ในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว การค้าขาย การส่งออกก็ต้องชะงัก รายได้ของผู้คนก็น้อย การใช้จ่ายก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนสมัยก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นผลทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ไม่สบายใจ เพราะต้องลดค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือยในชีวิต ซึ่งถ้าพูดถึงธุรกิจสปา ก็ดูเหมือนเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่ง เพราะถ้าปราศจากการนวดและสปา เราก็อยู่ได้ แต่เม็ดเงินที่เกิดขึ้น มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น


ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกปี จนแตะ 30,000 ล้านบาท ในปี2558 นี้ คงต้องเรียกได้ว่าธุรกิจสปา คือ สิ่งที่คนตัดไม่ได้จริงๆ โดยธุรกิจสปาสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ สปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมสวย

ปัจจัยด้านนักท่องเที่ยวก็ยังเป็นเหตุผลสำคัญอยู่เพราะ เมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทย ก็อยากมาลอง “THAI MASSAGE” ที่ขึ้นชื่อ โดยนักท่องเที่ยวเอเชียอย่างเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ก็ยังเป็นกำลังสำคัญ เนื่องจากวัฒนธรรมที่ต้องการการสปา เพื่อสุขภาพและความงามนั้นเป็นที่นิยมไม่ต่างกัน เหตุผลข้อต่อไปมาจาก Aging Society ที่คนสูงอายุมีจำนวนมากขึ้น และการสปาและนวด ก็เป็นกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชื่รชอบ เม็ดเงินจากกลุ่มนี้จึงมากขึ้นตาม

แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสปา ยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้ ก็คือ จุดประสงค์ที่คนอยากมาสปา เพราะการสปาหรือนวดนั้น คือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ร่างกายที่ผ่านงานมาอย่างหนัก เป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน เพราะฉะนั้น ยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อธุรกิจสปา

ซึ่งเม็ดเงินจำนวน 31,000 ล้านบาท ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังผู้ประกอบการอีกหลายรายที่ยังไม่ได้จดทะเบียน และถูกกฏหมาย ซึ่งก็ได้รับผลดีจากปัจจัยเหล่านี้ไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกร้านที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะร้านที่เปิดใหม่ และไม่มีฐานลูกค้าเดิม เพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจนี้ก็มีมาก เรามักจะเห็นร้านสปา ร้านนวด เปิดติดๆกัน เพราะฉะนั้นหากอยากประสบความสำเร็จ ต้องแตกต่าง และหาจุดขายความเป็นไทยให้ได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน