สถานการณ์ในยูเครนมีแต่จะแย่ลงจากความเคลื่อนไหวทางการทหารของรัสเซีย ล่าสุดกระทบไปถึงองค์กรสำคัญทางเงินของโลกแล้ว

ธนาคารโลกสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสำนักงานในยูเครนไปอยู่ในสถานที่ไม่เปิดเผย เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และครอบครัว หลังรัสเซียเพิ่มกำลังทหารบริเวณพรมแดนติดกับยูเครนที่อาจนำมาสู่ปฏิบัติการบุกยึดและทำให้รัฐบาลยูเครนตกอยู่ใต้อำนาจ

รัสเซียตรึงกำลังทหารบริเวณพรมแดนติดกับยูเครนมาแล้วหลายสัปดาห์ เพราะไม่พอใจที่สหรัฐฯ และชาติสมาชิกในยุโรปขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เพิ่มการสนับสนุนยูเครน ประเทศใต้อาณัติรัสเซียในสมัยอดีตสหภาพโซเวียต จนหวั่นว่าจะทำให้ยูเครนยิ่งตีตัวออกห่างและถูก NATO ดึงเข้ากลุ่มในที่สุด

สถานการณ์ดังกล่าวทวีความตึงเครียดหลังชาติสมาชิก NATO แสดงท่าทีปกป้องยูเครนด้วยการส่งกำลังทหาร จนประชาคมโลกกังวลว่าหากรัสเซียทนไม่ไหว อาจส่งยกทัพข้ามพรมแดนเข้าไปยึดยูเครน หลังเคยทำสำเร็จมาแล้วในการปฏิบัติผนวกแถบไครเมียเมื่อปี 2014

แม้บรรดาผู้นำชาติยุโรปและนักการทูตสหรัฐฯ ผลัดกันเจรจากับรัสเซียแต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น โดยมีรายงานว่ารัสเซียเพิ่มกำลังทหารบริเวณพรมแดนยูเครนอีกชุดใหญ่

ด้านธนาคารโลก ก็กังวลสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก จนวันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ได้สั่งอพยพเจ้าหน้าที่และครอบครัวบางส่วนออกจากยูเครนแล้ว แต่เป็นมาตรการชั่วคราว และยังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าจะยังพยายามช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครนต่อไป

เรื่องนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ โดยในเวลาไล่เลี่ยกันสหรัฐฯ ได้สั่งปิดสถานทูตยูเครนในกรุงเคียฟ แล้วย้ายนักการทูตไปอยู่ยังเมืองลวีฟทางภาคตะวันตกของยูเครน

ส่วนกรณีที่สถานการณ์แตกหัก รัสเซียยกทัพข้ามพรมแดนเข้าไปยึดยูเครน อาจนำมาสู่การปะทะกันระหว่างกองทัพยูเครนที่มีกองกำลัง NATO หนุน โดยตลอดการสู้รบจะดีดทั้งราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก รวมถึงข้าวสาลีและข้าวโพดให้แพงขึ้น

เพราะรัสเซียเป็นแหล่งพลังงานใหญ่ของยุโรป และรัสเซียกับยูเครนต่างก็เป็นประเทศที่ส่งออกพืชทั้งสองชนิดนี้มากอันดับต้น ๆ ของโลก/theguardian, cnn, cna 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน