รถไฮโดรเจน ทางเลือกใหม่พลังงานสะอาดที่ขอท้าชนรถ EV จาก Toyota (วิเคราะห์)

ยักษ์ยานยนต์ญี่ปุ่นเผยเทคโนโลยีอีกแบบที่เชื่อว่าน่าจะเป็นอีกทางออกด้านการคมนาคมในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

อากิโอะ โตโยดะ CEO ของ Toyota เชื่อว่ารถพลังงานไฮโดรเจนน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหารถพลังงานสะอาดนอกเหนือไปจากรถ EV เพราะตัวการสร้าง Global Warming ไม่ใช่เครื่องยนต์ (ใช้น้ำมัน) สันดาปภายในแต่เป็นคาร์บอนที่จากการเผาใหม่ของเครื่องยนต์

อากิโอะ โตโยดะ

หัวเรือใหญ่ของ Toyota วัย 65 ปี ซึ่งยังเป็นหลานของผู้ก่อตั้งด้วย กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างแสดงให้เห็นตัวอย่างของรถพลังงานไฮโดรเจนผ่านรถ Yaris แบบ Subcompact ที่สนามแข่งรถ Okayama International Circuit เมื่อต้นสัปดาห์ (15 พ.ย.) ที่ผ่านมา และตัวเขายังเป็นผู้ขับรถต้นแบบเองอีกด้วย

อากิโอะ โตโยดะ กล่าวอีกว่านอกจากเป็นการเป็นทางเลือกแล้วรถพลังงานไฮโดรเจนยังเป็นหนทางช่วยให้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จากกลุ่มรถเครื่องยนต์ (ใช้น้ำมัน) สันดาปภายในนับล้านคนได้มีงานทำต่อไป

ด้าน ชิเกรุ ฮายาคาวะ รองประธาน Toyota กล่าวเสริมว่า Toyota มุ่งสู่การเป็นบริษัทยานยนต์ที่ไม่ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศโลก ไม่บริษัทผู้ผลิตรถ EV เพียงอย่างเดียว

และอาจเกิดปัญหาได้หากทุกบริษัทและคนทั่วโลกเปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์ (ใช้น้ำมัน) สันดาปภายในไปใช้รถ EV กันหมด

ความเคลื่อนไหวกล่าวมีขึ้นหลัง Toyota เป็นยักษ์ยานยนต์อีกแห่งนอกจาก Volkswagen ที่ไม่ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการประชุมสิ่งแวดล้อม COP26 ว่าเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในปี 2040 อันได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เหมือนกับ GM Ford Volvo และ Mercedes-Benz

สำหรับ Toyota ตั้งเป้าผลิตและผลักดันรถ EV ลงถนนให้ได้ 15 รุ่นภายในปี 2025 ภายใต้งบลงทุน 13,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 440,000 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้มี bZ4X ที่จะเริ่มเดินสายพานผลิตกลางปีหน้ารวมอยู่ด้วย

ท่ามกลาง ตลาดรถ EV ที่เริ่มทวีความคึกคัก เพราะค่ายรถทั่วโลกที่ต่างก็ทยอยเปิดตัวรถ EV ของตน และการรุกเข้ามาของแบรนด์เทคโนโลยีนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะแบรนด์แถบเอเชียตะวันออกอย่าง Baidu Xiaomi และ Foxconn

ทว่า Toyota ก็ไม่ได้ทุ่มผลิตรถ EV เพียงอย่างเดียว เพราะยังผูกติดอยู่กับรถที่ใช้น้ำมันมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจึงมีเชื่อมโยงกับ Supply Chain และธุรกิจมากมาย ประกอบกับมีตำแหน่งเบอร์ใหญ่ค้ำคออยู่จึงไม่สามารถลดตัวลงไปเป็นผู้ตามได้

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ Toyota หันไปผลักดันรถพลังงานลูกผสม (Hybrid) ออกมาก่อน

ส่วนรถ EV รุ่นแรกๆ อย่าง Rav4EV กับ Mirai ก็กระแสตอบรับไม่ดีนัก ตรงข้ามกับ Tesla ที่กระแสตอบรับดีและปลุกกระแสรถ EV ได้สำเร็จเป็นแบรนด์แรก จนเรียกเสียงฮือฮาด้วยมูลค่าบริษัทแซง Toyota ขึ้นเป็นแบรนด์รถมูลค่าสูงสุด

เมื่อตลาดรถ EV ทวีความคึกคักก็เผยแผนรุกตลาดรถ EV อย่างจริงจัง ไปพร้อมกับผลักดันรถพลังไฮโดรเจนควบคู่กันไป แต่ก็ยังไม้มีทิ้งรถเครื่องยนต์ (ใช้น้ำมัน) สันดาปภายในไปเสียทั้งหมด

ในส่วนของ รถไฮโดรเจน แม้ปล่อยคาร์บอนและมลพิษต่างๆ ออกมาน้อยมากเพียง 2% เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมัน

แต่ก็มีถังปรับแรงดันขนาดใหญ่เพิ่มเข้ามาที่เบาะหลัง จนต้องลดขนาดเบาะและกระจกหลัง ที่จะกระทบต่อทั้งความสะดวกสบายของผู้โดยสารและทัศนวิสัยระหว่างขับรถ โดยเฉพาะเมื่อมองไปข้างหลัง ซึ่งทาง Toyota กำลังพยายามแก้ไขอยู่

อีกปัญหาที่ Toyota ยังต้องแก้ไขเพื่อสามารถ ‘เร่งเครื่อง’ รถพลังไฮโดรเจนในตลาดยานยนต์คือปั้มชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ โดยตามข้อมูลล่าสุดระบุว่าเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ปั้มชาร์จรถพลังงานไฮโดรเจนในญี่ปุ่นอยู่ 154 แห่ง น้อยกว่าเป้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นวางไว้  / cnbc

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน