ไทยวา เจ้าของผลิตภัณฑ์ชื่อคุ้นหูอย่าง วุ้นเส้นตรามังกรคู่ และกิเลนคู่ ประกาศยอดความสำเร็จปี 2564 ด้วยยอดขายกว่า 9,105 ล้านบาท  เติบโต 28% จากปีก่อน พร้อมชูนโยบาย Sustainable Economy ผลักดันการทำธุรกิจแบบยั่งยืน พร้อมลงทุนและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกจากมันสำปะหลังในต้นปีนี้อย่างเต็มรูปแบบ

การเติบโตในช่วงโควิด มี HVA ช่วยผลักดัน

นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการของไทยวายังคงแข็งแกร่ง และเติบโตได้ดีแม้ในสภาวะโรคระบาด เพราะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำมาลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และการบริหารการขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ส่วนแบ่งรายได้ในปี 2564

รายได้รวม 9,105 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • 4,402 ล้านบาท จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (49%)
  • 2,910 ล้านบาท การเพิ่มมูลค่าธุรกิจมันสำปะหลัง หรือ HVA (32%)
  • 1,767 ล้านบาท จากธุรกิจอาหาร (19%)

ไทยวาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสัดส่วนรายได้ระหว่างในประเทศไทยและนอกประเทศ เท่ากับ ร้อยละ 83 : 17  เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนกำลังมาแรง และขายได้ดีในต่างประเทศ เช่น สารให้ความหวาน แป้งสาคู ฯลฯ

‘ไบโอพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง’ ก้าวสำคัญของวงการธุรกิจยั่งยืนของโลก

ปี 2565 ไทยวามุ่งเน้นไปยังการขับเคลื่อน Sustainable Economy เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค และเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรหนึ่งอีกด้วย โดยเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์​ ‘ไบโอพลาสติก’ จากแป้งมันสำปะหลังภายใต้แบรนด์ ROSECO ในเครือไทยวาภายในสิ้นไตรมาสแรกของปีนี้

ROSECO (โรเซโค) คือแบรนด์ธุรกิจไบโอพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง จากงานวิจัย ไบโอพลาสติกประเภทนี้ใช้เวลาย่อยสลายเพียง 4 เดือนเท่านั้น โดยสามารถนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ฯลฯ ซึ่งไบโอพลาสติกชนิดนี้สามารถทิ้งลงดินให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งจะกลายเป็นทรัพยากรหมุนเวียนต่อไปได้ ที่สำคัญคือไทยวาเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีไบโอพลาสติกจากมันสำปะหลังเป็นที่แรกในไทย

โอกาสในการเติบโตของไบโอพลาสติก

แม้จะดูเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่จับกระแสผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทว่าไบโอพลาสติกก็มีข้อจำกัดในตัวเอง รวมถึงปัจจัยภายนอกที่มากระทบบ้าง ทว่าเมื่อนำมาบวกลบกับข้อดี ก็ยังดูจะเป็นโอกาสธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย

อย่างแรกคือ จากสถานการณ์โควิด การส่งออกสินค้าไปยังยุโรปทางเรือล่าช้าเพราะความต้องการซื้อที่พุ่งสูง ไทยวาต้องตัดสินใจเปลี่ยนระบบขนส่งเป็นการบรรทุกด้วยรถ แล้วต่อรถไฟไป แม้การทำแบบนี้จะไม่ได้ลดเรื่องค่าใช้จ่าย ทว่าก็เซฟเวลาได้ดีกว่ามาก

ถัดมาคือ ราคาแป้งมันสำปะหลังอาจดีดตัวขึ้น เนื่องจากต้องดึงแป้งมันส่วนหนึ่งมาใช้สำหรับผลิต Bioplastic แต่ไทยวาเชื่อว่าด้วยเทคโนโลยีการผลิตของตนที่สามารถคุมต้นทุนได้ จะทำให้ไม่ต้องปรับขึ้นราคาสินค้าของตนในภายหลัง

ในส่วนของโอกาสดีทางธุรกิจ เช่น

ในอนาคตอันใกล้ EU จะเข้มงวดเรื่องนโยบาย Net Zero ปรับภาษีและกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาในกลุ่มประเทศ EU ซึ่งไทยวาที่นำร่องเรื่องนี้มาก่อนจะค่อนข้างได้เปรียบในการแข่งขัน

อีกทั้งในสถานการณ์สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียในปัจจุบัน นายโฮ เรน ฮวา กล่าวว่า อาจทำให้เกิดการขาดแคลนมันสำปะหลัง ซึ่งถือเป็นอีกโอกาสหนึ่งของไทยฮวาเช่นกัน

โดยการลงทุนในอีก 3 ปีจากนี้ ได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว  1,000-1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น

500 ล้านสำหรับผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกภายใต้แบรนด์ ROSECO ตั้งเป้ารายได้แตะหมื่นล้าน

500 ล้าน สำหรับลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัปที่ช่วยต่อยอดและพัฒนาสินค้าการเกษตร ผ่านไทยวาเวนเจอร์ โดยปีนี้ลงทุน M&A ไปแล้วกว่าร้อยล้านบาท

500-700 ล้าน สำหรับเดินหน้าพัฒนาการทำธุรกิจ B2B และ B2C , ระบบดิจิทัล, เทคโนโลยีการเกษตร ฯลฯ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน