ในกรณีของบริษัทใหญ่ การทำตลาด การลงทุนนั้น เป้าหมายสำคัญก็เพื่อรักษากำไร ยอดขาย และฐานผู้บริโภค

แต่สำหรับบริษัทที่ใกล้ล้มละลาย หรือบริษัทที่ไม่มีทางเลือกมากนั้น หนทางยิ่งมืดมนเข้าไปใหญ่ เพราะนอกจากรายได้จะน้อยแล้ว งบการตลาด หรือหมัดเด็ดที่จะพลิกให้บริษัทกลับมาอยู่รอดนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทำได้ ทั้งโลกก็พร้อมที่จะสรรเสริญ เรื่องราวนี้เป็นของบริษัทยา Aspen Pharmacare

ยาแก้หวัด Bonnington’s Irish Moss เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1870 ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มมีคู่แข่งเข้ามาตลาดมากขึ้น รายได้และส่วนแบ่งของ Bonnington’s Irish Moss ก็ลดลงไปเรื่อยๆ จนในช่วงปี 2010-2012 ยอดขายลดลงปีละ 20% เนื่องจากยาตัวใหม่นั้นดูทันสมัยกว่า มีงบการตลาดมากกว่า และที่สำคัญแทบทุกแบรนด์ก็สามารถเลียนแบบการทำตลาดกันได้

ทำให้ Bonnington’s Irish Moss ต้องหาทางออกให้กับตัวเอง แต่งบประมาณในการหาทางออกมีอยู่เพียง 100,000 เหรียญสหรัฐฯ หากนำไปใช้แบบเดิมๆ ก็คงสู้บริษัทยาเจ้าอื่นไม่ได้ และนี่คือที่มาที่ทำให้ Bohemia Group เอเยนซีของ Bonnington’s Irish Moss ต้องคิดหาทางออกเพื่อความอยู่รอด

ทางออกที่ว่านี้คือ Bonnington Flu Tracker เทคโนโลยีที่นำข้อมูลมาคิดวิเคราะห์หาช่วงเวลาที่คนเป็นหวัดมากที่สุด จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อที่ปล่อยแคมเปญการตลาดได้เหมาะสม และ Impact ต่อคนมาที่สุด โดยเทคโนโลยีนี้ใช้ข้อมูลจาก Google 6ปี ย้อนหลัง ข้อมูลการเสิร์จหายี่ห้อยาแก้หวัด ข้อมูลจากสดๆจาก Facebook และ Twitter ข้อมูลพยากรณ์อากาศ และข้อมูลจากโรงพยาบาล 

สิ่งที่ได้จากการทำวิจัยนี้คือ สามารถรู้ได้ว่าปีนี้หากสภาพอากาศเป็นแบบนี้ คนจะเริ่มเป็นหวัดกันตอนไหน จากนั้นค่อยเริ่มแคมเปญการตลาด ผลลัพธ์หลังจากทดลองไปแล้วคือ ยอดขายเพื่มขึ้น 23% ในปี 2013 จากช่วงเดียวกันของปี และแบรนด์ Bonnington’s Irish Moss กลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้ง

 

ที่มา : CreamGlobal , STW Group และ The Best of Global Digital Marketing Thailand 2015