“BREXIT” ผลกระทบใหญ่ “เศรษฐกิจและธุรกิจไทย” ช่วงครึ่งหลังปี 2559
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เผยผลประเมินกรณีที่ สหราชอาณาจักร (UK) มีมติโหวตออกจาก สหภาพยุโรป (EU) หรือที่เรียกว่า “BREXIT” ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทย รวมไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและธุรกิจของไทย ในครึ่งหลังปี 2559 ดังนี้

“BREXIT” กระทบหนักภาพลักษณ์ของ “EU”
แม้ว่าธนาคารกลางหลังต่างๆ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อช่วยประคับประครองสถานการณ์ แต่ประเด็นหลักระหว่าง UK-EU ยังคงต้องใช้เวลาในการสะสาง ทำให้ความไม่แน่นอน น่าจะยังคงอยู่ รวมไปถึงผลกระทบที่จะสะเทือนถึงภาพลักษณ์ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันพอสมควร โดยสมาชิกบางประเทศที่มีความไม่พอใจต่อกฏเกณฑ์ของ EU เป็นทุกเดิมอยู่แล้ว อาจจะชูเรื่องการทำประชามติขึ้นมาบ้างก็ได้ เนื่องจากรัฐบาลบางประเทศกำลังจะเลือกตั้งใหม่ในช่วง 1-2 ปีนี้
ซึ่งคาดว่า ความไม่แน่นอนต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจอังกฤษปีนี้ อาจอยู่ที่ 1.5% เทียบกับ 2.0% หากไม่มี BREXIT และอาจจะอยู่ที่ 1.2% ในปีหน้า จากประมาณการเดิมที่ 2.2% ส่วนสหภาพยุโรป คาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ จะอยู่ที่ 1.3% จากประมาณการเดิมที่ 1.5% และอยู่ที่ 1.2% ในปีหน้า จากประมาณการเดิมที่ 1.6%
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั้งใน UK และใน EU ยังอาจกระทบต่อฐานะความแข็งเกร่งของสถาบันการเงินในอังกฤษและยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจของ EU คิดเป็นสัดส่วน 20% ของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะจีน ที่ EU มีสัดส่วน 17% ในเศรษฐกิจแดนมังกร

“เศรษฐกิจไทย” สูญหาย 10,000 ล้านบาท
เบื้องต้นคาดว่าผลกระทบ BREXIT จะมาจากการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งจะกระทบ GDP ไทยราว 0.07% หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท ในปี 2559 และ 0.2% ในปี 2560 โดยในกรณีที่ไม่ร้ายแรงอาจลดทอน GDP ไทยในปี 2559 เพียง 0.04% แต่ในกรณีที่เลวร้าย ที่ส่งผลกระทบลามไปถึงเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆใน EU ด้วยก็อาจฉุด GDP ของไทยให้หายไป 0.2% ในปี 2559 และ 0.75% ในปี 2560

“ส่งออก, ท่องเที่ยว และการลงทุน” 3 กลุ่มหลักที่โดนหางเลข
นอกจากผลกระทบต่อตลาดการเงินแล้ว ผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงจะเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ
1. การส่งออก เมื่อค่าเงินปอนด์หลัง BREXIT อ่อนค่าลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท จาก 1 ต่อ 52 เหลือ 1 ต่อ 46 ทำให้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้นในตลาด UK ส่ง Euro อ่อนค่าไม่แรงนัก ราว 2-3% ผลกระทบจึงน่าจะจำกัด สำหรับการส่งออกไป EU (รวม UK) อาจหดตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง และคาดว่าทั้งปี 2559 จะหดตัว 1.2-4.4% หรือประมาณ 5,500 – 20,000 ล้านบาท โดยผลส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม อาหาร ยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ภายครัวเรือน
2. การท่องเที่ยว เนื่องจาก UK เป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 3 ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์ จึงน่าจะกระทบการใช้จ่ายตรงนักท่องเที่ยว UK มากพอสมควร ในขณะที่ตลาดอื่นๆ ใน EU คาดว่าจะกระทบไม่มาก ทำให้โดยรวม รายได้การท่องเที่ยวจากตลาด EU ในปี 2559 อาจขยายตัวน้อยลงมาอยู่ที่ 11.6-12.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 13.0% โดยเป็นผลมาจากตลาด UK เป็นหลัก ซึ่งอย่างน้อยจะหายไป 2,000 ล้านบาท หรือในกรณีที่เลวร้าย อาจหายไปมากถึง 4,000 ล้านบาท
3. การลงทุนโดยตรง (FDI) การลงมทุนคงไม่ได้รับผลกระทบในทันที เนื่องจากนักลงทุนมองเป้าหมายระยะยาว ซึ่งโครงการที่มีแผนลงทุนอยุ่แล้ว โดยเฉพาะการลงทุนที่มีเป้าหมายตลาด ในภูมิภาคเอเชียน่าจะไม่กระทบ แต่อย่างไรก็ตาม โครงการลงทุนใหม่ที่ยังไม่เร่งด่วน อาจะรอดุความชัดเจนของผลกระทบ BREXIT ต่อภูมิภาคยุโรป และผลที่มีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมก่อน

Timeline เศรษฐกิจไทย 2559
ไตรมาส 1
เศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัว 3.2% ด้วยแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยว
ไตรมาส 2
ในไตรมาสนี้ การส่งออกกลับมาหดตัวสูง ภัยแล้งยังส่งผลกระทบต่อครัวเรือนในชนบท แต่อาจได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 3
คาดการณ์ไตรมาส 3-4
คาดว่าการเร่งขยายตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ จะเข้ามาเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากคิดในครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยบวก มาจากการเบิกจ่ายงบกลางปีและโครงการลงทุนภาครัฐน่าจะคืบหน้ามากขึ้น รวมถึงมีการลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ
ส่วนเรื่องที่ต้องห่วง คือต้องติดตามผลกระทบต่อเหตุการณ์ BREXIT การส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย Fed และผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

BREXIT เพิ่มความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
นอกจากผลกระทบทางตรงที่เกิดขึ้นจาก UK และ EU แล้ว ยังมีผลกดดันเศรษฐกิจโลกและราคาโภคภัณฑ์ให้ฟื้นตัวช้า ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังปี 2559 น่าจะขยายตัวประมาณ 2.9% ส่งผลให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงคาดการณ์อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งปีไว้ที่ 3.0% อยู่ โดยที่การส่งออก น่าจะติดลบในอัตราที่ใกล้เคียงกับในครึ่งปีแรก คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ -2.0%

BREXIT : ในระยะสั้น ธุรกิจไทยน่าจะได้รับผลกระทบในวงจำกัด
ผลกระทบต่อธุรกิจไทยในระยะที่เหลือของปี 2559 จากกรณี BREXIT คาดว่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัด อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงิน ที่จะมาฉุดกำลังซื้อของชาวอังกฤษและอาจรวมไปถึงชาวยุโรป ทำให้กระทบรายได้การส่งออกและการท่องเที่ยว แต่อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการนพเข้าและไปเที่ยว รวมไปถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก ภาคธุรกิจควรป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์ รวมถึงกระจายตลาดโดยทั้งนี้ มีธุรกิจ 3 กลุ่มต้องจับตาได้แก่
1. ท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยว UK-EU มาไทย อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินปอนด์และเงินยูโร คงจะทำให้การใช้จ่ายเป็นไปด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
2. ส่งออกรถยนต์ UK-EU ไม่ใช่ตลาดส่งออกรถยนต์หลักของไทย แต่อำนวจซื้อที่ถดถอยลง น่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกรถยนต์ไป UK หดตัวต่อเนื่อง ซึ่ง 5 เดือนแรกของปีนี้ หดไปแล้ว 10.2%
3. ราคาสินค้าเกษตรส่งออก ผลกระทบที่ลากยาว คงกดดันราคาน้ำมันและโภคภัณฑ์ตลาดโลก และอาจไม่ช่วยผลักดันมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรหลักของไทย ตามที่เคยบหวัง
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง ธุรกิจก่อสร้าง สุขภาพ ค้าปลีก น่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นสอดคล้องกับแรงสนับสนุนเศราฐกิจไทยในภาพรวม ด้านอุปสงค์ของคู่ค้าหลักอย่างจีน ที่เปาะบาง จะยังคงกดดันการส่งออก ยางพาราและมันสำปะหลัง ของไทยอย่างต่อเนื่อง