เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท เปิดงาน FN FAIR 2022 (FLY NOW) ในรอบ 3 ปี ปรับธุรกิจให้เป็นมิกซ์ยูส เพิ่มกลุ่มสินค้าขายเร็ว กระจายความเสี่ยง

นางสาว กิตติมา วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า FN FAIR 2022 เป็นการกลับมาในรอบ 3 ปี เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ร้านถูกสั่งปิดไปหลายเเห่ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท

ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ คาดหวังให้งานช่วยดึงรายได้โค้งสุดท้ายของปีให้กลับมาได้ เพราะโดยปกติงานแฟร์จะสามารถผลักดันรายได้ สูงประมาณเท่าตัวของเวลาขายปกติ ที่ 20-23 ล้านบาท ผู้เข้าชมสินค้า 3 หมื่นคน/วัน ในปีหน้าเล็งขยายความถี่ในการจัดงานเพื่อบูสต์ยอดขายกลางปี

ซึ่งสินค้าในงานเป็นสินค้าที่บริษัทผลิตเอง 70% เเละปัจจุบันมีแบรนด์ภายใต้เอฟเอ็นอยู่กว่า 20 แบรนด์  รายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้า  Bedding 35% กลุ่ม Apperal 25% การผลิตเองทำให้บริษัทสินค้าสามารถตั้งราคาต่ำกว่าตลาดได้ ดึงดูดใจนักช้อปได้เป็นอย่างดี

และจากการจัดงานพบว่า ลูกค้ามีความสนใจกลุ่มสินค้าของใช้ภายในบ้าน ความต้องการสอดคล้องกับช่วงเริ่มการก่อสร้างโครงการบ้านเเนวราบ

หลังห่างหายไปนานถึง 3 ปี จากวิกฤตโควิด 19 ที่สาขาต่างจังหวัดของเอฟเอ็นถูกสั่งปิดทั้งหมด สร้างความเสียหายมหาศาลต่อบริษัท

เเม้จะหันมาขายบนช่องทางออนไลน์เเละคอลเซ็นเตอร์ เเต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนรายได้ที่สูญเสียไปจากการปิดหน้าร้าน

อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์เริ่มฟื้นกลับมา ช่องทางการขายออนไลน์เเละคอลเซ็นเตอร์ กลายเป็นช่องทางบริการปกติสำหรับลูกค้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้เอฟเอ็นเล็งเห็นถึงความไม่เเน่นอน  ประกอบกับเล็งเห็นการขยายตัวของเมือง

โครงการมิกซ์ยูสจึงเป็นคำตอบ สำหรับการกระจายความเสี่ยงรายได้  บริษัทจึงปรับตัวจาก Retail Outlet สู่ Retail Developer ปล่อยพื้นที่ให้เช่า ขยายธุรกิจออกสู่การขายอาหาร ให้บริการ และออฟฟิศ  ทั้งนี้เพื่อเพิ่มยอดแทรฟฟิกแก่เอ๊าท์เลทด้วย

จากบทเรียนที่เกิดขึ้น ทำให้การขยายสาขาแบบสเเตนด์อโลนในอนาคตเป็นไปได้ยาก เนื่องจากบริษัทมองว่า การเปิดร้านกับศูนย์การค้า หรือเช่าพื้นที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า ในกรณีที่จะถูกสั่งปิด เเละการรีโนเวตร้านใหม่ ก็ต้องปรับลดขนาดพื้นที่ร้านลงด้วย แต่ละไซซ์ลดเฉลี่ย 1,000-2,000 ตร.ม.

คุณเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) มองการเติบโตในปีหน้าว่า การท่องเที่ยวคือปัจจัยสำคัญในการเดินหน้าต่อของเอ๊าท์เลท หลายสาขามีลูกค้าชาวต่างชาติที่จับจ่ายกับร้านเฉลี่ย 2,500-4,000 ต่อบิล ใกล้เคียงกับการใช้จ่ายของลูกค้า VIP คนไทย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4,800-6,500 บาท

อย่างไรก็ตาม ความไม่เเน่นอนคือสิ่งที่บริษัทต้องตั้งรับให้ดี เมื่อดูที่รายได้บริษัท พบว่า ปี 64 ที่ผ่านมา ยังติดลบสองปีติด ผลพวงจากการปิดร้านช่วงโควิด ยอดขายหด รายได้หาย

 

2561 2562 2563 2564
รายได้ 1,109 1,044 771 544
กำไร 34 10 -27 -62

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์เเห่งประเทศไทย

 

แผนการเดินหน้าจึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับเอฟเอ็นในตอนนี้ อันประกอบไปด้วย

  • การเพิ่มสินค้าที่จำหน่ายเร็วและต้นทุนต่ำ กลุ่มที่เป็น Daily Use ให้มากขึ้น เพื่อบาลานซ์รายได้จากสินค้า Infrequent purchase กับ Repetitive purchase สร้างสภาพคล่องทางการเงิน
  • อาศัยนำสินค้าแบรนด์ของตนออกขายกับพาร์ตเนอร์ข้างนอก ปรับพอร์ตสินค้าไม่ขายในเอ๊าท์เลทเพียงอย่างเดียว เร่งพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าสู่ช่องทาง Modern Trade ได้
  • ไม่มองเพียงเเค่นักท่องเที่ยว เเล้วหันมาโฟกัสกลุ่มคนพื้นที่มากขึ้น อย่างจังหวัดระยอง จับมือกับแสงทอง ค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ประจำจังหวัด เพื่อดึงฐานลูกค้าของเเสงทองมาเป็นลูกค้าเอ๊าท์เลทด้วย
  • Data Driven เก็บ data ให้ได้มากที่สุด นำมาวิเคราะห์ความต้องการที่เเตกต่างกันของลูกค้าในเเต่ละสาขา แต่ละจังหวัด เพื่อปรับรูปแบบการให้บริการ ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด

หลังติดลบมาสองปีติด ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเพิ่งจะเห็นเเววความสดใส จากการขยับตัวของคนพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ของเอ๊าท์เลท คือ คนกรุงเทพฯ ผู้มีกำลังซื้อสูง เเละเจ้าของกิจการต่างจังหวัด  คาดว่า ไตรมาส 1-2 ปีหน้า จะกลับมาเป็นบวกได้ คุณกิตติมากล่าวทิ้งท้าย


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer