ออนไลน์กำลังโตวันโตคืน ไปดูกันว่า Trend E-commerce จะไปในทิศทางไหน?

1.เอเชียแปซิฟิกเติบโตสูง

2558 เป็นปีที่เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และคาดว่าในปี 2563 ตลาดอีคอมเมิร์ซจะตลาดใหญ่ที่เติบโตมหาศาลในเอเชียแปซิฟิก คนไทยนิยมช็อปปิ้งบนโซเชียลมีเดีย เฉกเช่นเดียวกับอินโดนีเซียที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์บนโซเชียลมีเดียเช่นกัน

2.Omni Channel

มือถือเกือบเป็นช่องทางหลักในการซื้อสินค้าออนไลน์ และร้านค้าจะกลายเป็นเพียงแค่โชว์รูมโชว์สินค้า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนสู่การซื้อสินค้าผ่านมือถือในขณะที่เดินช็อปปิ้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าจากราคาที่ถูกกว่า และพฤติกรรมเหล่านี้เองจะหล่อหลอมจาก Single Channel เป็น Omni Channel ในที่สุด

3.Online to Offline

ออนไลน์ได้มีบทบาทกระตุ้นผู้บริโภคซื้อสินค้ามากขึ้นและผลักดันให้เกิดแนวทางการตลาดจาก Online to Offline โดยร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทยปรับตัวด้วยการให้บริการเก็บเงินปลายทางเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคที่ไม่ต้องการชำระสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

4.สินค้าแฟชั่นขายดี

สินค้าแฟชั่นเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคนิยมจับจ่ายผ่านช่องทางนี้ และการซื้อขายออนไลน์ผ่านอีคอมเมิร์ซผู้หญิงเป็นกลุ่มที่มีการจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากที่สุด แต่ผู้ชายถึงแม้จะมีความถี่ในการจับจ่ายไม่มากนักกลับมียยอดการสั่งซื้อแต่ละครั้งที่สูงกว่า

5.พ่อค้าคนกลางอาจสูญพันธ์

การส่งสินค้าจากโรงงานถึงมือลูกค้าเป็นแนวทางการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซที่น่าสนใจ และสามารถลดต้นทุนในการกระจายสินค้าไปยังหน้าร้านได้อย่างมหาศาล เช่นแบรนด์มือถือเสี่ยวมี่ ที่สามารถผลิตมือถือคุณภาพจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ได้จากการลดค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ และที่ผ่านมาแบรนด์เสี่ยวมี่สามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่น MI4 จำนวน 5,000 เครื่องในเวลา 75 วินาที

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างชาติ สามารถเข้ามาทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน โดยเก็บสินค้าตามแวร์เฮาส์ต่างๆ เพื่อกระจายส่งไปยังผู้บริโภค เช่น Adidas Online ในสิงคโปร์ที่ทำตลาดในโมเดลนี้

หรือแม้แต่สินค้าอุปโภคบริโภค P&G ก็นำโมเดลนี้จำหน่ายสินค้าตรงถึงเมือผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่อีก 63 แบรนด์ ปรับตัวเองสู่การตลาดในรูปแบบโมเดลนี้มากขึ้น ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงธุรกิจครั้งสำคัญและเป็นไปได้ว่าพ่อค้าคนกลางในบางอุตสาหกรรม อาจสูญพันธ์ได้

6.ร้านค้าไม่มีพนักงานกำลังจะมา

ร้านขายของที่ไม่มีพนักงาน จะกลายเป็นรูปแบบการให้บริการที่น่าสนใจ โดยโมเดลนี้เน้นการสมัครสมาชิกและส่งสินค้าถึงลูกค้าเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และใช้กับสินค้าที่เป็นประจำ ใช้แล้วหมดไป เช่นน้ำ ข้าว เป็นต้น

7.Personalize Price and Personomic

ราคาสินค้าที่จำหน่ายกับลูกค้าแต่ละบุคคลจะไม่เท่ากัน เป็นการนำ Big Data ใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ลูกค้า ลูกค้าประจำจะได้ราคาสินค้าที่ถูกกว่า เป็นต้น

รวมถึงการนำข้อมูลลูกค้าที่ทิ้งร่องรอยไว้บนออนไลน์ มาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ และโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล

8.3D Printing จะเข้ามาเปลี่ยนวงการ

ในอนาคต ถ้าเทคโนโลยี 3D Printing เข้าสู่ระดับแมส จะเกิดเทรนด์ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุดิบเพื่อมาผลิตสินค้าเองผ่านเทคโนโลยี 3D Printing และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม

9.เครื่องยนต์ส่งสินค้า

Amezon ได้นำร่องนำ Drone มาใช้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าในอเมริกา ที่พักอาศัยจากคลังกระจายสินค้าไม่เกิน 100 ไมล์ และอนาคตการส่งสินค้าด้วยเครื่องยนต์จะมีมากขึ้น

10 Chinese E-commerce

ประเทศจีนคือหนึ่งในผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซที่น่ากลัว อย่างเช่น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Ligh in the box รองรับ 27 ภาษา และส่งฟรีทั่วโลกในสินค้าบางรายการ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer