ความที่ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยม แฟนกีฬาประเภทนี้ที่ว่ากันว่าเริ่มจากในอังกฤษจึงมีมากมายทั่วโลกและทุกครั้งเมื่อมีการจัดฟุตบอลโลกก็มีผู้ชมมากมายเช่นกัน และส่งผลสืบเนื่องให้เป็นธุรกิจที่มีเงินสะพัดมหาศาล

 

ขณะที่คอลูกหนังต่างจับตามองการขับเคี่ยวกันของทีมชาติต่างๆ ตลอดทัวร์นาเมนท์ และลุ้นว่าทีมชาติใดจะได้คว้าแชมป์ บรรดาแบรนด์และบริษัทจากประเทศต่างๆ ก็ขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งสิทธ์การเป็นสปอนเซอร์

และเมื่อได้มาก็พร้อมจ่ายค่าสปอนเซอร์ ซึ่งเริ่มที่ 10 ล้านดอลลาร์ (ราว 357 ล้านบาท) ไปจนถึง 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,800 ล้านบาท) ต่อปี เพราะนี่คือแผนโปรโมทสุดคุ้มที่สามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลทั่วโลก และไม่จำกัดอยู่แค่คอลูกหนังเท่านั้น

สำหรับฟุตบอลโลกปีนี้ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ มีสปอนเซอร์ทั้งหมด 14 แบรนด์ โดยประเด็นน่าสนใจคือ 9 จาก 14 แบรนด์เป็นแบรนด์เอเชีย และประเทศที่มีแบรนด์ได้เป็นสปอนเซอร์มากสุดคือ จีน

4 แบรนด์จีนที่ได้สิทธ์ทำแคมเปญการตลาดของฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการและคอลูกหนังจะเห็นโลโก้ปรากฏอยู่ข้างสนามในแมตช์แข่งขัน ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายนถึง 18 ธันวาคม ประกอบไปด้วย  Hisense Vivo Wanda และ Mengniu ซึ่งมาจาก 4 ธุรกิจคือ โทรทัศน์ Smartphone อสังหาริมทรัพย์

และผลิตภัณฑ์นม โดยทุกแบรนด์ต่างก็เป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 ที่จัดขึ้นในรัสเซียด้วย ส่วนอีก 5 แบรนด์ที่เหลือ 2 แบรนด์แรกคือ สายการบิน Qatar Airways และ บริษัทพลังงาน QatarEnergy จากประเทศเจ้าภาพ

สายการบิน Qatar Airways

ขณะที่อีก 3 แบรนด์สุดท้ายคือ รถยนต์ Hyundai (นับรวม Kia ด้วยฐานะบริษัทในเครือ) แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Crypto.com และแอปด้านการศึกษา Byju’s จากเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และอินเดียตามลำดับ 

จาก 5 แบรนด์เอเชียที่เหลือของอินเดียน่าสนใจที่สุด เพราะฟุตบอลแทบไม่มีที่ยืนเลยในประเทศที่คริกเก็ตเป็นกีฬาอันดับ 1 แต่ Byju’s ติดต่อกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จนที่สุดคว้าสิทธ์เป็นสปอนเซอร์มาได้

เพราะหวังเป็นช่องทางโปรโมทแบรนด์ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้ได้ให้ 10 ล้านคนในอีก 3 ปีข้างหน้า

ประกอบกับอินเดียเป็นประเทศประชากรอันดับ 2 ของโลก (จะแซงจีนขึ้นอันดับ 1 ในปีหน้า) ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว อินเดียก็ติด 1 ใน 3 ประเทศที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดมากสุด และยังเป็นโอกาสในการโปรโมทแบรนด์อินเดียต่อสายตาชาวโลกอีกด้วย

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ไม่มีแบรนด์ญี่ปุ่นได้เป็นสปอนเซอร์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้เลย ทั้งที่เป็นขาประจำมาโดยตลอด  

การยกทัพคว้าสิทธ์เป็นสปอนเซอร์ของแบรนด์เอเชียครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกแบรนด์ยังเชื่อว่าทัวร์นาเมนท์นี้จะเป็นเวทีโปรโมทได้ แม้ดูเหมือนว่าปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ข่าวการตายของแรงงานก่อสร้างสนาม เรื่องทุจริต

หรือการจำกัดสิทธ์ของกลุ่ม LGBTQ และยังย้ายมาจัดปลายปีแทนกลางปีตามปกติอีก ทำให้กระแสต่างๆ ของการจุดฟุตบอลโลกครั้งแรกในตะวันออกกลางซบเซาลงไปมากก็ตาม

จำนวนสปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นนี้ แน่นอนว่าฝ่ายที่ได้ประโยชน์มากสุดคือ FIFA  เพราะเก็บเงินค่าสปอนเซอร์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,350 ล้านดอลลาร์ (ราว 48,200 ล้านบาท) นั่นเอง

ถือเป็นแหล่งรายได้อันดับ 2 ขององค์กรในปีนี้ รองแค่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่รอบนี้เก็บได้ถึง 2,640 ล้านดอลลาร์ (ราว 94,400 ล้านบาท) / nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน