สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) และพันธมิตรสำคัญจาก Standards and Interoperability Lab Thailand (SIL-TH), H LAB และโรงพยาบาลสระบุรี

จัดงาน GETTING START with FHIR :The most practical and popular data standard in healthcare” พร้อมเดินหน้าผลักดันให้ “ข้อมูลสุขภาพ” ในไทยเชื่อมต่อฐานข้อมูลสาธารณสุขครบทุกมิติ

นายแพทย์ดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.) กล่าวว่า

“เนื่องจากทุกวันนี้“ข้อมูลสุขภาพ”พื้นฐานในระบบสาธารณสุขของไทยมีความซับซ้อนมาก บวกกับเทคโนโลยีที่แต่ละหน่วยงานนำมาใช้ในองค์กรของตนก็ต่างระบบกัน ในประเทศไทยเองถ้าหากนำระบบเทคโนโลยีเชื่อมต่อข้อมูลที่มีมาตรฐานระดับสากลเหล่านั้นมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศของเรา เป็นตัวกลางการเชื่อมต่อ“ข้อมูลสุขภาพ”ทั้งระบบสาธารณสุขของประเทศ ย่อมจะก่อให้เกิดผลดีต่อทุกภาคส่วน ส่งผลดีทั้งในแง่ของภาคโรงพยาบาลจะได้มีการบริหารจัดการที่ดี ภาคประชาชนก็จะได้รับการบริการที่มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัยขึ้นเป็นลำดับครับ”

นายแพทย์รัฐ ปัญโญวัฒน์  ผู้ช่วยผู้จัดการ สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.)  หนึ่งในวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้าน FHIR profiling & SNOMED-CT สอนเวิร์กชอปในงานนี้  กล่าวว่า

สมสท. เป็นหน่วยงานที่มีความแข็งแรงในด้านการเก็บข้อมูลสุขภาพในไทย จากการศึกษาเรื่องมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบ“ข้อมูล” พบว่า  FHIR นั้นถูกออกแบบมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังมีเครื่องมือต่าง ๆ รองรับจำนวนมาก  สมสท. เล็งเห็นว่าระบบนี้จะเป็นเครื่องมือที่เพิ่มความสะดวกให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องใช้ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้นำไปพิจารณาในการยกระดับเพื่อการพัฒนาเชื่อมต่อฐาน “ข้อมูลสุขภาพ” โดยรวมเรียบร้อยแล้ว และสำหรับการจัดงานเผยแพร่ความรู้ในครั้งนี้ มีผู้คนสนใจมาร่วมเวิร์กชอปเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้ไปทั้ง 2 ภาคส่วนนี้ คงต้องทำงานควบคู่สอดรับกันไปเรื่อย ๆ เพื่อร่วมกันพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยในทุกมิติให้เกิดขึ้นครับ”   

คุณกมลวัทน์ สุขสุเมฆ ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ H LAB  ผู้นำ Health Tech สตาร์ตอัปแถวหน้าของเมืองไทยที่นำเอาแนวทางของ FHIR มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมต่อยอดในเชิงธุรกิจในประเทศและกำลังวางแผนไปตลาดโลก รวมถึงยังเป็นวิทยากรในงานนี้อีกด้วย กล่าวว่า

ทาง  H LAB เริ่มศึกษาระบบ FHIR อย่างจริงจังเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทเราปรับกลยุทธ์จากเดิมเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านไอที (IT Consultant) เปลี่ยนมาเป็นให้บริการด้านไอที  (IT Solution) แบบครบวงจร ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงมองหาระบบมาตรฐาน“ข้อมูลสุขภาพ” ที่ต้องตอบโจทย์มาตรฐานระดับสูงสุด ใช้งานง่าย มีความปลอดภัย ที่สำคัญต้องทำหน้าที่เชื่อมต่อกับทุกระบบที่ต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุนี้บริษัทเราจึงนำแนวทางของ FHIR ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา และตอบทุกโจทย์ความต้องการของ H LAB นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในด้านการออกแบบการเก็บข้อมูล, ออกแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพราะ FHIR สามารถผูกเข้ากับระบบมาตรฐานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ SNOMED-CT ซึ่งเป็นระบบ “จัดการคำศัพท์ทางการแพทย์ที่สำคัญต่อการลงข้อมูลในทุกจุดของการรักษาพยาบาล” นั่นเอง เรียกได้ว่าตอนนี้บริษัทของเราใช้ FHIR ในการให้บริการงานด้านไอทีแบบครบวงจรเลยทีเดียว   

 “H LAB ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเข้าไปแก้ไขปัญหาและช่วยพัฒนาระบบของโรงพยาบาลให้ดีขึ้นทั้งในการบริหารจัดการ, บุคลากร, การเบิกจ่าย เป็นต้น ซึ่งตอนนี้ บริษัทมีลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการเข้าไปดูแลวางระบบไอทีทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลศิริราช ซึ่ง H LAB มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้โรงพยาบาลในไทยก่อนเป็นอันดับแรก และหลังจากนั้นภายใน 3 ปี จะขอไปชิงส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศต่อไป และตั้งเป้าเติบโตของรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อปี เพราะตอนนี้เริ่มมีโรงพยาบาลจากต่างประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนใจติดต่อมาทาง H LAB เป็นที่เรียบร้อย”

นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี ถือเป็นโรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการยอมรับและนำ FHIR มาใช้งานได้จริง กล่าวว่า

“ในอดีตที่ผ่านมา โรงพยาบาลสระบุรีมีปัญหาเรื่อง “การจัดการข้อมูล” และ “การวิเคราะห์ข้อมูล” เนื่องจากมีฐานจัดเก็บ “ข้อมูล” ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เวลาส่งต่อ “ข้อมูลสุขภาพ” ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ  เพื่อทำการวิเคราะห์และเบิกจ่ายในด้านต่าง ๆ เกิดความยุ่งยากและเสียเวลา เนื่องจากฝ่ายไอทีต้องแปลง“ข้อมูล” ให้เข้ากับแต่ละระบบของหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อให้เชื่อมต่อกันได้  ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อการออกนโยบายบริหารงานเป็นอย่างมาก แต่หลังจากติดตั้ง FHIR แล้ว ทำให้ทีมไอทีลดเวลาทำงานลง และมีเวลาไปทำงานเพื่อเพิ่มคุณภาพตามนโยบายของโรงพยาบาลในด้านอื่น ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น รพ. มีแอปพลิเคชันที่หลากหลาย ทำให้คนไข้-ประชาชน ที่เข้ามาใช้บริการเกิดความสะดวกสบาย ได้รับการบริการที่รวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์การเข้ารับบริการได้ตรงจุดมากขึ้นครับ”

ภายในงานนี้ ยังมีวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาร่วมให้ความรู้ เช่น นพ. ธนภพ ณ นครพนม แพทย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นพ. ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศ กองระบาดวิทยาควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, นพ. เดโชวัต พรมดา CEO & FOUNDER of HEALTHTAG, นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร  CEO & CO-FOUNDER of Dietz & อุปนายกสมาคมเฮลท์เทคไทย, คุณปฏิภาณ ประเสริฐสม ผู้จัดการ​โครงการ สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (สวข.) (GBDi), นพ. กวิน สิริกวิน หัวหน้างานพัฒนาคุณภาพสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, ภก. ณัฐดนัย ไทยพิพัฒน์ เภสัชกร โรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น  ทำให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 50 ท่านได้รับความรู้กันเต็มที่

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามเกี่ยวกับ FHIR สามารถติดต่อเข้ามาขอคำปรึกษาได้ที่ สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.) โทร. 0-2027-9711 อีเมล : this@this.or.th หรือ H LAB ที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการในโรงพยาบาล ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบบคิวและการนัดหมายออนไลน์ มือถือ 06-3446-7740 หรือ http://www.hlabconsulting.com

#สมสท #HLAB #โรงพยาบาลสระบุรี #มาตรฐานข้อมูลสุขภาพ #FHIR #ระบบบริหารข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาล

 #HEALTHTAG #GBDi #SILTH



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน