ราคาของรับประทานเล่นไปจนถึงสินค้ากลุ่ม Personal Care มีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาวัตถุดิบสำคัญที่แพงขึ้น

รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังต่างประเทศเพื่อลดปัญหาขาดแคลนและราคาในประเทศแพง ท่ามกลางความวิตกกันว่า นี่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลก และดันราคาสินค้าอาหารและสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบให้แพงไปด้วย เพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่สุดของโลก

ผลกระทบจากการลำเลียงสินค้าที่ติดขัดเพราะสถานการณ์โควิด ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกเริ่มแพงขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2020 แต่อินโดนีเซียในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่สุดของโลก

ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60% และมีมูลค่าส่งออกอยู่ที่เดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 101,000 ล้านบาท) ก็ยังคงต้องเพาะปลูกและแปรรูปน้ำมันปาล์มเพื่อส่งออกต่อไป

มาปีนี้สถานการณ์แย่ลงไปอีก จากทั้งความต้องการเคมีชีวภาพจากพืชและสัตว์ (Oleochemical) เพื่อใช้ผลิตน้ำยาล้างมือและทำความสะอาด เพราะสถานการณ์โควิดที่ยังมีอยู่ และความต้องการน้ำมันพืชทั้งเพื่อใช้ปรุงอาหารและทดแทนน้ำมันดอกทานตะวันที่หายไปจากตลาด เพราะปริมาณส่งออกจากยูเครนที่กำลังเผชิญสงครามลดลงไป  

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้น้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียเริ่มหายากและมีราคาแพง โดยระหว่างที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังหาทางแก้ไขก็พบว่าส่วนหนึ่งมาจากบริษัทแปรรูปน้ำมันรายใหญ่ทั้งในประเทศและบริษัทต่างประเทศที่มาตั้งโรงงานในประเทศกักตุนน้ำมันปาล์ม และเจ้าหน้าที่กระทรวงการค้ามีส่วนรู้เห็นกับการหาประโยชน์ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตด้วย

ประธานาธิบดี Joko Widodo 

ทั้งหมดจึงทำให้ประธานาธิบดี Joko Widodo ผู้นำอินโดนีเซียสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม นับจาก 28 เมษายนนี้เป็นต้นไป และยังไม่ระบุว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ด้านสมาคมเกษตรกรสวนปาล์มอินโดนีเซียก็เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และพร้อมปฏิบัติตามทันที

หากมาตรการดังกล่าวกินเวลายาวนานอาจทำให้ราคาสินค้ามากมายตั้งแต่ ขนม ช็อกโกแลต และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปจนถึงแชมพูสระผม ปรับขึ้นเพราะน้ำมันปาล์มถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของสินค้าเหล่านี้/reuters, cna, nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน