ในยุคที่แบรนด์อาหารเสริมเกลื่อนเมือง จะมีสักกี่แบรนด์ที่เจ้าของตั้งใจผลิตขึ้นมาเพื่อรักษาอาการป่วยของตัวเองโดยเฉพาะ Nue แบรนด์อาหารเสริมมาแรงของสหราชอาณาจักรคือหนึ่งในนั้น เมื่อ Jules Miller ผู้ก่อตั้ง มุ่งมั่นจะทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อรักษาอาการป่วยของตนเอง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 Jules ที่ตอนนั้นเพิ่งอายุได้เพียง 25 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเธอป่วยด้วยโรค IBS หรือโรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) ชนิดสาหัสถึงขั้นทำให้เธอเลือดออกภายใน Jules พยายามหาทางเลือกอื่นในการบรรเทาโรค เธอจึงเลือกรับประทานอาหารเสริมที่ใครต่อใครว่าช่วยได้ ก่อนจะพบว่าอาหารเสริมเหล่านั้นกลับทำให้อาการของเธอแย่ลงไปอีก

Jules Miller ผู้ก่อตั้ง Nue

 

ป่วยกายแต่ใจไม่ท้อ

ถ้าเป็นคนอื่น อาการเจ็บป่วยเรื้อรังทางกายอาจจะทำให้เซ็งและเครียดจนไม่อยากจะทำอะไร แต่ Jules มีอาวุธลับที่เตรียมงัดมาสู้กับโรคภัยโดยเฉพาะ พอเหมาะพอดีกับที่คุณปู่ของเธอ ศาสตราจารย์ George Miller นั้นเป็นอาจารย์ด้านวิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สองปู่หลานจึงร่วมมือกันค้นคว้าหาสูตรอาหารเสริมที่จะช่วยเอาชนะโรคร้ายให้ได้

“ฉันมีข้อมูลเชิงลึกที่ดีมาก รู้ไหมว่าอาหารเสริมบางยี่ห้อที่บอกว่าจะช่วยรักษาอาการหนึ่งให้คุณได้ แต่ส่วนประกอบของมันกลับทำให้เกิดอีกอาการหนึ่งขึ้นมาก็มี” Jules เล่าให้ BBC ฟัง

และการได้มีโอกาสทำงานร่วมกับปู่ของเธอเองในครั้งนั้น ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ Jules ทำแบรนด์อาหารเสริมของตัวเองขึ้นมา โดยมุ่งเน้นส่วนประกอบจากธรรมชาติทั้งหมด ในปี 2017 Nue ถือกำเนิดขึ้น และเพียงแค่สามปีต่อมา Nue ทำรายได้ถึงประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) ต่อปี ในปี 2020 ยอดขายของ Nue พุ่งทะยานมากเป็น 6 เท่าของปี 2019 ด้วยโควิดเป็นเหตุให้ผู้คนพากันวิตกกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

 

เมื่อกล้าคิด แล้วก็ต้องกล้าที่จะทำด้วย

สาวลูกครึ่งโคลอมเบียคนนี้เกิดที่ลอนดอน หากแต่เธอไปเติบโตที่อเมริกาใต้ จนอายุได้เจ็ดขวบ จึงกลับมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษอีกครั้ง Jules เคยทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกพัฒนาธุรกิจของบริษัท Detox Kitchen ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารมังสวิรัติมาก่อน แต่เมื่อต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อมาทำธุรกิจของตัวเอง Jules กล่าวว่าเธอไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าให้ทำธุรกิจใหม่ในตอนนี้ ฉันคงไม่กล้าบ้าบิ่นเท่าตอนนั้นแล้ว” เธอเล่า “ตอนนั้นฉันมั่นใจมากนะ ไม่กลัวอะไรเลย ฉันเริ่มเขียนสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ลงไปในกระดาษ แล้วหาว่าใครจะเป็นคนที่รู้คำตอบพวกนั้น แล้วก็ไล่อีเมลไปถามพวกเขาทีละคนเลย”

สองในจำนวนผู้รู้เหล่านั้นคือ Natalie Massenet ผู้ก่อตั้ง Net-a-Porter เว็บแฟชั่นชื่อดัง และ Harvey Spevak บอสใหญ่แห่ง Equinox ยิมยักษ์ใหญ่ของอเมริกา โชคดีที่สองผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจตอบกลับอีเมลของเธอ

 

 

การเติบโตของ Nue

โปรดักต์ชิ้นแรกของ Nue ชื่อว่า Debloat แน่นอนว่าเป็นอาหารเสริมที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาและรักษาโรคลำไส้แปรปรวนที่ Jules ประสบอยู่  เธอพบว่ามันช่วยบรรเทาอาการของเธอได้ดีทีเดียว จากนั้นอาหารเสริมตัวอื่น ๆ ก็ตามออกมาเพียบ ทั้งวิตามินบำรุงด้านต่าง ๆ รวมไปถึงโปรดักต์ในไลน์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วย เมื่อแรกเริ่มบริษัท Nue ตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษ แต่เปิดทำการได้ไม่ถึงปีก็ย้ายไปมหานครนิวยอร์กอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยเหตุผลที่ว่าอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามิน

“80% ของคนอเมริกันกินวิตามินและอาหารเสริม แต่คนอังกฤษยังไม่ค่อยสนใจสินค้าประเภทนี้มากเท่าไหร่” Jules กล่าวกับ BBC

เป็นที่รู้กันดีว่าตลาดอาหารเสริมทั่วโลกกำลังบูม รวมทั้งในประเทศไทยด้วยเช่นกัน มีรายงานว่ารายได้ต่อปีของตลาดสินค้าประเภทนี้จะทะยานขึ้นไปถึง 2.1 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 จากที่ทำรายได้ในปี 2018 มากถึง 1.25 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4 ล้านล้านบาท)

ในปี 2017 Nue  เริ่มเปิดตัวสินค้า โดยเน้นขายออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ แต่ตอนนี้แบรนด์มีร้านตัวแทนจำหน่ายมากมาย และมีช็อปของตัวเองที่นิวยอร์กด้วย

The Nue.Co

 

ตลาดอาหารเสริมต้องการความจริงใจต่อผู้บริโภค

แม้ตอนนี้ Nue เองจะมีเงินทุนถึง 11.5 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Unilever หนุนหลังอยู่ด้วย แต่ Jules และ Charlie Gower ผู้เป็นสามี ก็ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และกุมบังเหียนกำหนดทิศทางต่าง ๆ ของแบรนด์เอาไว้ในมือ รวมถึงการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าด้วย  Caroline Peyton นักโภชนาการบำบัดชาวอังกฤษได้พูดถึงความจริงเบื้องหลังผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ เอาไว้ว่า

“เราไม่รู้หรอกว่าในอาหารเสริมที่เรารับประทานกันอยู่นั้น มีส่วนผสมอะไรบ้าง แบรนด์ที่โปร่งใสกับผู้บริโภคเป็นข้อได้เปรียบมากในตลาดนี้ เดี๋ยวนี้ผู้คนให้ค่ากับความจริงใจที่แบรนด์มีต่อผู้บริโภค มากกว่าผลิตภัณฑ์ราคาถูกที่มีอยู่ทั่วไป”

แล้วจริง ๆ อาหารเสริมมันจำเป็นแค่ไหนกันล่ะ ยกตัวอย่างเช่น วิตามินดี เป็นต้น  ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษแนะนำประชาชนว่าคุณไม่จำเป็นต้องรับประทานวิตามินดีถ้าหากคุณได้ออกไปเจอแสงแดดเป็นประจำ นั่นก็เป็นเพราะร่างกายคนเราจะสร้างวิตามินดีเมื่อได้เจอแสงแดดนั่นเอง เช่นเดียวกับวิตามิน อาหารเสริม และแร่ธาตุต่าง ๆ เราแค่กินอาหารให้ครบหมวดหมู่ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ

เรื่องนี้ British Nutrition Foundation นำเสนอว่าการกินอาหารที่มีประโยชน์และครบหมวดหมู่ทุกวันก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ โดยแทบไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่ม หากแต่ก็อาจจะมีบางกรณีที่อาหารเสริมเองก็สำคัญ เช่น สตรีมีครรภ์ที่ควรรับประทานโฟลิกเพิ่มเติม

สำหรับเรื่องนี้ Jules เองก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้ง เธอมองว่ามันคือเรื่องของการหาอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เมื่อปี 2019 ที่โลกกำลังตึงเครียดกับการระบาดของไวรัสโควิด Nue ปล่อยแคมเปญกระตุ้นให้คนหันมาสนใจเรื่องการเจ็บป่วยทางด้านจิตใจมากขึ้น โดยแคมเปญดังกล่าวมีชื่อว่า “How are you really?”

Jules กล่าวว่า “เราอยากให้คนหันมามองตัวเองให้ลึกถึงข้างในกันมากขึ้น ฟังร่างกายตัวเองทั้งภายนอกและภายใน ทุกคนผ่านการเดินทางที่หนักหนาสาหัสในแบบของตัวเองมาทั้งนั้น มันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล”

แคมเปญ How are you really?

 

เมื่อถามถึงโปรดักส์ใหม่ ๆ ที่ Nue กำลังพัฒนาอยู่ Jules เล่าว่า “เรายังคงเน้นเรื่องสุขภาพ ความสวยงาม และเรื่องสุขภาพจิตที่สำคัญไม่แพ้กัน”

อาจจะเป็นเพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากอาการเจ็บป่วยของตัวเอง Jules จึงเข้าใจลูกค้าของเธอมากกว่าใคร จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Nue คือลูกค้าสามารถเข้าไปปรึกษาเป็นการส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ได้ว่าต้องการเสริมหรือมีปัญหาด้านไหนเพื่อรับการแนะนำเป็นการส่วนตัว เพราะ Jules มองว่าการเลือกหาอาหารเสริมเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล อาหารเสริมทุกตัวไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ความโปร่งใสและจริงใจต่อผู้บริโภคต่างหากที่ทุกคนควรได้รับ


ที่มา: bbc.com / thenueco.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน