ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศแผนเดินหน้าปี 65 เร่งนโยบาย Net-Zero

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน เผยผลการดำเนินงานในปี 2021 ว่าเป็นปีที่สำเร็จได้อย่างสวยงาม กับตัวเลขการเติบโต +12.7% สวนกระแสพิษโควิด พร้อมเดินหน้าต่อในปีนี้ กับการปรับกลยุทธ์นำองค์กรสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มกำลัง

สเตฟาน นูสส์ (Mr. Stephane NUSS) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย เมียนมา และลาว ของชไนเดอร์กล่าวว่า แม้โลกจะเผชิญความไม่แน่นอนเพราะภาวะโรคระบาดในปี 2021 ทว่าบริษัทก็ยังสร้างผลงานการเติบโตด้านรายได้อย่างสวยงาม ด้วยการแตะรายได้สูงสุดที่ 29,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท)  คิดเป็นการเติบโตสุทธิของผลกำไรอยู่ที่ +12.7% 

เป้าหมายใหม่ กับการสร้างระบบเศรษฐกิจ Net-Zero

ผลการศึกษาจากชไนเดอร์และ GreenBiz Research ระบุว่า หลายองค์กรที่มีการบริหารจัดการเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง องค์กรเหล่านี้จะได้รับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นที่สูงกว่าองค์กรที่ไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ถึง 67%  นอกจากนี้ การวิจัยล่าสุดจากสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ยังเผยให้เห็นว่า บริษัทที่มุ่งเน้นกลยุทธ์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม จะมีอัตราการเติบโตประจำปีอยู่ที่ 15% โดยเป็นผลมาจากเทรนด์ Sustainable economy ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ชไนเดอร์ เชื่อว่าระบบไฟฟ้าคือพลังงานที่ดีที่สุด และเมื่อนำระบบไฟฟ้ามาผนวกกับระบบดิจิทัล ก็จะได้เป็น ‘ระบบไฟฟ้า 4.0’ นำสู่ ‘ความเป็นศูนย์’ (Net-Zero) ที่หมายถึงการเสียพลังงานเป็นศูนย์ การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์  และเป็นไปได้ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า โลกจะต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้ามากขึ้น เมื่อใช้ระบบไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อขจัดคาร์บอน ควบคู่ไปกับการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อสร้างประสิทธิภาพ ก็จะตอบโจทย์กับการทำธุรกิจที่ยั่งยืนเพื่อโลกนั่นเอง

3 Solutions สนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ สู่ความยั่งยืน

  •  การวางกลยุทธ์ เพื่อกำหนดสถานภาพปัจจุบัน จากจุดที่ลูกค้าเริ่มต้นโครงการ รวมถึงการประเมินเพื่อกำหนดหาฐานอ้างอิง พร้อมกับการพัฒนา roadmap ในการขจัดคาร์บอนทั้งหมดที่ต้องดำเนินการ
  •  การปรับสู่กระบวนการดิจิทัล เพื่อตรวจสอบทรัพยากรทั้งหมดที่ใช้ และการปล่อยมลพิษที่เกี่ยวข้อง จากนั้นระบุหาโอกาสในการลดคาร์บอน โดยใช้แพลตฟอร์มและการบริการของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่ให้ประสิทธิภาพได้อย่างโดดเด่น
  •  การดำเนินการตามแผนงาน เพื่อดำเนินการตามแผนทั้งหมดและนำไปสู่การขจัดคาร์บอนในที่สุด ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการทำงานเป็นระบบไฟฟ้า ลดการใช้พลังงาน  โดยใช้โซลูชัน ผลิตภัณฑ์ที่มีการเชื่อมต่อทั้งหมดของชไนเดอร์ อิเล็คทริคพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้ลูกค้า

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีการร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์อิสระชั้นนำของโลก จะช่วยปรับกระบวนการทำงานด้านพลังงานและระบบอัตโนมัติเป็นดิจิทัล 

“เราได้ซื้อกิจการจากผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์หลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมอย่าง Aveva และ ETAP สำหรับลูกค้าที่ใช้ระบบไฟฟ้าเป็นหลัก และซอฟต์แวร์ RIB สำหรับอาคาร เป็นต้น พันธกิจของเราคือการทำให้ซอฟต์แวร์ทั้งหมดผสานรวมการทำงาน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบวงจรในแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ ให้กับลูกค้าในตลาด และแน่นอนซอฟต์แวร์ทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมต่อกับโซลูชัน IoT และผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อของเรา เพื่อให้ประสิทธิภาพแก่ผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น” สเตฟาน นูสส์ กล่าว

โดยแผนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ชไนเดอร์ได้มีการประกาศความตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี 2025 และเร่งเปลี่ยนสู่ Net Zero Carbon ให้ได้ภายในปี 2030 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน