ไอ-เทล (i-Tail) เสนอขายหุ้น IPO รวมไม่เกิน 660 ล้านหุ้น ช่วงราคา 30-32 บาทต่อหุ้น มูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 2.1 หมื่นล้านบาท เปิดจองซื้อหุ้น 22-25 พ.ย.นี้ คาดเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในธ.ค.นี้ รับบริษัทพุ่งอันดับ 2 เอเชีย และ 10 อันดับแรกโลก ด้านธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง  

นายพิชิตชัย วงศ์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ (ITC-ชื่อย่อที่ใช้ในการเข้าไปจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์) บริษัทในเครือของกลุ่มไทยยูเนี่ยน (TU) ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก เผยว่า ปี 2564 ไอ-เทล เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food Company) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย และอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก 

ไอ-เทล มีผลประกอบการจากยอดขายรวมเสมือนในปี 2564 ที่ 14,529 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราที่สูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ระดับ 6.6% ต่อปี  

ช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากยอดขายรวมเสมือน 15,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY มีกำไรสุทธิเสมือน 3,726 ล้านบาท เติบโต 74.6% YoY 

The Golden Hound eats with the kitten.

ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ และการเพิ่มขึ้นของจำนวนคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่จากลูกค้าหลัก ทั้งการดำเนินงาน ด้วยโมเดลธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ครอบคลุม และครบวงจร ตลอดจนด้านตลาดกระจายสินค้า ที่กว้างขวางกว่า 45 ประเทศทั่วโลก 

และยังสอดคล้องกับ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Frost & Sullivan และ http://www.petfoodindustry.com ณ ปี 2564

พบว่าตลาดนี้ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 5.5-5.8% โดยมูลค่า ปี 2559 อยู่ที่ 1.01 แสนล้านดอลลาร์ และปี 2564 อยู่ที่ 1.33 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งคาดการณ์ว่าในปี 2564 ถึงปี 2569 ซึ่งคาดว่ามูลค่าอยู่ที่ 1.87 แสนล้านดอลลาร์ จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 7.1%

ขณะที่คาดการณ์ 3 เซกเมนต์ที่จะโตที่สุดในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ปี 2564-69 ได้แก่ 1.ตลาดขนม สำหรับแมวและสุนัข โต 11% CAGR, 2.ตลาดอาหารชนิดเปียก สำหรับแมวและสุนัข โต 10.7% CAGR และ 3.ตลาดอาหารแมว โต 8.2% CAGR 

ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ Humanization ที่เป็นการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และเต็มใจที่จะใช้จ่าย เพื่อซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม และมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงอาหารคน 

เทรนด์ Humanization

ส่ง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก

ปี 2569 โตแตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์

ปี พ.ศ. มูลค่าตลาด (แสนล้านดอลลาร์)
2559 1.01 
2564 1.33
2569 (คาดการณ์) 1.87
ที่มา : Frost & Sullivan และ http://www.petfoodindustry.com ณ ปี 2564 

ทำให้ ไอ-เทล มั่นใจว่า ITC จะเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะมีอัตรากำไรสุทธิเสมือน 18.6% ในปี 2564 และ 23.3% ในงวด 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2565 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูง สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดย ไอ-เทล จะเดินหน้าแผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 660 ล้านหุ้น ช่วงราคาเสนอขาย 30-32 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 21,120 ล้านบาท 

เปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นได้ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2565 และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ ภายในเดือนธันวาคม 2565

ซึ่งติดตามข้อมูลการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ได้ทาง http://www.i-Tail.com หรือจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนของ ITC ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน