แม้ไม่ได้สวนกระแส แต่การอยู่นิ่งเฉยในวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครน ก็ทำให้เครือร้านฟาสต์ฟู้ดใหญ่และน้ำอัดลมดังสัญชาติอเมริกันต้องเผชิญแรงกดดัน

Coca-Cola กับ McDonald’s รวมไปถึงแบรนด์ดังอเมริกันแบรนด์อื่นๆ ต่างถูกผู้คนกดดันผ่านสื่อโซเชียล ให้แสดงการต่อต้านหรือประณามรัสเซียต่อการทำสงครามในยูเครน ไม่ใช่นิ่งเฉยแล้วยังทำธุรกิจในรัสเซียต่อไป ตรงข้ามกับแบรนด์ใหญ่ๆ ร่วมชาติในหลายธุรกิจ ที่พากันเดินหน้าคว่ำบาตรรัสเซียไปแล้ว

ประธานาธิบดี Vladimir Putin

หลังประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซียรับรองสองรัฐอิสระที่แยกตัวมาจากยูเครน ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่มีพรมแดนติดกัน และแต่ละฝ่ายมีการตรึงกำลังทหารไว้บริเวณพรมแดนมาพักใหญ่ ก็ทวีความตึงเครียด ที่สุดสงครามก็ปะทุและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านสหรัฐพร้อมด้วยประเทศพันธมิตร แม้ไม่ได้ส่งทหารไปช่วยยูเครนรบ แต่ก็ใช้วิธีอื่นในการตอบโต้รัสเซีย ที่เห็นชัดเจนที่สุดคือการคว่ำบาตร ผ่านการตัดออกจากระบบการเงินโลกและตัดกำลังรัสเซียในทุกทางเท่าที่ทำได้ ไปพร้อมกับสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มกำลัง

ฝ่ายแบรนด์ใหญ่ๆ ของสหรัฐต่างก็พากันคว่ำบาตรหรือเว้นระยะห่างกับรัสเซีย โดย ExxonMobil ประกาศถอนตัวจากโครงการน้ำมันในรัสเซีย ส่วน Boeing ระงับการผลิตเครื่องบินและอะไหล่อากาศยานให้สายการบินรัสเซีย

ขณะที่ Disney และ Warner ระงับการฉายภาพยนตร์ในรัสเซีย ด้าน Netflix ก็ระงับโปรเจ็คถ่ายทำหนังและซีรีส์รัสเซีย ต่อเนื่องด้วยการสั่งระงับบริการในรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม McDonald’s และ Coca-Cola กลับนิ่งเฉยต่อสงครามในรัสเซีย ไม่ต่างจาก KFC Pepsi และ Burger King แถมยังทำธุรกิจในรัสเซียต่อไป จนมีกระแสกดดันให้แบรนด์กลุ่มนี้ แสดงท่าทีใดๆ ก็ตามเพื่อให้รู้ว่าไม่เห็นด้วยกับการที่รัสเซียก่อสงครามในยูเครน

กระแสกดดันดังกล่าวทวีความร้อนแรง โดยมีบางโพสต์ถึงขั้นให้ร่วมกันแบน McDonald’s และ Coca-Cola ด้วยการไม่ไปกินและไม่ดื่ม อาหารและเครื่องดื่มของทั้งสองแบรนด์แล้ว

สำนักข่าว BBC วิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวผ่านทัศนะของผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการตลาดของสถาบันการศึกษาในอังกฤษว่า McDonald’s และ Coca-Cola กำลังตกที่นั่งลำบาก

เพราะเป็นแบรนด์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เกี่ยวกับปากท้องผู้คน จึงไม่สามารถแบนรัสเซียได้ในทันที เหมือนกับแบรนด์ในธุรกิจอื่นๆ เช่น น้ำมันหรือภาพยนตร์ แม้รู้ดีแก่ใจว่า รัสเซียทำไม่ถูก

และหากแสดงให้เห็นว่าคว่ำบาตร ตั้งแต่แค่ปิดสาขาในรัสเซียไปจนกว่าสถานการณ์จะสงบไปจนถึงแถลงการณ์คว่ำบาตร จะสอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ตาม

สำนักข่าว BBC วิเคราะห์ต่อว่า ถ้ากระแสกดดันจากสังคมรุนแรงขึ้น ก็จะทำให้เข็มทิศทางจริยธรรม (Ethical Compass) ของ McDonald’s และ Coca-Cola ขยับ หันมามองความถูกต้องและภาพรวมของสถานการณ์ที่จะกระทบไปถึงภาพลักษณ์แบรนด์ มากกว่าตัวเลขทางธุรกิจและผลกำไร จนต้องแสดงออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับรัสเซีย ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในที่สุด/bbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน