รพ.บํารุงราษฎร์ สรุปผลงานปีที่แล้ว พร้อมเผยแผนดำเนินงาน ปี 2566 ยึดหลัก 4C1W มุ่งสู่เสาหลักด้านความเป็นเลิศ 4 ประการ เชื่อเดินหน้าเสริมแกร่งตลาด Medical & Wellness Tourism ในไทย ผ่านการทำงานของ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รับเปิดประเทศ-ท่องเที่ยวฟื้น

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ เผยว่า ปี 2565 ที่ผ่านมา โรงพยาบาล มีผลงานที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต และการดูแลโรคซับซ้อน 

อาทิ การเปิด แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง (Neurocritical Care Unit: NCCU), ศูนย์เฉพาะทางด้านการทํางานระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Motility Center), ศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตา (Cornea Transplant Center), คลินิกคุณภาพการนอนหลับ (Comprehensive Sleep Clinic)

ทั้ง การพัฒนาคุณภาพของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อให้บริการด้านจีโนมิกส์ ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) ที่ช่วยในการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อทํานายโรค, การเปิดตัว Radiology Al นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์และระบุตําแหน่งภาวะความผิดปกติของปอดและ มะเร็งเต้านมระยะแรกเริ่มได้อย่างแม่นยํา

มีการพัฒนา Bumrungrad Application ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเพิ่มฟีเจอร์ Bumrungrad FastTrack Pay เพื่อความสะดวกในการชําระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น โดยไม่จําเป็นต้องรอชําระเงินหน้าเคาน์เตอร์ เป็นต้น

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2566 โรงพยาบาลยังคงยึดหลัก 4C1W ประกอบด้วย 1.Critical Care การรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต, 2.Complicated Care การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนหลายโรคหรือโรคหายาก, 3.Cutting-edge technology การให้ความสําคัญและประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี, 4.Collaboration of expertise and partners การทํางานที่สอดประสานกันและการแสวงพันธมิตรที่เข้มแข็ง และ 1.W = Wellness การแพทย์เชิงป้องกัน

โดยมีเสาหลักด้านความเป็นเลิศ 4 ประการ ได้แก่ 1.ความเป็นเลิศด้านบุคลากร (People Excellence) โรงพยาบาลมีสถาบันทางวิชาการที่ส่งเสริมด้านการศึกษา และฝึกอบรม เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ โรงพยาบาลเป็น สถาบันวิชาการทางการแพทย์ภาคเอกชน หรือ Academic Private Hospital อย่างเต็มรูปแบบ 

ทั้งยังสนับสนุนให้แพทย์ และบุคลากร ได้มีโอกาสทํางานวิจัยตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการ ทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ ซึ่งนับเป็นการถ่ายทอดความรู้ขององค์กร ไปสู่สาธารณชนอีกด้วย

ล่าสุด โรงพยาบาล ได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรไทย Thailand Best Employer Brand Award 2023 ได้แก่ รางวัลองค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมของไทย และ รางวัลองค์กรยอดเยี่ยมด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อฝึกอบรมและเรียนรู้ 

รวมถึงได้รับการยกย่องจาก Hospital Management Excellence Award 2022 ให้เป็นผู้ชนะเลิศในหมวดความหลากหลาย (Diversity) ในฐานะองค์กรด้านสาธารณสุขที่มีบทบาทโดดเด่น ในการเคารพความแตกต่างหลากหลาย

2.ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Clinical Excellence) นับตั้งแต่ก่อตั้ง และก้าวเข้าสู่ปีที่ 43 โรงพยาบาลให้ความสําคัญในการพัฒนา และยกระดับศูนย์รักษาโรคมาโดยตลอด ซึ่งในปีนี้ โรงพยาบาลมีการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) 

ได้แก่ สถาบันหัวใจ, ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน, ศูนย์โรคระบบประสาท, ศูนย์ทางเดินอาหารและตับและลําไส้ และศูนย์จักษุ ซึ่ง 5 ศูนย์ความเป็นเลิศนี้ เปรียบเสมือนเรือธงในการขับเคลื่อนการรักษาพยาบาลในปี 2566 

ขณะที่ศูนย์การรักษาอื่น ๆ ยังคงให้บริการด้วยคุณภาพมาตรฐาน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานของโรงพยาบาลทุกประการ 

3.ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและความปลอดภัย (Quality and Safety Excellence) ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรค โรงพยาบาลแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ ยังมีการให้องค์กรอิสระภายนอก เข้ามาตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล (JCI), มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ “ขั้นก้าวหน้า” (A-HA), การรับรองจาก Global Healthcare Accreditation (GHA) ในระดับความเป็นเลิศมาตรฐานสากลในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

ความเป็นเลิศในมาตรฐานด้านการปฏิบัติงานด้านพยาธิวิทยาและเวชศาสตร์ชันสูตรของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์จากวิทยาลัยพยาธิแพทย์ อเมริกัน (CAP) ซึ่งคุณภาพและความปลอดภัย นับเป็นตัวชี้วัดที่สําคัญของคุณภาพของสถานพยาบาล

4.ความเป็นเลิศในการส่งเสริมประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience Excellence) โรงพยาบาล มีแผนการดําเนินงานอย่างชัดเจน ในการให้บริการด้วยความเป็นเลิศต่อผู้ป่วย มีการปรับปรุงวิถีแห่งบํารุงราษฎร์ (Bumrungrad Way) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของบุคลากร ในการบริการผู้ป่วยที่เป็นแบบฉบับของบํารุงราษฎร์เอง ให้สอดรับตามยุคสมัย แต่ยังคงแนวปฏิบัติที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาล  

ด้าน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ สถาบันเวชศาสตร์เชิงป้องกันเป็นแห่งแรกในเอเชียของโรงพยาบาล ที่เอื้อให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจ (Growth) เพื่อจะบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นจุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพ และสุขภาวะที่น่าเชื่อถือ

ปัจจุบัน มีการเติบโตอย่างมาก และสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2565 รวมถึงบริการ RAKxa ศูนย์บูรณาการสุขภาพ และการแพทย์แบบองค์รวม ที่บางกระเจ้า และพันธมิตรอื่น ๆ 

จะเป็นอีกบทพิสูจน์ของโรงพยาบาล ที่เสริมศักยภาพการเป็นจุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพ และสุขภาวะที่น่าเชื่อถือที่สุด และยังเป็นการเสริมจุดแข็งด้านการแพทย์ของไทย 

สู่เป้าหมายของการเป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ การแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) สร้างชื่อเสียงความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจการแพทย์ และสุขภาพ ทั้งสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบให้กับประเทศไทย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน