Realme ถอดรหัสสมาร์ทโฟนน้องใหม่ขึ้นแท่นอันดับ 5 ตลาดไทย (วิเคราะห์)

Realme แบรนด์สมาร์ตโฟนจากจีนที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียงไม่กี่ปี แต่กลับสร้างรายได้ถล่มทลายทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่งมอบสมาร์ตโฟนครบ 100 ล้านเครื่องทั่วโลกตามไทม์ไลน์ พร้อมกับก้าวขึ้นสู่แบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับ 6 ของโลกได้สำเร็จ  และยังขึ้นเป็นอันดับที่ 5 ในตลาดเมืองไทยอีกด้วย

ก้าวสำคัญในปี 64 ของเรียลมี

นายศิรศร เบญจาธิกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขการเติบโตของเรียลมีในเดือน 1-9 ของปี 2564 เมื่อนำไปเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันในปี 2563 นั้นมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตถึง 149% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ realmeขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ตโฟนที่ส่งมอบสมาร์ตโฟนได้ 100 ล้านเครื่องทั่วโลกได้เร็วที่สุดในโลก โดยส่งมอบได้ภายในเวลาเพียง 37 เดือนเท่านั้น นับเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนโลก ทำให้realmeขยับขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับ 6 ของโลกได้เป็นครั้งแรกหลังจากก่อตั้งแบรนด์มาเพียง 3 ปี เป็นปรากฎการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็วที่สุดของโลก

แม้ประสบความสำเร็จ แต่หนทาง Realme ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ศิรศรเล่าว่า ในปีที่ผ่านมาเรียลมีก็ประสบปัญหาชิปเซตที่ใช้ผลิตอุปกรณ์มือถือขาดตลาดเช่นเดียวกับค่ายอื่น ๆ เพราะโรงงานในประเทศจีนประสบปัญหาไฟฟ้าดับ เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงไฟฟ้า แต่กลับนำเข้าและผลิตถ่านหินในประเทศได้น้อยลง นี่เองทำให้เรียลมีแม้จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้จำนวนมาก แต่ก็ยังน้อยถ้าเทียบกับเป้าที่วางไว้ จึงต้องรับมือโดยเปลี่ยนชิปเซตที่ใช้ในมือถือเรือธงของตัวเอง มาเป็น Unisoc ซึ่งมีประสิทธิภาพไม่แพ้กับเจ้าตลาดอย่าง Snapdragon และ MediaTek

ก้าวสู่แบรนด์ Top5 แม้เศรษฐกิจไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ผันผวน

สำหรับตลาดสมาร์ตโฟนของไทย รายงานการจัดอันดับของ Canalys ระบุว่าในไตรมาส 3 ของปี 2564 แบรนด์realmeติดอันดับ 1 ใน 5 แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำในตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของผู้บริโภคที่แม้เมืองไทยจะกำลังเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาตลอด 2 ปี แต่ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงในระดับราคาที่คุ้มค่าของrealme สามารถครองใจผู้บริโภคและคว้าตำแหน่งแบรนด์ Top5 ได้สำเร็จ กินส่วนแบ่ง 9% ในตลาดมือถือไทย

ทุ่มสามร้อยล้านดอลลาร์ บุกเต็มกำลังในตลาด AIoT

จากความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT ในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งrealme Pad แท็บเล็ตรุ่นแรกของแบรนด์ที่ตีตลาดด้วยสเปกสุดคุ้มราคาไม่ถึงหมื่น, realme Book แล็ปทอปรุ่นแรกของแบรนด์ และอุปกรณ์ AIoT อีกมากมายโดยแบรนด์realmeสามารถติดอันดับ 3 ในสินค้าประเภท Basic watch และประเภท TWS ของเมืองไทยได้สำเร็จ ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีที่ 1,091% และ 188% ตามลำดับ

ในอนาคต realmeจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้ง 5G และ AIoT โดยนำเสนอภายใต้แบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ในชื่อ TechLife เพื่อตอบโจทย์ Smart Life ของผู้คนในปัจจุบันให้ครอบคลุมมากขึ้น

โดยในปี 2565 realmeวางแผนจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนระบบ 5G ให้ได้มากกว่า 30 รุ่น คิดเป็น 70% ของสัดส่วนสมาร์ตโฟนทั้งหมด และในอีก 2 ปีข้างหน้าrealmeจะลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราวหมื่นล้านบาท) ทั่วโลก สำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G และพัฒนาผลิตภัณฑ์ 5G เพื่อก้าวเข้าสู่ยุค 5G อย่างเต็มตัว ด้วยคอนเซ็ปต์ 1+5+T

  • 1 แทน สมาร์ตโฟนที่จะเป็นศูนย์กลางการควบคุม Ecosystem ทั้งหมด
  • 5 แทน หมวดหมู่หลักของอุปกรณ์ AIoT ทั้งหมด ได้แก่ 1. อุปกรณ์หูฟังไร้สาย 2. อุปกรณ์สวมใส่ 3. โทรทัศน์ 4. แท็บเล็ต และ 5. แล็ปทอป
  • T ย่อมาจากแบนด์ TechLife ซึ่งทั้งหมดนี้จะมี realme Link แอปพลิเคชันเชื่อมต่อกัน และสร้างเป็น AIoT ecosystem เพื่อให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์realmeสามารถใช้งานร่วมได้อย่างเต็มรูปแบบ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน