ถือเป็นอีกหนึ่งจะตลาดที่ยังสามารถเติบโตได้ดีในภาวะที่ “ปัญหาเศรษฐกิจ” ส่งผลกระทบไปทุกวงการ สำหรับ “ตลาดลูกอม” ที่ในปี 2558 โตขึ้นถึง 6.7% และคาดการณ์ว่า ปี 2559 จะสามารถเติบโตในอัตราที่เท่ากันหรืออาจจะมากกว่า
เซกเมนต์ลูกอมเม็ดแข็ง เป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดถึง 11.8% โดยมี “ฮอลล์” เป็นเจ้าตลาดในเซกเมนต์นี้ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 56% ตามมาด้วย เซกเมนต์อื่นๆ ที่โต 8.4%, เซกเมนต์เยลลี่เคี้ยวหนึบ โต 6.4%, เซกเมนต์ลูกอมอัดเม็ด โต 2.2% และเซกเมนต์ลูกอมเคี้ยวหนึบ ที่โตน้อยที่สุดเพียงแค่ 1.1% โดยมีการวางจำหน่ายใน Modern Trade มากที่สุดถึง 70% ตามมาด้วย Traditional Trade ที่มีสัดส่วนอยู่ 30%

ปัจจุบันคนไทยยังคงทาน “ลูกอม” ด้วยเหตุผลหลักที่ต้องการ “ความสดชื่น” โดยถ้ายี่ห้อไหนที่ให้ “ความสดชื่น” มาก ก็จะเลือกยี่ห้อนั้น ตามมาด้วยการดับกลิ่นปาก, เพลิดเพลิน และ แก้เบื่อ ซึ่งถ้า แบรนด์ ไหนสามารถตอบสนองความ “ต้องการ” ของผู้บริโภคได้ตรงจุดก่อนก็จะชิงความได้เปรียบจากผู้เล่นรายอื่นๆ อีกอย่างหนึ่งคือการหา “insight” ให้กับตัวสินค้า ก็จะสามารถชิงความได้เปรียบได้เช่นกัน

ล่าสุด “เบอร์ 1” ของตลาดลูกอมได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ตั้งแต่ต้นปี เพื่อชิงความได้เปรียบจาก “ผู้เล่น” รายอื่นๆในตลาด โดยคาดหวังให้เป็นการกระตุ้นตลาดลูกอมในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นช่วงวัดใจว่าจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” สำหรับปีวอก นอกจากนี้ยังต้องกระตุ้นความถี่ในการบริโภคของผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม “มีเดียม” ที่เป็นกลุ่มใหญ่มีสัดส่วนถึง 70% ให้พัฒนามาเป็นกลุ่ม “เฮฟวี่” ที่มีขนาดคิดเป็นมูลค่าถึง 50% ของตลาดให้มีสัดส่วนที่มากกว่านี้ ถือเป็นการโยน “เชื้อเพลิง” ก้อนแรกของปีลงในสมรภูมิ ที่ช่วยสร้างความร้อนระอุในการแข่งขัน และทำให้ “ตลาดลูกอม” เป็นที่น่าจับตามองอีกหนึ่งตลาดสำหรับปีนี้
