สถานการณ์พลังงานในเวียดนามกำลังเผชิญภาวะวิกฤต หลังตลาดตึงตัวจนปั๊มน้ำมันต้องทยอยปิด และกระทบต่อการสัญจรไปมาของประเทศที่คนส่วนใหญ่ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะหลัก

ปั๊มน้ำมันหลายร้อยแห่งในโฮจิมินห์ เมืองใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อภาคเศรษฐกิจของเวียดนาม รวมถึงเมืองรอบ ๆ ที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศพากันปิด

เพราะน้ำมันมีไม่พอขายจนผู้ใช้จักรยานยนต์กลุ่มใหญ่ที่ไปต่อแถวรอเติมน้ำมันต้องผิดหวังกลับมาเป็นภาพชินตาของคนในเมืองมาตั้งแต่ต้นตุลาคมที่ผ่านมา

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากตลาดน้ำมันในเวียดนามตึงตัวอย่างมาก หลังประเทศในยุโรปทุ่มซื้อน้ำมันเพื่อทดแทนส่วนที่หายไปเพราะรัสเซียงดส่งน้ำมันให้ตอบโต้การคว่ำบาตรการบุกยูเครน จนดีดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้แพงขึ้น แต่นี่เป็นเพียงปัจจัยแรกเท่านั้น

ปัจจัยถัดมาคือปริมาณการบริโภคน้ำมันทั้งเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมโรงงานและการคมนาคมในเวียดนามเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลสั่งให้บริษัทน้ำมันทั้งของรัฐบาลและเอกชนเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันและเร่งกระจายน้ำมันไปตามปั๊มเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

PetroVietnam บริษัทน้ำมันใหญ่สุดของประเทศซึ่งเป็นของรัฐบาล ตอบสนองคำสั่งด้วยเพิ่มกำลังการกลั่น และพร้อมเพิ่มขึ้นอีกหากได้รับคำสั่ง

ทว่าก็เกิดอุปสรรคขึ้น เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่แพงขึ้น บีบให้เวียดนามต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นและด้วยราคาที่แพงขึ้น โดย 10 เดือนแรกของปี 2022 ปริมาณนำเข้าอยู่ที่ 7.13 ล้านตัน เพิ่มขึ้นมา 22.8% จาก 10 เดือนแรกของปี 2021 ส่วนเม็ดเงินที่ทุ่มไปเพื่อนำเข้าน้ำมันก็เพิ่มขึ้นเป็น 7,370 ล้านดอลลาร์ (ราว 278,000 ล้านบาท)

จึงทำให้ต้นทุนในการกลั่นต่อเนื่องไปถึงการขนส่งแพงขึ้นไปด้วย แต่ปั๊มกลับไม่สามารถปรับขึ้นราคาน้ำมันได้เกินเพดานที่รัฐบาลตั้งไว้ เพราะต้องรอการประกาศปรับขึ้นทุก ๆ 10 วันจากรัฐบาล

เมื่อกำไรหด เงินทุนที่มีอยู่ก็ร่อยหรอปั๊มจึงต้องระงับการซื้อน้ำมันล็อตใหม่ จนที่สุดน้ำมันในคลังที่แต่ละปั๊มมีก็หมดต้องปิดปั๊มไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ส่วนบางปั๊มก็เลือกปิดชั่วคราวไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์แทนที่ต้องขายน้ำมันแบบกำไรลดลงหรือขาดทุน

นี่ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้เติมน้ำมันเมื่อไปถึงปั๊ม ส่วนใครที่โชคดีหน่อยก็ต้องเสียเวลารอต่อคิวเติมน้ำมันเป็นเวลานานกว่าปกติอย่างมาก   

สถานการณ์ในโฮจิมินห์หนักสุด เพราะนอกจากปัจจัยลบมากมายที่กระทบเป็นลูกโซ่ตามที่กล่าวมาแล้ว โฮจิมินห์ยังเป็นเมืองทางภาคใต้ที่มีโรงกลั่นน้ำมันน้อย ทั้งที่บริโภคน้ำมันคิดเป็น 45% ของทั้งประเทศ

ด้านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเผยว่ามีแผนปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน และอาจปรับราคาน้ำมันให้ถี่ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับตลาดโลก พร้อมกันยังมีแผนขยายโรงกลั่นน้ำมันทางภาคใต้ของประเทศ เพื่อลดเวลาและค่าขนส่งน้ำมันในเมืองแถบนั้น ซึ่งเมืองหลักที่จะได้ประโยชน์คือ โฮจิมินห์ นั่นเอง

แผนขยายโรงกลั่นทางภาคใต้จะใช้งบ 1,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 45,200 ล้านบาท) โดยถ้าแล้วเสร็จตามแผนในปี 2026 กำลังการกลั่นจะเพิ่มจากเดิมอีก 20%

ประเด็นที่ต้องจับตามองจากนี้มีสองระยะ โดยระยะสั้นต้องติดตามกันว่ารัฐบาลเวียดนามจะมีแนวทางปรับเพดานราคาน้ำมันอย่างไร และจะมีมาตรการเฉพาะหน้าใดเพื่อคลายภาวะตลาดน้ำมันในประเทศที่ตึงตัวหรือไม่

ส่วนระยะยาว ต้องติดตามกันว่าโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหน โดยถ้าเพิ่มขึ้นมากแม้จะสามารถตอบสนองความต้องการในประเทศได้ และไม่ทำให้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนเช่นที่กำลังเป็นข่าวนี้เกิดซ้ำอีก

แต่ก็อาจขัดต่อเทรนด์โลกที่กำลังมุ่งสู่การลดพึ่งพาน้ำมัน และหันไปใช้พลังงานสะอาด เช่น รถ EV ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   

ประเด็นด้านพลังงานของเวียดนามยังมีความเคลื่อนไหวให้จับตามองแตกออกมาอีก เพราะปัจจุบันเวียดนามกำลังเป็นตลาดพลังงานแห่งใหม่ที่บริษัทจากยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และเดนมาร์ก แห่มาลงทุน หลังเห็นช่องทางทำธุรกิจท่ามกลางอุตสาหกรรมโรงงานที่กำลังขยายตัว/nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน