ในช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับการตั้งศูนย์กลางกระจายสินค้าของอาลีบาบาที่มาเลเซีย ดูจะเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนแรงสำหรับบรรดาอีคอมเมิร์ซทั้งหลายในไทย เนื่องจากข่าวก่อนหน้านี้เหมือนว่าจะมีการคุยกันว่าอาลีบาบาจะเลือกไทยเป็น “ฮับ” แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นมาเลเซียที่ได้เนื้อก้อนโตชิ้นนี้ไปครอง
เชื่อว่าคนไทยหลายคนมองว่าศักยภาพของประเทศไทยนั้นแม้จะดูด้อยกว่าสิงคโปร์ แต่ก็มีภาษีเหนือมาเลเซียอย่างแน่นอน แต่อันที่จริงแล้วศักยภาพอีคอมเมิร์ซและการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซียเอง เรียกได้ว่าก้าวนำไทยแลนด์4.0ไปหลายขุมเลยทีเดียว
ปัจจุบันมีบริษัทไอทีมากมายจากทั่วโลก เลือกมาตั้งศูนย์บัญชาการธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย
เหตุผลหลักที่ธุรกิจสตาร์ทอัพและไอทีทั้งหลายเลือกประเทศมาเลเซียนั้นมีหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เพียงรัฐบาลสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่บุคลากรในประเทศมาเลเซียนั้นเพียบพร้อมไปด้วยคุณภาพ
คุณภาพที่ว่านี้ก็คือเรื่องของภาษา เพราะการเลือกจ้างชาวมาเลเซียนั้น ในเรตราคาที่เท่าเทียมกัน สามารถเลือกหาคนที่พูดภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาบาฮาซา (มาเลย์,อินโด) นี่ยังไม่รวมภาษาอินเดีย และอาหรับที่เรียกได้ว่ามีให้เลือกแบบไม่หวาดไม่ไหว
ถ้าหากมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ก็คงหนีไม่พ้นการอิมพอร์ตตัวชาวต่างชาติเข้ามา ซึ่งนั่นก็จะทำให้ค่าแรง และค่าวีซ่าเพิ่มสูงขึ้นอีก จึงไม่น่าแปลกใจว่า นักลงทุน เลือกที่จะจ่ายเงินเพื่ออิมพอร์ตคนไทยมาทำงานในมาเลเซีย ร่วมกับคนท้องถิ่นซึ่งพูดได้หลายภาษามากกว่า
ตัวอย่างหนึ่งของสตาร์ทอัพที่มาจากยุโรปก็คือSaleduck ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการคูปองส่วนลดสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในราคาประหยัดจากร้านค้าชั้นนำมากมาย ซึ่งในปีที่ผ่านมานั้น ร้านค้าออนไลน์ต่างๆสามารถสร้างยอดขายได้ผ่านSaleduck หลายล้านบาทสำหรับสินค้ามากมาย อาทิ คอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือ สินค้าเพื่อสุขภาพ ของใช้ในบ้านต่างๆ
ผู้บริหารของ Saleduck ให้ทัศนะถึงเหตุผลที่เลือกทำตลาดในอาเซียน ก็เพราะว่าเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอันดับต้นๆของโลก และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และจากการประเมินคร่าวๆคาดว่าในระยะไม่เกิน4ปี ภูมิภาคนี้จะมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตถึง80% และเมื่อประเมินร่วมกับสินค้า ระบบขนส่ง ระบบการชำระเงินและธนาคาร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและบรรดาบริษัทไอทีทั้งหลาย
โดยตัวประเทศมาเลเซียเองก็มีศักยภาพ ความพร้อม รวมถึงนโยบายต่างๆที่เอื้อต่อการทำงาน และการพัฒนาเทคโนโลยี ผลลัพธ์ก็เห็นได้จากการตัดสินใจลงทุนในขั้นสุดท้ายของอาลีบาบา ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตมาเลเซีย อาจเข้ามาแทนที่สิงคโปร์ก็เป็นได้
นอกจากSaleduckแล้ว ยังมีบริษัทอีคอมเมิร์ซอื่นๆที่อยู่ในกัวลาลัมเปอร์อีก อย่างเช่น Grab ซึ่งดูจะเป็นสตาร์ทอัพที่โด่งดังและประสบความสำเร็จในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ารวมถึงประเทศไทยด้วย หรือ iflix ซึ่งเป็นบริการให้ดูหนังออนไลน์คล้ายกับNetflix ก็มีการตั้งออฟฟิศที่อยู่เมืองหลวงแห่งนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้เศรษฐกิจของมาเลเซียจะยังดูไม่ดี รวมทั้งค่าเงินที่อ่อนค่าขั้นรุนแรง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทไอทีหน้าใหม่ทั้งหลายที่คาดหวังจะเข้ามากอบโกยในกลุ่มประเทศที่ได้ชื่อว่ายังมีขุมทรัพย์รอให้ตักตวงอีกเป็นจำนวนมาก
