“บิ๊กซี” ได้เปิดเผยแผนกลยุทธ์ ประจำปี 2559 ซึ่งถือเป็นแถลงข่าวใหญ่ “ครั้งแรก” ภายใต้พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “ก้อง-สหรัถ”

  

1. เปิดตัวกลยุทธ์ราคา “ถูกสุดสุดไปเลย” เพื่อตอบโจทย์เรื่องราคาและลดค่าครองชีพของผู้บริโภค โดยมีกลยุทธ์ย่อย 5 ข้อคือ รับประกันสินค้าโปรโมชั่นถูกสุดๆ, รับประกันสินค้าโปรโมชั่นไม่ขาดสต๊อก, สินค้าราคาถูกกว่าปีที่แล้ว 5,000 รายการ, รับประกันราคาถูกต้อง และแจกฟรี คูปองลดราคาทุกวัน

2. เปิดตัว “ก้อง-สหรัถ” เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ในรอบ 5 ปีของ “บิ๊กซี” ก่อนหน้านี้พรีเซนเตอร์คือ “เจ เจตริน – ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน” แต่ใช้ในแคมเปญเดียว โดยในช่วงแรก ก้อง มีสัญญา 1 ปี ถ้าประสบความสำเร็จก็มีโอกาสต่อสัญญาออกไปอีกออก นอกจากนี้ได้มีการแต่งเพลงขึ้นมาใหม่สำหรับใช้ในโฆษณาคือ เพลงถูกสุดๆไปเลย

3. การมีพรีเซนเตอร์ “บิ๊กซี” คาดหวังในการช่วยส่ง message ในเรื่องของความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า มากกว่าคาดหวังเรื่องรายได้หรือจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีเฉลี่ย 4,000,000 คนต่อสัปดาห์ในทุกฟอแมทซ์

4. ปัจจุบัน “บิ๊กซี” มีสาขาทั้งหมด 720 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 125 สาขา,บิ๊กซี มาร์เก็ต 55 สาขา, มินิบิ๊กซี 393 สาขา, ร้านขายยาเพรียว 147 สาขา และร้านอีคอมเมิร์ซ คือ บิ๊กซีช้อปปิ้งออนไลน์และ Cdiscount ในปี 2559 วางแผนขยายสาขาประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 สาขา, บิ๊กซี มาร์เก็ต 3 สาขา และมินิบิ๊กซี 75 สาขา (ในจำนวนนี้เป็นแฟรนไชน์ 50 สาขา) คาดว่าจะเริ่มเปิดในไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยใช้งบลงทุนทั้งหมดประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท

5. ปีที่ผ่านมาใช้งบการตลาดไป 9,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะใช้งบเท่ากันหรือมากกว่า สำหรับภาพรวมของตลาดค้าปลีกปีนี้ “บิ๊กซี” มองว่ายังคงมีการแข่งขันที่สูงอยู่ โดยมี “ราคา” เป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการที่ไหน