ในยุคที่ทุกคนมีอิสระในการเลือกทำงานหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ หรือแม้แต่อาชีพอิสระ ที่นับวันจะเพิ่มความนิยมมากขึ้นทุกทีในยุคปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับต้น ๆ ของโลก อาทิ Google, Meta หรือ Apple ต่างออกนโยบายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และผลตอบแทนให้มีความดึงดูดใจ เพื่อรักษาพนักงานให้ยังคงภักดีต่อบริษัท และป้องกันไม่ให้พนักงานระดับหัวกะทิตัดสินใจออกไปทำอาชีพอิสระ หรือแม้แต่ถูกซื้อตัวไปอยู่บริษัทคู่แข่ง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้บริษัทใช้สิทธิประโยชน์ด้านค่าแรงและสวัสดิการดีเลิศเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้เกิดความรักในองค์กร หรือไม่สามารถดึงดูดพนักงานให้อยู่ต่อได้ โดยสังเกตจากสถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา[1] ที่รัฐบาลได้ประกาศจำนวนคนลาออกจากงานเมื่อเดือน ม.ค. 2022 ว่ามีถึง 4.3 ล้านคน แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ จะดึงดูดด้วยรายได้และสวัสดิการที่น่าสนใจก็ตาม

ดังนั้นคงปฏิเสธไม่ได้อีกว่าในยุคนี้ คนในองค์กรไม่ใช่เป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนองค์กรอีกต่อไป แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่องค์กรขาดไม่ได้ เพราะพนักงานในองค์กรนั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกบทบาทในบริษัท ทั้งขับเคลื่อนให้ธุรกิจเกิดกำไร ร่วมสร้างนวัตกรรมใหม่ให้บริษัทอยู่รอด รวมไปถึงช่วยสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทในฐานะผู้ว่าจ้างให้เกิดความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้า ลูกค้า และผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็นพนักงาน

ด้วยเหตุนี้ หากองค์กรต้องการรักษาคนในองค์กรให้สามารถอยู่ร่วมกับบริษัทได้ยาวนาน พร้อมคัดสรรพนักงานที่มีมุมมองการทำงานสอดคล้องไปกับนโยบายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รากฐานสำคัญที่ควรมีคือ ค่านิยมขององค์กร หรือ Core Value ซึ่งจะช่วยเติม Passion พนักงานให้ยืนหยัดสร้างคุณค่าให้กับองค์กรต่อไปอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

แล้ว Core Value ขององค์กรนั้นต่างจาก Vision อย่างไร Vision หรือ วิสัยทัศน์องค์กร คือเป้าหมายสูงสุดที่องค์กรอยากให้เกิดขึ้นในอนาคต ในขณะที่ Core Value คือกรอบความคิดหลักที่จะกำหนดแนวทางบริษัทให้ไปในทิศทางเดียวกัน เปรียบเสมือนบรรทัดฐานให้พนักงานได้ปฏิบัติตามเพื่อนำมาสู่ Vision ที่วางไว้ ซึ่งทำให้ไม่ว่าในสถานการณ์ไหน ยากง่ายเพียงใด Core Value ก็จะเป็นแสงสว่างที่คอยนำทางการตัดสินใจขององค์กรให้ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ Core Value ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าพนักงานจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากแค่ไหน หรือจะอยู่กับองค์กรได้นานเพียงใด

โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นเอเดลแมน (Edelman Trust Barometer) เผยให้เห็นถึงความคิดเห็นของพนักงานในปี 2021 ว่า 6 ใน 10 ของพนักงานในองค์กรจะเลือกอยู่กับบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ Core Value ในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโต[2] ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยให้พนักงานภักดีต่อบริษัทในระยะยาวนั้น จะขึ้นอยู่กับว่า Core Value ของบริษัทตรงกับคุณค่าที่ตนเองให้ความสำคัญหรือไม่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากองค์กรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ก็จะดึงดูดคนที่ชื่นชอบในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในองค์กรได้เช่นกัน

ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 พนักงานทั่วโลกต้องเปลี่ยนระบบการทำงานมาทำงานที่บ้านเป็นหลัก การสื่อสารขององค์กรจึงส่งไปถึงพนักงานได้ยากกว่าที่เคย อีกทั้งพนักงานบางส่วนเริ่มตั้งคำถามหากทิศทางขององค์กรที่ไม่ชัดเจน และคุณค่าของตนเองที่มีต่อองค์กรด้วยเช่นกัน ดังที่เห็นจากปรากฏการณ์ The Great Resignation[3] หรือการลาออกครั้งใหญ่ในยุค Next Normal ซึ่งมีสาเหตุจากการที่ผู้บริหารระดับสูงไม่สามารถปฏิบัติตามค่านิยมบริษัทที่เคยยึดมั่นไว้ได้ อีกทั้งแนวทางปฏิบัติเดิมไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตใหญ่ได้อีก จึงทำให้พนักงานทั่วโลกลาออกและหางานใหม่เป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้จึงตอกย้ำถึงความสำคัญของค่านิยมองค์กรในฐานะรากฐานอันแข็งแรง เป็นเกราะป้องกันปัญหาทั้งเล็กและใหญ่ อีกทั้งเป็นกุญแจสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นของพนักงานที่มีต่อองค์กรในระยะยาวได้

Portrait asian business man wearing protective face mask for protection during the quarantine Coronavirus covid 19 outbreak ,senior visionary executives leader with business vision

ในฐานะผู้นำองค์กร ผู้บริหารจะออกแบบค่านิยมขององค์กรอย่างไรให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต รวมไปถึงสามารถรับมือกับพฤติกรรมการทำงานของพนักงานในช่วงหลังโควิด-19 ได้อย่างมั่นคง สำหรับในมุมมองของผู้เขียน องค์กรควรออกแบบค่านิยมโดยอาศัยคุณค่า[4] ดังต่อไปนี้

  1. ความไว้วางใจ (trustworthiness) การให้ความไว้วางใจกับพนักงาน หลีกเลี่ยงการจับจ้อง ควบคุมพฤติกรรมพนักงานในองค์กรที่ทำงานทางไกลจนอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ในทางกลับกัน หากให้อิสระแก่คนในองค์กรและมุ่งให้ความสำคัญถึงผลลัพธ์ของการทำงาน พนักงานก็จะคลายความกังวล เชื่อใจในองค์กร สร้างสรรค์ผลงานได้ดีกว่าเดิม
  2. การสื่อสารแบบเปิดใจ (open communication) เนื่องจากโลกออนไลน์ทำให้การสื่อสารจากองค์กรอาจเข้าไม่ถึงใจพนักงานได้เหมือนเคย องค์กรต้องกระตุ้นให้พนักงานรู้สึกเปิดใจและไม่ปิดบังปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ร่วมแก้ไขไปพร้อมกับองค์กรได้ง่ายขึ้น
  3. หมั่นสร้างแรงจูงใจในตัวเอง (Self-Motivation) พนักงานที่อยู่ในองค์กรเดิมเป็นเวลานาน พบเจอชีวิตการทำงานมาครบทุกรูปแบบแล้ว อาจรู้สึกเบื่อหน่าย ไร้ชีวิตชีวา หมดไฟในการทำงานได้ ยิ่งเฉพาะการทำงานที่บ้านทุก ๆ วัน ในฐานะองค์กรควรหมั่นจุดไฟให้พนักงานมีแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำงานมากขึ้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ต่างจากเดิม โดยองค์กรเองก็ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยตนเองเช่นกัน
  4. ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ผลกระทบจากการที่พนักงานต้องทำงานทางไกลนั่นก็คือ ขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน ทำให้การทำงานแต่ละครั้งพนักงานรู้สึกโดดเดี่ยว และไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์กรได้ ดังนั้นองค์กรต้องเตรียมพร้อมรูปแบบการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานด้วยกันได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าพนักงานอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็สามารถทำงานกับบริษัทได้มีประสิทธิภาพเหมือนตอนอยู่ออฟฟิศ

ทั้งหมดนี้ มีอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ นั่นก็คือ Growth Mindset [5] หรือแนวคิดที่มุ่งเน้นการเติบโต องค์กรจะต้องสื่อสารให้พนักงานเชื่อมั่นได้ว่าทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพได้ตลอดเวลา อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เป็นบทเรียนให้คอยเรียนรู้และก้าวผ่านไป ซึ่งหากพนักงานมีแนวคิด Growth Mindset ก็จะช่วยให้หมั่นปรับปรุงแนวทางการทำงานของตนเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน และสามารถปรับการตัดสินใจของตนให้สอดคล้องไปกับแนวทางของบริษัทได้ในทุกสถานการณ์ ทำให้การบ่มเพาะค่านิยมภายในองค์กรเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยเพิ่มเติมกับ อาจารย์ พลกฤต โสลาพากุล วิทยากรและที่ปรึกษาธุรกิจ CEO Accounting Coach Academy & HRD TERMINAL ถึงความสำคัญของค่านิยมขององค์กรในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ

ค่านิยมขององค์กรเปรียบเสมือนแกนหลักซึ่งแสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์องค์กร ว่าองค์กรนั้นมีการกำหนดหรือสร้างพฤติกรรมขององค์กรอย่างไร โดยเฉพาะในยุค Next Normal หลายองค์กรมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ผ่านการกระทำในรูปแบบใหม่โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดของผู้คนในการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม และ Core Value ที่ผมไม่อยากให้ทุกองค์กรละเลยไปคือ การเคารพผู้อื่นให้เป็น หลายคนยังขาดสิ่งนี้อยู่ แต่เน้นความสามารถความสำเร็จ เน้นเรียนรู้เทคโนโลยี จนบางทีหลงลืมไปว่าหัวใจของการทำงานต้องมีความรักความเมตตาให้กับคนในองค์กร รวมถึงการเคารพตัวเอง ซึ่งเหล่านี้จะสร้างความยั่งยืนในการทำงาน ดังคำที่ว่า ความรู้ไม่เท่ากัน ความสูงไม่เท่ากัน ตำแหน่งไม่เท่ากัน แต่ค่าความเป็นมนุษย์ต้องเท่ากัน ก็คือการเคารพผู้อื่นให้เป็น

ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของ Merz Aesthetics ประเทศไทย ผู้เขียนให้ความสำคัญกับค่านิยมขององค์กรและเชื่อมั่นว่าเป็นกุญแจนำธุรกิจสู่ความสำเร็จ ค่านิยมองค์กรถูกคิดและสร้างขึ้นจากองค์กรก็จริง แต่พนักงานหรือคนในองค์กรต่างหากคือส่วนที่สำคัญในการสร้างค่านิยมนั้นให้เป็นจริงขึ้นมา โดยการนำมาใช้พัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเอง ทำหน้าที่ของตนให้มีผลลัพธ์สูงสุด โดย Merz Aesthetics ได้ปลูกฝัง และสนับสนุน Core Values ดังต่อไปนี้

  • ยึดมั่นในนวัตกรรม

นวัตกรรมคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงและกุญแจสำคัญในการเจริญเติบโตขององค์กร Merz ลงทุนในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จระยะยาว เราสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรในการสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านทางพนักงานของเราทุกคนอย่างสม่ำเสมอ

  • ทุ่มเทให้ลูกค้าและเพื่อนพนักงาน

ในทุกอย่างที่เราทำ พนักงาน Merz จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและเพื่อนพนักงาน โดยอาศัยความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และความซื่อสัตย์ เราพยายามอยู่เสมอที่จะแสดงให้เห็นวัฒนธรรมขององค์กรที่เปิดเผยต่อกันในทุก ๆ โอกาส และยังรับฟังข้อคิดเห็นจากคู่ค้าของเราเสมอ เพื่อเสริมสร้างทุก ๆ ความสัมพันธ์และสร้างผลลัพธ์ที่ดี

  • นำส่งผลลัพธ์ที่ดีและไว้วางใจได้

Merz Aesthetics ภูมิใจกับทุกผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอตลอดระยะเวลามากกว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา โดยยึดถือในมาตรฐานการผลิตและหลักจริยธรรมเพื่อรับรองความน่าเชื่อถือในทุก ๆ สิ่งที่เราผลิต ผลลัพธ์การรักษา และสัญญาที่เรามอบให้

การบริหารจัดการโดยยึดค่านิยมที่ชัดเจนและมีการสื่อสารกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เมื่อถึงเวลาที่เกิดวิกฤตครั้งใหญ่ขึ้น ก็ยังทำให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถมียอดขายเจริญเติบโตสวนทางกับสถานการณ์ของธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงเมื่อมีการประเมินความพึงพอใจของพนักงานในแง่ของการได้เป็นพนักงานของ Merz Aesthetics ประเทศไทย วัฒนธรรมขององค์กรเราก็มีความแข็งแกร่งและนำพาพนักงานให้มีความรู้สึกร่วม มีความสุขในการทำงาน และยังทำให้ Merz Aesthetics ประเทศไทย ได้รับ รางวัลสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม ประจำปี 2565 หรือ 2022 Great Place to Work-Certified(TM) ซึ่งสิ่งที่ทีมผู้บริหาร ให้ความสำคัญกับพนักงาน หรือ คน ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ Merz Aesthetics ได้ยึดมั่นนั้นทำให้พนักงานใน Merz มีเสียงสะท้อนในแง่มุมที่เป็นบวก ดังต่อไปนี้

  • 96% รู้สึกว่าตนเองได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น เมื่อก้าวเข้ามาเป็นพนักงานในช่วงแรก
  • 100% รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จร่วมกันขององค์กร
  • 100% รู้สึกว่าตนเองได้รับเครื่องมือและสิ่งที่จำเป็นเพื่อทำให้งานของตนเองประสบความสำเร็จ
  • 100% รู้สึกว่าทีมผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมีความสามารถที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้
  • 96% รู้สึกพึงพอใจและพร้อมจะพูดว่า Merz Aesthetics ประเทศไทย คือสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม!

ซึ่งในข้อสุดท้าย ค่าเฉลี่ยขององค์กรขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชียจะอยู่ที่ 91% เท่านั้น

บทสรุป

Core Value เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าพนักงานจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากแค่ไหน หรือจะอยู่กับองค์กรได้นานเพียงใด โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นเอเดลแมน (Edelman Trust Barometer) เผยให้เห็นถึงความคิดเห็นของพนักงานในปี 2021 ว่า 6 ใน 10 ของพนักงานในองค์กรจะเลือกอยู่กับบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ Core Value ในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโต

ในฐานะผู้นำองค์กร ผู้บริหารจะออกแบบค่านิยมขององค์กรอย่างไรให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต ดังต่อไปนี้

  1. ความไว้วางใจ (trustworthiness) การให้ความไว้วางใจกับพนักงาน หลีกเลี่ยงการจับจ้อง
  2. การสื่อสารแบบเปิดใจ (open communication) กระตุ้นให้พนักงานรู้สึกเปิดใจและไม่ปิดบังปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  3. หมั่นสร้างแรงจูงใจในตัวเอง (Self-Motivation) หมั่นจุดไฟให้พนักงานมีแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำงานมากขึ้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ต่างจากเดิม
  4. ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม (Teamwork) เตรียมพร้อมรูปแบบการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานด้วยกันได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าพนักงานอยู่ที่ไหน

รวมถึงการผลักดันให้องค์กรมี Growth Mindset ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยให้พนักงานหมั่นปรับปรุงแนวทางการทำงานของตนเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน ส่งผลให้การบ่มเพาะค่านิยมภายในองค์กรเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้นในยุค Next Normal

บทความโดย : เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ รองประธานบริหาร บริษัท Merz Aesthetics ประเทศไทย

จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทบริหารธุรกิจจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เภสัชกรหญิงกิตติวรรณ คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยาและนวัตกรรมความงามมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองประธานบริหาร บริษัท Merz Aesthetics ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า และเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม เพื่อทุกความมั่นใจของคนไทย ก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2015 โดยเป็นบริษัทในเครือ Merz ฟาร์มา เยอรมนี

กลุ่มบริษัท Merz ฟาร์มา ประเทศเยอรมนี สั่งสมประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทางด้าน เวชภัณฑ์ยา และเทคโนโลยีความงาม มากว่า 114 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำ อันเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือของแพทย์ความงามและผู้บริโภค ทางด้านนวัตกรรมความงามและเวชภัณฑ์ยากลุ่มโบทูลินั่มท็อกซิน และเครื่องมือแพทย์เพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่างได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

Confidence to be คือปณิธานองค์กรที่เรายึดมั่น Merz ตั้งอยู่เพื่อขับเคลื่อนทุกความมั่นใจของคนไทย ผ่านพันธกิจองค์กร 3 ประการ ได้แก่ การทำให้ทุกคน ‘Look better, Feel better, Live better’ และเรายังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีความงามและนวัตกรรมการรักษาระดับโลกสู่คนไทยทุกคน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.merzclubthailand.com

และติดตาม Merz Aesthetics ได้ที่
Facebook: Merz Aesthetics Thailand
Instagram: @merzaesthetics_th
YouTube: Merz Aesthetics Thailand

[1] https://www.cnbc.com/2022/03/09/the-great-resignation-is-still-in-full-swing.html

[2] https://www.edelman.com/trust/2021-trust-barometer/belief-driven-employee/new-employee-employer-compact

[3] https://www.prnewswire.com/news-releases/the-great-resignation-a-majority-of-employees-would-quit-their-job–and-only-1-in-4-workers-would-accept-one–if-company-values-do-not-align-with-personal-values-301404919.html

[4] https://www.smestrategy.net/blog/company-vision-company-values-remote-work

[5] https://www.forbes.com/sites/forbeshumanresourcescouncil/2019/09/16/why-a-growth-mindset-should-be-a-part-of-your-overall-business-strategy/?sh=783573086a8a



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน