เคยรู้สึกมีงานต้องทำมากมาย จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังไหม
จะแปลกไหม ถ้าหากเราจะบอกคุณว่า งั้นอย่าเพิ่งทำอะไรที่ต้องทำเหล่านั้น ให้หันไปทำอย่างอื่นแทนไปเลย ลุกไปรดน้ำต้นไม้ จัดโต๊ะทำงาน เก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้มาพับ หรือเดินไปล้างจาน งานบ้านเหล่านี้แทบจะฟังดูไม่น่าทำให้มีความสุขสักนิด แต่คุณอาจจะค้นพบความสุขและความสบายใจจากงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งนั้นเรียกว่า “Puttering”
เพราะงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้
ถ้าคุณกำลังรอโทรศัพท์สายสำคัญ หรือตกอยู่ในสภาวะเขียนงานไม่ออกใกล้ถึงกำหนดส่งแล้ว น่าแปลกที่แทนที่เราจะขะมักเขม้นทำจนคิดออก แต่เมื่อเราลุกไปเก็บกวาดเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องทำงานให้เข้าที่ ปัดฝุ่นกรอบรูป รดน้ำต้นไม้ในห้องที่เหี่ยวเฉา อาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
Puttering คืออะไร
Puttering หมายถึง การใช้เวลาไปกับกิจกรรมเล็ก ๆ แบบสบาย ๆ ไม่ได้โฟกัสสิ่งใดเป็นพิเศษ แนวคิดนี้ถูกพูดถึงโดย Jeff Bezos เมื่อเขาบอกว่า เขาเริ่มวันด้วยการ “puttering” แทนที่จะทำทุกอย่างแบบมีวินัยเข้มงวด เขากลับปล่อยตัวเองให้ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อย ๆ
ในช่วงเวลาที่เราเผชิญกับความเครียด ความกดดันจากภาระงานตรงหน้า การทำงานบ้านกลายเป็นกิจกรรมที่ช่วยจัดการความคิดของเราได้เป็นอย่างดี
ในระดับพื้นฐาน “puttering” ช่วยให้สมองมีอะไรทำ ลดการหมกมุ่นกับเรื่องที่กังวล เพราะเมื่อเราทำอะไรเรื่อยเปื่อย จะช่วยดึงความสนใจของเราไปอยู่ที่อื่น จึงลดการใช้สมองกับเรื่องที่ทำให้กังวลใจ
คิดอะไรไม่ออก บอกไปล้างจาน
มีงานวิจัยจาก Florida State University ศึกษาหัวข้อ “ประโยชน์ด้านสุขภาพจิตของการล้างจาน” นักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วม 51 คนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกถูกสอนให้โฟกัสกับความรู้สึกระหว่างล้างจาน โดยให้อ่านข้อความว่า “ขณะล้างจาน ควรตระหนักอย่างเต็มที่ว่ากำลังล้างจานอยู่” เพื่อให้ตระหนักรู้กับปัจจุบัน อีกกลุ่มแค่อ่านคำแนะนำตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิธีการล้างจาน โดยไม่ได้มีข้อความกระตุ้นการตระหนักรู้ปัจจุบัน
ผู้เข้าร่วมกลุ่มแรกที่จดจ่ออยู่กับความอุ่นของน้ำ กลิ่นน้ำยาล้างจาน และความรู้สึกของจานที่ลื่น ๆ ปรากฏว่าพวกเขามีอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสิ้นสุดการทดลอง ความรู้สึกวิตกกังวลลดลง 27% และความรู้สึกมีแรงบันดาลใจทางจิตใจเพิ่มขึ้น 25% ราวกับว่าการดื่มด่ำกับกิจกรรมง่าย ๆ นั้นได้ฟื้นฟูจิตใจของพวกเขา
ถ้าจัดโต๊ะทำงานได้ ก็จัดแจงชีวิตได้
เมื่อเรารู้สึกวิตกกังวล รู้สึกไร้หนทาง หรือรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ยาก จะทำให้ระดับฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น คอร์ติซอล เพิ่มสูงขึ้น ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย แม้กิจกรรมเล็ก ๆ จะไม่ได้แก้ปัญหาโดยตรง แต่ก็ช่วยให้เรารู้สึกควบคุมอะไรบางอย่างได้
ดังนั้น เวลาที่เราได้จัดบ้านในช่วงที่เผชิญกับงานเยอะ ๆ หรืองานยาก ๆ มันเป็นอีกวิธีที่จะหลอกสมองว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ (Perceived Control) ผ่านการจัดบ้าน จัดโต๊ะ จัดที่นอน ซึ่งงานบ้านจะแตกต่างจากการทำกิจกรรมเล่นสนุกอื่น ๆ ที่ทำให้เสียสมาธิ เช่น การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือดูรายการทีวี ที่ทำให้เราปล่อยใจเพลิดเพลิน ซึ่งไม่ช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงการควบคุมของเราได้ นักจิตวิทยากล่าวว่า
ที่มันเป็นเช่นนั้น เพราะการที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ สามารถสร้างความรู้สึกว่าเรามีอำนาจในการควบคุม นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการทำความสะอาดและจัดระเบียบบ้าน จึงให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้
การศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยศาสตราจารย์ Ellen Langer จาก Harvard University และศาสตราจารย์ Judith Rodin จาก Yale University ได้ศึกษาบ้านพักคนชรา โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรกได้จัดห้องเองและดูแลต้นไม้เอง พวกเขาสามารถตกแต่งห้องตามใจชอบได้เลย ในขณะที่อีกกลุ่ม เจ้าหน้าที่จัดแจงให้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้เลยด้วย ผ่านไป 18 เดือน ผู้พักอาศัยที่รับผิดชอบดูแลห้องของตนเอง มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น และมีโอกาสเสียชีวิตน้อยลง
ห้องเรียบร้อย ใจก็สงบ (Tidy room, focused mind)
การใช้เวลาว่างของคุณในการจัดระเบียบและกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็น จะช่วยทำให้พบว่า สภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความสงบสุขเช่นกัน เพราะสภาพแวดล้อมส่งผลต่อความคิดเรา
Ethan Kross นักจิตวิทยาจาก University of Michigan เขียนไว้ในหนังสือ Chatter: The Voice in Our Heads and How to Harness It ว่า “เราฝังตัวอยู่ในพื้นที่ทางกายภาพ และลักษณะต่าง ๆ ของพื้นที่เหล่านี้จะกระตุ้นพลังทางจิตวิทยาภายในตัวเรา ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดและความรู้สึกของเรา” เขาเขียนว่า หากเราเห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายนอก มักจะช่วยให้เรารู้สึกวุ่นวายภายในน้อยลง
ลองจินตนาการตาม หากคุณนั่งอยู่บนโต๊ะในครัว พร้อมกับแล็ปท็อปที่อยู่ท่ามกลางสิ่งของรก ๆ นั่นหมายถึงสิ่งเร้าทางสายตามากมายให้สมองของเราจับจ้องและต้องประมวลผลอย่างต่อเนื่อง ยิ่งจำนวนวัตถุมาก ก็ส่งผลเสียต่อสมาธิเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากวัตถุแต่ละชิ้นจะแย่งความสนใจของสมองไปหมด ส่งผลให้สมองเหนื่อยล้าจนไม่สามารถโฟกัสงานได้นาน ในขณะที่ถ้าคุณนั่งบนโต๊ะสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย การจดจ่อกับงานจะทำได้ง่ายขึ้น
ไม่จำเป็นต้องกำจัดสิ่งของรก ๆ ออกไป เพียงจัดเรียงใหม่ก็เข้าท่าแล้ว ยิ่งเป็นการจัดกลุ่มสิ่งของตามสี ตามขนาด ยิ่งช่วยให้สมองลดความสับสนทางระบบประสาทได้ และช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น
Puttering อาจดูเหมือนไร้สาระ แต่จริง ๆ คือการพักสมองโดยไม่ต้องหยุดนิ่ง การสร้างความรู้สึกควบคุมชีวิต การจัดระเบียบโลกภายนอก เพื่อให้โลกภายในสงบลง บางครั้งไอเดียใหม่ ๆ ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราไม่ได้พยายามคิดอะไรเลย
เมื่อกิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และกระตุ้นสารแห่งความสุข จึงไม่แปลกที่หลายคนหันไปหางานบ้านเมื่อชีวิตวุ่นวาย แต่ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคน หากคุณเกลียดงานบ้าน คุณอาจไม่รู้สึกดีจากมันเลย แต่สำหรับคนที่ชอบอยู่บ้าน “puttering” คือยารักษาใจชั้นดี
