วุฒิเกียรติ’ ผู้บริหารใหม่โรบินสัน แจงผลประกอบการไตรมาส 3 เป็นไปในทิศทางบวก

บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) บริษัทที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ซึ่งในปัจจุบันมีสาขาให้บริการทั้งหมด 44 สาขา โดยแบ่งเป็นรูปแบบห้างสรรพสินค้า หรือ ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ จำนวน  44 สาขา และในจำนวนสาขาทั้งหมดแบ่งเป็นรูปแบบศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ จำนวน 19 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560  ที่ผ่านมา คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ แต่งตั้งนายวุฒิเกียรติ           เตชะมงคลาภิวัฒน์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจให้กับทางโรบินสัน  ทั้งในส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจศูนย์การค้า และการผลักดันธุรกิจให้ก้าวสู่ OMNI CHANNEL ในอนาคต โดยหลังจากนี้จะรับหน้าที่ในฐานะผู้นำคนใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อการบริหารธุรกิจทั้งหมดของบริษัทฯ ต่อไป

 

ผลประกอบการล่าสุดในไตรมาสที่ 3 และผลประกอบการรวมในช่วง 9 เดือนของปี 2560

บริษัทฯ มีภาพรวมผลประกอบการเป็นไปในทิศทางบวก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการดำเนินธุรกิจ โดยในไตรมาสที่สาม บริษัทฯ มีรายได้รวม เพิ่มขึ้น 4.2% รวมทั้งมีกำไรสุทธิ เติบโตถึง 19.8% ส่งผลให้ผลประกอบการรวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.3% และมีกำไรสุทธิโต 6.4% โดยมีการดำเนินงานสำคัญและปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ คือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ค่าเช่าทั้งจากสาขาเดิม และ การขยายสาขาล่าสุดอย่างศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ เพชรบุรี  ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2560  ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในจังหวัด จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี รวมทั้งการเดินหน้าปรับปรุงสาขา ในรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 2 สาขา คือ สาขาสระบุรี และราชบุรี อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้า โดยการคัดสรรแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมาจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคของกลุ่มลูกค้ามีการฟี้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

การขยายสาขาในไตรมาสที่ 4 ที่ส่งผลให้ธุรกิจมีสาขาและพื้นที่การให้บริการรวมมากที่สุด

ทั้งนี้ ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2560 บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาในต่างจังหวัด จำนวน 2 สาขา ทั้งในรูปแบบโรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ บนทำเลศักยภาพ ในงบประมาณการลงทุนราว 1,400 ล้านบาท โดยมีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 43,000 ตารางเมตร ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันโรบินสันนับเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขามากที่สุด จำนวน 46 สาขา ซึ่งครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีพื้นที่การให้บริการรวมมากกว่า 1,200,000 ตารางเมตร ในปลายปี 2560

  • โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 23พฤศจิกายน 2560 ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 45 ด้วยงบประมาณการลงทุน 600 ล้านบาท บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ชูไฮไลท์ด้วยการปรับโฉมร้านมัลติแบรนด์เครื่องสำอางขายดีอย่าง ‘HELLO BEAUTY’ (เฮลโล บิวตี้) สู่การเป็น Multi-Brands Store 360° (มัลติแบรนด์ สโตร์ 360 องศา) บนพื้นที่ 900 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการเป็นบิวตี้ เดสติเนชั่น และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปใน ปัจจุบันของกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียล ซึ่งนับเป็น Flagship Store (แฟลคชิป สโตร์) ของ ‘HELLO BEAUTY’ที่ครบวงจรแบบ One Stop Service ทั้งสินค้าสุขภาพและความงามกว่า 500 แบรนด์ดัง โดยมีแบรนด์สินค้าความงามใหม่ๆ อาทิ NYX (เอ็นวายเอ็กซ์), แบรนด์สินค้าเครื่องสำอางจากเกาหลี  รวมทั้งบริการด้านความงาม อาทิ  บริการตกแต่งคิ้ว บริการแฮร์ดีไซน์ บริการเนลสปา  นอกจากนี้ที่สาขามาหาชัยยังมีจุดบริการ Click & Collect เพื่อรับสินค้าที่สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ที่ shopping.robinson.co.th อีกด้วย
  • ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขากำแพงเพชร เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 46 และเป็นสาขาลำดับที่ 20 ในรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ด้วยงบประมาณการลงทุน 800 ล้านบาท บนพื้นที่ 28,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘EAT SHOP PLAY’ (อีท ช้อป เพลย์) ในรูปแบบการจัดพื้นที่ Integrated Layout (อินทเกรทเต็ด เลย์เอ้าท์) เพื่อเป็น Center of Community หรือศูนย์กลางของจังหวัดกำแพงเพชรต่อไปในอนาคต ทั้งนี้จากการสำรวจในเบื้องต้น ศูนย์ฯ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าในจังหวัด รวมทั้งอัตราการเช่าพื้นที่ที่มีจำนวนถึง 98%   ในปัจจุบัน

สำหรับในปี 2561 บริษัทฯ มีแผนการขยายสาขาเพิ่มในต่างจังหวัดอีกจำนวน 2 สาขา  ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 4 ของปี 2561

 

ศักยภาพการบริหารกลุ่มสินค้าไพรเวทแบรนด์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560

อีกทั้ง ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 บริษัทฯ มีแผนการรุกตลาดเพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่ธุรกิจ โดยชู ‘4 กลุ่มสินค้าไพรเวทแบรนด์’ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มี คอนเซ็ปต์โดนใจที่เน้นในเรื่องของคุณภาพ และความคุ้มค่า คุ้มราคา เป็นหลัก ได้แก่

  • Just Buy (จัสท์ บาย) สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ช้อปราคาเดียวของโรบินสัน ซึ่งมีความเคลื่อนไหวของ แบรนด์ที่สำคัญ คือ การขยายสาขาในรูปแบบช็อปสแตนด์อโลนในไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นแห่งแรก ที่สาขาบางใหญ่ โดยกลุ่มสินค้ามีความหลากหลายขึ้น อาทิ กลุ่มสินค้าของใช้ในบ้าน, กลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม, กลุ่มสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี, กลุ่มสินค้าเครื่องเขียนและของขวัญ และกลุ่มสินค้าสำหรับจัดงานปาร์ตี้รื่นเริง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มประเภทสินค้าที่มีราคามากกว่า 60 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในเรื่องคุณภาพแก่ลูกค้าอีกด้วย  โดยจะมีสาขาของ Just Buy เปิดให้บริการในปลายปี 2560 รวมเป็น 45 สาขา
  • Great Value (เกรท แวลู) อีกหนึ่งสินค้าไพรเวทแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘365 วันราคาเดียว’ ที่มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 บริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มประเภทกลุ่มสินค้าให้มีความหลากลายมากขึ้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน, เอ้าท์ดอร์ลีฟวิ่ง และโฮมออฟฟิศ รวมทั้งขยายพื้นที่การให้บริการของร้านเป็น 1,000 ตารางเมตรที่โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นที่แรก ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้  รวมทั้งตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา ในโรบินสัน รวมเป็น 30 สาขา ในปลายปี 2560 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้ากลุ่มโฮม โดยการผนึกกำลังระหว่างแบรนด์ Great  Value และ Cuizimate (คุยซิเมท) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าของใฃ้ในบ้านของโรบินสันที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า  เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำของ ‘โฮม เดสติเนชั่น’ อย่างแท้จริง
  • Payless ShoeSource (เพย์เลส ชูซอร์ส) ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่วางจำหน่ายจะเน้นกลุ่มสินค้ารองเท้าสนิกเกอร์ที่ใน 2 ปี ที่ผ่านมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ส่งผลให้ธุรกิจของเพย์เลส ชูซอร์ส ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีสาขาของ Payless Shoesource เปิดให้บริการในปลายปี 2560 รวมเป็น 41 สาขา
  • Baby shop (เบบี้ช็อป) ร้านสินค้าแฟชั่นสำหรับเด็ก ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต โดยในปลายปี 2560 Baby shop จะมีสาขารวมเป็น 9 สาขา

 

ความคิดเห็นต่อ ‘มาตรการช้อปช่วยชาติ’

และอีกหนึ่งการดำเนินงานที่สำคัญของธุรกิจ ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2560 นั่นคือ การขานรับ ‘มาตรการ  ช้อปช่วยชาติ’ ของทางรัฐบาล โดยในปีนี้บริษัทฯ มีการทำโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนมาตรการฯ ดังกล่าว ที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ด้วยการปรับเงื่อนไขการซื้อสินค้าเป็น 2 ระดับ คือ 8,000 บาท และ 15,000 บาท เพื่อรับสิทธิพิเศษของทางห้างฯ โดยในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมบรรยากาศการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่ง     กลยุทธ์เชิงจิตวิทยาของทางรัฐที่สามารถช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในตลาดค้าปลีกให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

“นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งการแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งโรบินสันจะเดินหน้ารุกตลาดค้าปลีกอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแง่ของการขยายสาขา การบริหารจัดการแบรนด์สินค้าและการวางกลยุทธ์แผนการตลาด อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปรับกลยุทธ์ขององค์กรให้เหมาะสมและรวดเร็วกับสภาวะการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ  เพื่อให้เข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลที่ดีต่อภาพรวมของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 4 ได้อย่างแน่นอน นายวุฒิเกียรติ กล่าวสรุป


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer