น แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก

และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่เป็น Key Strategy โดยวางเป้าหมายขยายสาขาขั้นต่ำปีละ2 สาขา ไม่รวมการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในมัลติแบรนด์ช็อป และSpecialist Sort เช่นร้านบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ โดยในปีนี้ เน้นขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด2 สาขาได้แก่ เซ็นทรัล พัทยา และจังซีลอน ภูเก็ต จาก Brand Awareness ในต่างจังหวัดไม่ดีเท่าที่ควร และเหตุผลทีเลือก 2 จังหวัดนี้เป็น Key Strategy ด้วยเหตุผลเป็นจังหวัดที่สามารถสร้างยอดจำหน่ายจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และสร้าง Awareness ให้กับคนไทยได้พร้อมๆ กัน

ส่วนในกรุงเทพ แบรนด์ Under Armour เป็นแบรนด์ที่มี Brand Awareness สูง โดย 50% ของผู้มาใช้บริการ 5ฟิตเนสชั้นนำในกรุงเทพสวมใส่แบรนด์มากถึง 50% เลยทีเดียว

Under Armour สยามเซ็นเตอร์ใหญ่ที่สุดใน South East Asia

Under Armour สาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นสาขาที่มีพื้นที่มากถึง 380 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดใน South East Asia แซงหน้า สิงคโปร์ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นช็อปที่มีพื้นที่ใหญ่สุดใน South East Asia เพื่อรองรับทราฟฟิกจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และลูกค้าชาวไทย เฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน สินค้าที่สร้างยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นสินค้ากลุ่มเทรนนิ่ง