Binance ทำความรู้จัก Changpeng Zhao ผู้พา Binance โตระดับล้านล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน

นี่อาจจะไม่ใช่อัตชีวประวัติที่สมบูรณ์แบบของบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Changpeng  Zhao บุคคลที่ประสบความสำเร็จเร็วและมาแรงที่สุดในปี 2021 ในมุมที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

Changpeng  Zhao หรือที่รู้จักกันในชื่อ CZ ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนามว่า Binance ในปี 2017 และบริษัทของเขาเติบโตมหาศาลภายในระยะเวลาเพียงแค่ 180 วัน หรือ 6 เดือนเท่านั้น ด้วยธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน มากกว่าคู่แข่ง 4 เจ้ารวมกันเสียอีก

ว่ากันด้วยเรื่องสินทรัพย์ของ CZ นิตยสาร Forbes ประเมินมูลค่าทรัพย์สินมหาเศรษฐีรายนี้ไว้ที่ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 62,700 ล้านบาท

Changpeng  Zhao เป็นใครมาจากไหน

CZ เกิดที่เมือง เจียงซู ประเทศจีน พ่อและแม่เป็นคุณครูทั้งคู่ พ่อของเขาได้ชื่อว่าเป็น “ปัญญาของนายทุน” ทำให้พ่อของเขาถูกเนรเทศออกจากประเทศไม่นานหลังจาก CZ เกิด โดยหลังจากเหตุการณ์นั้นครอบครัวของ CZ ก็ได้อพยพมาตั้งรกรากที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ในวัยเด็ก CZ ต้องรับภาระหาเงินมาจ่ายค่าบ้านด้วยการออกไปทำงานที่ McDonald’s และทำงานกะกลางคืนในปั๊มน้ำมัน จะเห็นว่าชีวิตของเขาไม่ได้เกิดมาสบายตั้งแต่เริ่มต้น

หลังจบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัย McGill เขา ใช้เวลาส่วนใหญ่บินไปมาระหว่าง นิวยอร์ก กับ โตเกียว เขาเริ่มต้นอาชีพทำงานด้วยการเป็นผู้พัฒนาระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และระบบวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ Bloomberg ในส่วนของการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์)

ถ้าถามว่า CZ เก่งแค่ไหน ก็เก่งในขนาดที่ว่าในวัย 27 ปี เขาได้รับการโปรโมตเป็นโปรเจกต์แมเนเจอร์ที่ดูแลทีมในนิวเจอร์ซีย์ ลอนดอน และโตเกียว แต่ก็เหมือนกับคนเก่ง ๆ ในระดับโลก พวกเขาก็มักจะมองหาการเริ่มต้นเป็นเจ้าของอะไรเองสักอย่าง

ในปี 2005 Zhao ลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดย้ายไปที่เซี่ยงไฮ้และเริ่มต้น “Fusion System” บริษัทผู้พัฒนาระบบซื้อขายความถี่สูงสำหรับโบรกเกอร์

จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

ปี 2013 Zhao รู้จักบิตคอยต์จากนักลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัปคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่เขาเล่นโป๊กเกอร์ด้วย หลังจากนั้น Zhao ก็เริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ในการเริ่มต้นโปรเจกต์ คริปโต กับทีมงาน

Zhao เริ่มเข้าสู่วงการด้วยการเป็นหัวหน้าส่วนงานพัฒนาคริปโตเคอร์เรนซีวอลเลท (กระเป๋ากลางเทรดสกุลเงินดิจิทัล)

ที่ Blockchain.info และ 8 เดือนที่นี่ CZ ได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้มีชื่อเสียงทางด้าน Bitcoin อย่าง Roger Ver และ Ben Reeves

นอกจากนี้ CZ ยังรับจ็อบทำงานให้กับ OKCoin ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนค่าเงินระหว่างค่าเงินเฟียทและค่าเงินดิจิทัล ในฐานะผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี แต่ก็ทำอยู่ไม่ถึงปีเขาก็คิดถึงเรื่องการมีแพลตฟอร์ม Exchange เป็นของตัวเอง

การเดิมพันครั้งสำคัญที่เปลี่ยนชีวิต

Zhao คิดถึงวิธีการที่จะทำอย่างไรที่ผู้คนจะสามารถแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างสถาบันการเงิน อีกทั้งในตอนนั้นอดีตเพื่อนร่วมงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่าง Roger Ver ก็เคยได้บอกกับเขาว่า ข้อจำกัด กฎระเบียบ ความซับซ้อน และความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ

ปี 2017 Zhao นำเหรียญของแพลตฟอร์มBinanceออกจำหน่ายต่อสาธารณชนครั้งแรก หรือ Initial Coin Offering ซึ่งคล้าย ๆ กับการนำหุ้นออกเสนอขายต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ในตอนนั้นเหรียญ BNB ของBinanceได้รับความนิยมและสามารถระดมเงินทุนได้กว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (495 ล้านบาท) จากการออกจำหน่ายเหรียญ 200 ล้านเหรียญ

นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการตัดสินใจมูฟออกจากชีวิตพนักงานประจำสู่ซีอีโอเจ้าของแพลตฟอร์มที่สามารถระดมเงินทุนได้มากมาย ทุกวันนี้แอคทีฟยูสเซอร์จำนวนมากอยู่ในสหรัฐฯ รองลงมาคือญี่ปุน ขณะที่ตอนนั้นบริษัทไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะเช่าตึกสำนักงานในญี่ปุ่นได้

อะไรทำให้ Binance ก้าวขึ้นมาเป็น Exchange เบอร์ 1 ของโลก

คงมีหลายปัจจัยที่จะทำให้แพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลเติบโตไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่อง ความผันผวน (ถ้านิ่ง ๆ ไม่มีคนเทรดคงไม่มีใครทำกำไรได้สักเท่าไร) และจำนวนคู่เหรียญที่ลิสต์กันบนกระดาน

ในตอนแรกBinanceก็ไม่ได้รับความสนใจหรือถูกพิจารณาจากสื่อหรือนักเทรดว่าเป็น No.1 กระดานเทรดของโลก จะว่าไปตอนนั้นแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงมีชื่อว่า Bittrex

Bittrex มีสกุลเงินดิจิทัลให้เทรดมากกว่า 190 คู่เหรียญ วอลุ่มการซื้อขายต่อวันมากกว่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Bittrex ทะยานขึ้นติด 1 ใน 3 แพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่อย่างไรก็ตาม พอเริ่มฮิตคนก็เข้ามาเทรดเป็นจำนวนมากมากเสียจน Bittrex ไม่สามารถรับมือกับทราฟฟิกที่ไม่คาดคิดมาก่อนได้ และตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสถียรของแพลตฟอร์ม ก่อนที่หลังจากนั้นทางแพลตฟอร์มจะหยุดการเปิดรับนักเทรดหน้าใหม่ที่ตั้งใจจะเข้ามาหาความมั่งคั่งจากแพลตฟอร์มนี้

และในตอนนั้นเอง Binanceซึ่งกำลังเป็นแพลตฟอร์มเทรดสกุุลเงินดิจิทัลน้องใหม่ไฟแรงได้พีอาร์ว่ามีสกุลเงินดิจิทัลให้เทรดมากกว่า 230 คู่เหรียญ แถมค่าธรรมเนียมการเทรดยังต่ำกว่า Bittrex ถึง 0.25%

และเรื่องบังเอิญที่ช่วยส่งให้Binanceได้รับความนิยมจนพุ่งทะยานก็คือมาตรการคุมเข้มของทางการจีนทำให้แพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลสัญชาติจีนหลายแพลตฟอร์มต้องปิดตัวลง แต่ที่พีคกว่านั้นหลังจากที่มีการประกาศนโยบาย “แบน” ไม่ให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศจีนเกิดขึ้น Zhao บอกทีมงานว่า ต้องรีบย้ายเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกไปจากประเทศจีน ก่อนที่จะถูกทางรัฐบาลจีนเข้ามาตรวจสอบและปิดแพลตฟอร์ม และนี่ก็เป็นเรื่องกึ๋นของผู้นำที่มองเห็นสัญญาณอันตรายและอาศัยความไวในการเอาตัวรอด แถมยังเจอโอกาสสำคัญที่ทำให้ได้เปรียบแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจในแบบเดียวกันอีกด้วย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดสื่อต่างประเทศก็ลงความเห็นว่าปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้Binanceประสบความสำเร็จต้องอาศัยหลายปัจจัย ซึ่งที่อื่นไม่มี แต่Binanceมี  ไม่ว่าจะเป็นทีมพีอาร์ที่เก่งกาจ และ CEO ที่ทำให้ตัวเองอยู่ในแสงสปอตไลท์อยู่เสมอ และที่สำคัญที่สุดคือชื่อเสียงด้านความปลอดภัยและสภาพคล่องและเสถียรภาพของแพลตฟอร์มคือหัวใจหลักที่ทำให้Binanceยังยืน 1 มาจนถึงปัจจุบัน

ก้าวต่อไปของ Binance

Changpeng Zhao ประกาศด้วยสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นว่าในอีก 3 ปีต่อจากนี้ (2024) เขาจะนำBinance เข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้

“Binance สหรัฐฯ เพิ่งจะเริ่มต้นทำในสิ่งที่ Coinbase (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ชือดังสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่เคย IPO ไปเมื่อเดือนเมษายน 2021) เคยทำเอาไว้”

โดย Binance US กำลังจะปิดการระดมทุนก่อน IPO ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า โดย Zhao เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าบริษัทของเขาสามารถระดมทุนได้แล้วตอนนี้กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และBinanceจะไม่เป็นแค่แพลตฟอร์ม Exchange ธรรมดาทั่วไป โดย Zhao มองบริษัทของเขาเอาไว้ในอีก 10 ปี ว่าจะรวม Binance เข้ากับตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศ และในอนาคต Binanceมีแผนที่จะลดค่าธรรมเนียมการเทรดลงอีกเพื่อดึงให้คนมาใช้แพลตฟอร์ม อันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าในส่วนของผู้ถือหุ้น นอกจากนี้การนำBinanceเข้าตลาดหลักทรัพย์จะช่วยลบภาพการเป็นแหล่งฟอกเงินของผู้ประกอบธุรกิจสีเทา

สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้

ออกจะฟังดูประหลาดสักหน่อยถ้าจะบอกว่าการที่ Changpeng Zhao พาBinanceมาถึงจุดนี้ได้เป็นเรื่องของโชค จริงอยู่ที่ใครกระโดดเข้ามาเล่นกับกระแสของคริปโตในช่วงนี้ก็ดูจะจับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด แต่อย่าลืมว่าในปี 2017 ถ้า Zhao ไม่กล้าตัดสินใจที่จะเข้าสู่ธุรกิจนี้ตั้งแต่ต้นน้ำปัจจุบันเราอาจจะเห็นเพียง Coinbase ครองความยิ่งใหญ่อยู่เพียงรายเดียวก็เป็นไปได้ และสิ่งที่สำคัญอีกเรื่องคือ การตัดสินใจของคนที่เป็นผู้นำ ในยามที่องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยภายนอกที่ยากจะควบคุม เช่น มาตรการปราบปรามแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศจีน Zhao เองก็เป็นผู้ที่บอกให้ทีมงานเร่งย้ายฐานการทำงาน

รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของ Changpeng Zhao เองที่ไม่เคยหยุดพัฒนาและอยากทำให้Binance นั้นขาวสะอาดด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายของ ก.ล.ต. ในแต่ละประเทศ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งแพลตฟอร์มนี้จะได้รับการยอมรับในระดับสากลแบบถูกกฎหมายต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน