Rolls Royce เกิดจากเด็กบ้านรวยหัวธุรกิจ กับเด็กบ้านจนหัวดี ร่วมมือกัน เเละยิ่งใหญ่จนกลายเป็นแบรนด์ที่ยากจะเอื้อมถึง

คงไม่มีใครไม่รู้จัก Rolls-Royce รถโมเดลซีรีส์ที่หรูหราที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก คนดังเเละบุคคลสำคัญมากมายต่างก็เลือกมาขับอวดโฉมในงานสำคัญ บ่งบอกสไตล์หรูหรา สง่างาม  เเม้จะมีราคาสูงลิ่ว ภาพลักษณ์จับต้องได้ยาก แต่หากมีโอกาส หลายคนต่างใฝ่ฝันอยากครอบครองโรลส์รอยซ์สักคันในชีวิตทั้งนั้น

 

จุดเริ่มต้นของ Rolls Royce เเละสัญลักษณ์รถหรู

ปี 1884 Henry Royce เด็กหนุ่มบุตรชายลอร์ดเเละเลดี้ผู้ร่ำรวย เขาได้ศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลที่ Cambridge เเละทดลองประดิษฐ์รถยนต์คันแรกของตัวเองในปี 1904 ผลิตขาย

โดยได้ความร่วมมือจาก Charles Rolls เด็กหนุ่มสู้ชีวิตชาวอังกฤษ  ที่ทำงานรับจ้างเเละอาศัยเวลาช่วงเย็นเรียนพีชคณิตวิศวกรรมด้วยตนเอง จนมีความรู้เเน่นหนาเเละกลายเป็นวิศวกรมือฉกาจ

Henry Royce และ Charles Rolls

ทั้งสองร่วมกันเปิดบริษัทรถยนต์ในลอนดอน โดยมีข้อตกลงว่า Rolls-Royce Limited จะผลิตรถยนต์หลายรุ่นเเละให้สิทธิ์จำหน่ายโดย CS Rolls & Co แต่เพียงผู้เดียว เเละใช้ชื่อเเบรนด์ว่า Rolls-Royce

การจับคู่ความเฉลียวฉลาดของ Royce เข้ากับความเฉียบแหลมทางธุรกิจและเงินทุนก้อนโตจาก Rolls บริษัทจึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การก่อตั้งบริษัท Rolls Royce

เเละนับจากนั้นเพียงสองปี ก็เปิดตัวรถคันแรก รุ่น The Silver Ghost ที่มีเครื่องยนต์ 6 สูบ และได้รับยกย่องว่าเป็น “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” มีลูกค้าเป็นเหล่าคนดังมากมาย รวมถึง Queen Elizabeth

เเต่ไม่หยุดเพียงเเค่การผลิตรถยนต์เท่านั้น ยังมีสายการผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินที่ยังครองตลาดมาได้จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โรลส์-รอยซ์ได้ออกแบบเครื่องยนต์อากาศยานเครื่องเเรก อีกทั้งพัฒนาเครื่องยนต์ “R” เพื่อเเข่งขันเครื่องบินทะเล ซึ่งก็ได้สร้างสถิติความเร็วอากาศโลก ด้วยความเร็วมากกว่า 400 ไมล์/ชั่วโมง

ตามด้วยการพัฒนา Rolls-Royce Merlin เครื่องยนต์แอโร่ลูกสูบ หนึ่งในเครื่องยนต์ของเครื่องบินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เเละทำให้บริษัทโรลส์-รอยซ์ขณะนั้นที่เป็นบริษัทเล็ก ๆ กลายเป็นเจ้าใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องยนต์อากาศยาน

Rolls-Royces ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบิน

ยิ่งใหญ่จนยักษ์ใหญ่แย่งกันซื้อ

แต่ในปี 1971 วิกฤตใหญ่ก็มาเยือน เมื่อ Rolls-Royce ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก พอข่าวเเพร่สะพัดออกไป  หลายบริษัทต่างเเย่งชิงเป็นเจ้าของกันอย่างดุเดือด เเละกิจการผลิตรถยนต์ของ Rolls-Royce ก็ตกเป็นของ Vickers ซึ่งก็ขายต่อให้กับ Volkswagen อีกทอด แต่ไม่ได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและโลโก้

นั่นเเปลว่าพวกเขาสามารถขายรถได้ เเต่ห้ามใช้โลโก้ของโรลส์รอยซ์ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะรถโรลส์รอยซ์ขายได้เพราะชื่อ

BMW ที่อยากครอบครองโรลส์-รอยซ์เช่นกัน ก็รีบติดต่อ และซื้อสิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้ามาได้ จึงทำให้ Volkswagen หมดหนทางไป ตัดสินใจขายสิทธิ์ Rolls-Royce ที่มีอยู่ให้ BMW ไป แต่ต้องรับผลิตรถ Bently ให้กับ Volkswagen ด้วย

ในปี 1998 BMW Group จึงจดทะเบียนตั้งบริษัท Rolls-Royce Motor Cars Limited  (ก่อนหน้า Rolls Royce เคยก่อตั้งบริษัทร่วมทุนด้านเครื่องยนต์อากาศยานกับ BMW ในชื่อบริษัท Deutschland Ltd & Co KG)

รถโรลส์-รอยซ์ จึงย้ายไปอยู่ใต้ร่มเงาของ BMW นับเเต่นั้นมา  เเละถูกวางให้เป็นซูเปอร์ลักชัวรีคาร์ มีราคาขายสูงลิ่ว เริ่มต้น 30 ล้าน ไปจนถึงหนึ่งร้อยล้าน

“Spirit of Ecstasy”  สัญลักษณ์กับรักต้องห้าม

รูปปั้นดังกล่าว คือรูปปั้นสตรีสวมชุดคลุมพลิ้วไหว เอนตัวไปข้างหน้าราวกับเตรียมจะกระโจนไปตามสายลม  ถูกเรียกขานว่า ‘สตรีผู้โบยบิน’ แต่มีชื่อเป็นทางการคือ “Spirit of Ecstasy” มากไปกว่านั้น มันมีประวัติน่าสนใจที่หลายคนคาดไม่ถึง

จุดกำเนิดของสัญลักษณ์สุดคลาสสิก เริ่มต้นขึ้นในปี 1909 เมื่อ Baron Montagu คนรวยผู้หลงใหลรถยนต์ อยากได้เครื่องประดับหน้ารถจึงได้เชิญ Charles Sykes ประติมากรคนสนิท มาปั้นรูปปั้นให้  Sykes ได้เอา Eleanor Thornton หญิงคนรักลับ ๆ ของ Montagu มาเป็นโมเดลเเละได้ออกมาเป็นท่าหญิงสาวยืนปิดปากอยู่ สื่อว่าความรักของทั้งสองเป็นความลับ

รูปปั้น Rolls-Royces รุ่นแรกชื่อ “The Whisper”

ไม่จบเท่านั้น บริษัทโรลส์-รอยซ์เองก็ได้เชิญประติมากรคนนี้ไปสร้างรูปปั้นให้เเบรนด์โดยตรงอีก เเละได้ออกมาเป็นภาพหญิงสาวเอนไปข้างหน้า เหยียดแขนไปด้านหลัง กระโปรงลู่ไปกับสายลม มองผ่าน ๆ คล้ายปีกนก ซึ่งสื่อความถึงความสง่างามเข้ากับภาพลักษณ์ที่สงบเงียบของรถ

รูปปั้นอันเป็นเอกลักษณ์บนกระโปรงรถ Rolls-Royces

ปัจจุบัน Rolls Royce อยู่ภายใต้การดูเเลของ BMW  ส่วนคู่เเข่งอย่าง Bentley อยู่กับ Volkswagen

ช่วงโควิดที่ผ่านมา เเม้ทั่วโลกเกิดปัญหาเศรษฐกิจถดถอย เเต่รถหรูระดับอัลตราลักชัวรีกลับพุ่งสวนทาง ในปี 2021 Rolls Royce สร้างยอดขายรถยนต์ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,586 คันในปี 2021 เพิ่มขึ้น 49% จากปี 2020 และในปี 2022 เพิ่มขึ้นอีก 8% เป็น 6,021 คัน ซึ่งทะลุหลักหกพันเป็นครั้งแรก ทำลายสถิติที่เคยทำมาในปีก่อน ทำให้มีรายได้อยู่ที่ 3 พันล้านยูโร หรือราว 108,089 ล้านบาท

ขณะที่เบนท์ลีย์มียอดจำหน่ายในปี 2021 อยู่ที่ 14,659 คัน เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน รายได้ 2,845 ล้านยูโร ราว 102,575 ล้านบาท เเละขยับมาเป็น 15,174 คันในปี 2022 เป็นสถิติใหม่ของเเบรนด์เช่นกัน

.

อ้างอิง: rollsroycepasadena, rolls-royce, bangkoksupercar, jamesedition, foxbusiness, artralux, chobrod, thetimes, businessinsider, statista

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน