การบริการเครือข่ายมือถือบน 2G และ3G ดีแทคก็ยังคงเป็นเบอร์ 2 ที่ตามเบอร์ 1 อย่างเอไอเอส และต่อท้ายด้วยทรูเสมอมา ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนเทคโนโลยีจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่โอเปอเรเตอร์คาดหวังว่าจะเป็น Game Change ให้กับธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงลำดับจากผู้ตามเป็นผู้นำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาจากอานาล็อคเป็น 2G และ 3G เบอร์ 1 ก็ยังคงเป็นเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค และทรูมูฟ เอช เสมอไม่เคยเปลี่ยน

และการที่ประเทศไทยจะเปิดประมูล 4G บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ในวันที่ 11 พฤศจิกายน2558 ผู้นำอันดับ 2 อย่างดีแทค ก็ได้หมายมั่นปั่นมือว่า 4G จะเป็นเทคโนโลยีที่พลิกคดี ให้ดีแทค ขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจ 4G ไม่ยาก เพราะ

1 ดีแทคมีความได้เปรียบของสัมปทาน 1800MHz ที่ให้บริการ 2G ที่มีอยู่เดิมยังเหลือเวลาประมาณ 3 ปีกว่าจะหมดอายุ ซึ่ง เอไอเอส และทรูมูฟ เอช สัมปทานนี้ได้หมดอายุลงไปแล้ว และกสทช.อนุญาตให้ดีแทคแบ่งคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่มีอยู่เดิม 25 MHz มาให้บริการ 4G จำนวน 10 MHz และเหลือ 15 MHz ให้บริการ 2G เพราะที่ผ่านมาลูกค้า 2G Dtac เหลือเพียงประมาณ 3 ล้านเลขหมาย และลดลงอย่างต่อเนื่อง คลื่น 1800 MHz ที่ให้บริการจึงมีที่ว่างอีกมากในการให้บริการ 4G ทำให้ดีแทคมีแบนด์วิธให้บริการ 4G มากถึง 15 MHz จาก1800 MHz จำนวน 10 MHz และ 2100MHz จำนวน 5 MHz ที่แบ่งจากคลื่นที่มีอยู่ 15 MHz และ อีก 10 MHz ให้บริการกับ 3G 2100

2.ผู้นำอย่างเอไอเอสยังไม่มีบริการ 4G เพราะต้องการบริหารคลื่นความถี่ 2100 MHz ให้บริการ 3Gรองรับการใช้งานลูกค้า 38 ล้านเลขหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อน

3.ถึงแม้ทรูมูฟ เอชจะเปิดให้บริการ 4G จำนวน 10 MHz บนคลื่นความถี่ 2100 MHz แล้วก็ตาม แต่ด้วยฐานลูกค้าที่ยังคงตามดีแทคและคลื่นความถี่ 4G ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่เดียว และให้จำนวนคลื่นน้อยกว่าดีแทค 5 MHz

ปัจจุบันดีแทคมีดีไวซ์รองรับ 4G 1800 MHz และ 2100 MHzประมาณ 3.5 ล้านเครื่องในระบบ

มีลูกค้าใช้บริการ 4G ในระบบ 1.8 ล้านเลขหมาย

สิ้นปีต้องการลูกค้า 4G 2.5 ล้านเลขหมาย

ลูกค้าใช้งานดาต้า 4G เฉลี่ย 4Gb ต่อเดือน ดาต้าบน 3G 2.7 Gbต่อเดือน

เพิ่มเติม ส่วนแบ่งตลาดผู้ให้บริการมือถือ

 

 

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer