ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากจะออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจ หลายคนเลือกที่จะหา How-To ในการประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะจากตำราวิชาการตลาด หรือคอนเทนต์ตามเว็บไซต์ที่มีให้เราเลือกเสพอยู่มากมาย

แต่เรื่องราวความสำเร็จของคนกลุ่มนี้ที่เรากำลังจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกัน ได้ฉีกกฎตำราเล่มเก่า ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะวิธีที่พวกเขาใช้ทำธุรกิจไม่ได้มาจาก How-To ที่เราได้เห็นกัน แต่มาจาก How-ทำ ที่เกิดจากการวางแผนการตลาดอย่างไม่รัดกุม ใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบ Case by Case  เป็นระยะสั้น ๆ ไป แต่วิธีที่ไร้หลักการเหล่านี้ ก็ทำให้พวกเราได้รู้จักกับ Mother Trucker Food Truck รายแรก ๆ ในไทย ที่แม้จะเปลี่ยน Location อยู่บ่อย ๆ แต่ทุกครั้งก่อนเปิดร้านก็จะมีคนไปรอต่อแถว เพื่อที่จะลิ้มรสเบอร์เกอร์คำใหญ่นี้อยู่เสมอ

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว แม้ธุรกิจแบบ Food Truck จะมีให้เราได้พบเห็นมากในอเมริกา แต่สำหรับในไทยยังถือเป็นอะไรที่ใหม่มาก เด็กหนุ่ม 4 คนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียน อย่าง บุช อามี่ บัง และม้ง เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงได้ลงขันปั้นแบรนด์ Mother Trucker ขึ้นมา

ปั้น Mother Trucker ตั้งแต่ยังเป็นไข่ จนกลายเป็น Food Truck ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน

ชื่อร้านเกิดจากไอเดียของทั้ง 4 ที่อยากจะทำออกมาให้มันดูสนุก เป็นกันเอง เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้มาก คำว่า Mother F*cker จึงแวบเข้ามาในหัว และได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น Mother Trucker เพื่อให้ฟังดูแล้วสุภาพและเหมาะกับการขายแบบ Food Truck มากขึ้น

เงินทุนหลักแสนก้อนแรกถูกใช้ไปกับค่ารถ 2 แสน ค่าต่อเติมโครงสร้าง 1 แสน ครัวอีก 1 แสน ตระเวณกินและทดลองสูตรที่คิดว่าจะเหมาะกับคนไทยที่สุดอีกหลายหมื่นบาท ก่อนจะมาเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันแบบนี้ ทั้ง 4 คนแพลนไว้ว่าจะใช้เวลาในการสร้างมัน 3 เดือน แต่พอเอาเข้าจริงก็กลับกินเวลาไปร่วมปี

เรียกได้ว่า Homemade แทบทุกจะขั้นตอน ตั้งแต่คิดสูตรเอง ขายเอง แม้กระทั่งอ็อกเหล็กรถก็ยังทำเอง ถ้าสร้างรถเองได้คงทำไปแล้ว!

มีคู่แข่งตั้งแต่ยังไม่ทันขาย

การทำธุรกิจที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ยิ่งเป็นเจ้าแรกได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งจะสร้างการจดจำให้กับผู้คนได้มากเท่านั้น แต่พอเข้าเดือนที่ 6 ระหว่างที่กำลังอยู่ในช่วง Brainstrom พวกเขาก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เพราะดันมีคู่แข่งที่ออกมาขายเบอร์เกอร์แบบ Gourmet เหมือนกัน มาในรูปแบบ Food Truck เหมือนกัน แถมยังมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันมาชิงเปิดตัดหน้าไปเสียก่อน

ถ้าเป็นคนอื่นคงจะเฟลแล้วลองหาหนทางทำธุรกิจใหม่ แต่ไม่ใช่กับพวกเขา เพราะพวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ในเมื่อ Food Truck ยังเป็นธุรกิจที่ใหม่สำหรับคนไทย บุช อามี่ บัง และม้ง ก็เลยใช้คู่แข่งนี่แหละเป็นหนูทดลองในตลาดโดยที่คู่แข่งเองก็ยังไม่รู้ตัว ด้วยการเอาข้อด้อยของคนอื่นมาปรับเป็นข้อดีของตัวเอง อย่างเช่นคู่แข่งเลือกที่จะขายเบอร์เกอร์ในราคา 300 บาท แต่ Mother Trucker กลับขายเพียงชิ้นละ 180 บาท ในคุณภาพของอาหารที่แทบจะไม่ต่างกัน แถมราคายังถูกกว่าเกือบครึ่ง เท่านี้คงจะเดาได้ไม่ยากแล้วใช่ไหม ว่าคนอยากจะลองร้านไหนมากกว่ากัน

อุปสรรคมากมายที่นับไม่ถ้วน

เมื่อถามถึงอุปสรรคในการทำธุรกิจของพวกเขา คำตอบแรกที่เราได้ยินกลับมาคือคำว่า ‘หูยยยยย’ เพราะมันมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ถ้าหลักการตลาดพื้นฐานคือ 4P เรียกได้ว่าพวกเขาพบกับปัญหาแทบจะทุกข้อ ตั้งแต่ Product ที่ทำเนื้อไหม้ไปก็ตั้งมากมาย รวมไปถึง Price Place Promotion ที่เชื่อว่าหลาย ๆ ธุรกิจก็ต้องพบเจอ ขนาดที่ว่ามีคนกินแล้วมาเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 2 หมื่น แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ ความด้วยจริงใจที่พวกเขามีให้กับลูกค้านั่นเอง

ใช้ออนไลน์ดึงคนมาหน้าร้าน

สิ่งที่ทำให้คนมารอต่อคิวก่อนร้านจะเปิด ทั้ง ๆ ที่ Mother Trucker ก็ย้าย Location ในการขายเบอร์เกอร์ไปมาก็คือช่องทางออนไลน์ Mother Trucker เลือกใช้ Facebook ในการสื่อสารกับผู้คน ว่าวันนี้ร้านจะไปตั้งอยู่ที่ไหน เวลาเท่าไหร่ และหน้าร้านนี่แหละที่จะเป็นตัวดึงให้คนกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง

แม้ข้อดีของ Food Truck คือการไม่ต้องมี Fixed Cost ที่จะต้องจ่ายค่าเช่าที่เป็นประจำ หากตรงไหนขายไม่ดีก็สามารถย้ายไปที่อื่นได้ แต่พวกเขาบอกกับเราว่ามันก็มีอุปสรรคอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อฝนตก ยอดขายก็ตกลงตามไปด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ‘ฝนก็ไม่ได้ตกทุกวันนิหน่า’

Mother Trucker ไม่ได้ขายแค่ Burger 

เพราะการทำธุรกิจอาหารไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติที่อร่อย แต่ยังต้องมีส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความลงตัวให้กับธุรกิจอีกด้วย สำหรับ Mother Trucker แล้วถ้าเบอร์เกอร์คำใหญ่เป็นอาหารมื้อหลัก ความเป็นกันเองที่ร้านมีให้กับลูกค้าก็คงเป็นเหมือนของหวานที่มาเพิ่มความกลมกล่อมให้กับมื้อนั้นมากขึ้น การเลือกโลเคชั่นที่จะเอารถไปจอด นอกจากจะต้องมี Trafic ของคนเป็นจำนวนมาก ยังจะต้องมีความชิลล์และรีแล็กซ์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มา Hangout กับเพื่อน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเราถึงเห็นลูกค้าหน้าเดิม ๆ อยู่บ่อย ๆ

ขายดีจนเกือบฆ่าตัวตาย

เป็น Happy Problem ที่ทำให้หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ไปยืนอยู่ที่ริมสะพานถึง 4 ครั้ง เพราะยอดขายยิ่งโต ปัญหาก็ยิ่งตามมาเรื่อย ๆ ไหนจะเรื่องสินค้า ไหนจะเรื่องต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกน้องอีกเป็นสิบ ๆ คน แต่สุดท้ายนี่ก็เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเขาก็กลับมาเป็นหัวเรือให้กับ Mother Trucker เหมือนเดิม เมื่อถามว่าพวกเขามีวิธีที่จะจัดการกับ Happy Problem เหล่านี้ยังไง สิ่งที่ได้กลับมาเป็นเพียงคำตอบสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า ‘เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ปลง แล้วค่อยไปเริ่มใหม่’

คู่แข่งเยอะขึ้น ยิ่งสร้างคนมาสู่ Industry มากขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนที่ทั้ง 4 คน เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ สมัยนั้น Food Truck ยังถือเป็นอะไรที่ใหม่มาก จึงทำให้ Mother Trucker โดดเด่นขึ้นมา แต่เป็นธรรมดาของคนที่เห็นอะไรขายดีก็อยากจะขายตาม แทนที่พวกเขาจะคิดว่าคู่แข่งเหล่านี้จะมาแย่งส่วนแบ่งลูกค้าจากร้านไป แต่พวกเขากลับมองว่ามันจะยิ่งเป็นการสร้างคนมาสู่ Industry มากขึ้นให้ Food Truck เป็นที่รู้จักมากขึ้น และการจะทำให้พวกเขายังเป็นที่ 1 ในธุรกิจนี้ได้ ก็คือการเอาข้อด้อยของคู่แข่งมาบิดเป็นข้อดีของตัวเองนั่นเอง

How-ทำ ฉบับ Mother Trucker

แม้ทั้งสี่จะออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แต่เมื่อเราถามว่ามีอะไรอยากจะฝากถึงเด็กยุคใหม่ที่ไม่อยากจะเป็นลูกจ้างในปัจจุบันนี้บ้าง ทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ลองไปหาประสบการณ์จากการเป็นมนุษย์เงินเดือนดูก่อน อย่างน้อย ถ้าเจ๊งก็เจ๊งด้วยเงินคนอื่นไม่ต้องเข้าเนื้อตัวเอง และถ้าอยากจะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเอง ก็ขอให้ทำในสิ่งที่รัก เพราะถ้าได้ทำสิ่งที่รักเราจะเอาหัวใจไปใส่กับมัน สนุกกับมัน และสุดท้ายถ้าคิดได้ก็รีบทำซะเลย!

จนถึงปัจจุบัน Mother Trucker มีทีมงานทั้งหมด 17 คน มีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการขาย จะเพิ่ม Food Truck มาอีก 1 คัน และมีแพลนจะขยายไลน์สินค้าที่นอกเหนือจากเบอร์เกอร์ไปอีกด้วย

บางทีเราอาจจะอยู่ในยุคที่มีคอนเทนต์ให้เสพมากเกินไป จนมันกลายเป็น’กรอบ’ ที่เราสร้างขึ้นมาโดยที่เราก็อาจไม่รู้ตัว ว่าต้องทำอย่างนู่นอย่างนี้ถึงจะประสบความสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว สูตรสำเร็จของความสำเร็จนั้นไม่มีอยู่จริง มันเป็นสิ่งที่เราต้องออกไปเผชิญด้วยตัวเองเท่านั้น เหมือนกับพวกเขาที่ How-to ในการทำธุรกิจเป็นศูนย์ แต่ How-ทำ ในชีวิตจริงเต็มร้อย ค่อย ๆ เจอปัญหา แล้วค่อย ๆ แก้มันไปทีละขั้นตอน จนทำให้พวกเขาเป็นยังคงเป็นร้านอาหารเคลื่อนที่ ๆ มีคนมารอต่อคิวก่อนร้านเปิดเสมอ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer