เกือบ 1 ปีมาแล้วที่เวนิส เมืองท่องเที่ยวทางน้ำขึ้นชื่อของอิตาลีได้เดินหน้าแคมเปญ Venywhere โน้มน้าวคนทำงานยุคใหม่ให้มาพักอยู่ 3 เดือนขึ้นไป โดยจุดประสงค์หลักก็เพื่อลองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ นอกเหนือไปจากการท่องเที่ยว

ในยุคที่สังคมการทำงานเปลี่ยนไป สามารถทำงานได้จากทุกที่ (Work from Anywhere) หลังอุปกรณ์กับ Gadget ใกล้ตัวต่าง ๆ เอื้ออำนวย โดยมีสถานการณ์โควิดตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเป็นตัวเร่ง จนทำให้อาคารสำนักงานลดความจำเป็นลงไป และหันมาวัดกันที่เนื้องานมากขึ้น

เทรนด์ Work from Anywhere นี้ เปิดทางให้สามารถทำงานควบเที่ยวได้ โดยกลุ่มที่ดูจะได้อานิสงส์จากเทรนด์นี้มากสุดคือกลุ่มทำงานด้านดิจิทัลและออนไลน์ต่าง ๆ ที่ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยหรือท่องเที่ยวไปด้วย (Digital nomad)

เพราะแค่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกับ Smartphone ก็สามารถทำงานได้แล้ว ไม่ว่าอยู่ทีไหนก็ตาม

และ Digital nomad นี่เองก็เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแคมเปญ Venywhere โดยแม้ผู้มาเข้าร่วมยังอยู่ที่เพียงหลักร้อย แต่กระแสตอบรับก็ค่อนข้างดี และในจำนวนนี้ยังมีพนักงานของ Cisco ค่ายโทรคมนาคมสัญชาติอเมริกันรวมอยู่ด้วย

ทาง The Guardian ระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ซึ่งมีทั้งนักการตลาดออนไลน์ชาวฝรั่งเศส อาจารย์ด้านสถาปัตย์ชาวอเมริกัน และ วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวเยอรมัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะไม่ต้องฝ่าการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่

ได้ทำงานควบเที่ยวสมใจ ติดใจเวนิส ทั้งสถาปัตยกรรมและความเป็นมิตรของชาวเมือง จนบางคนในจำนวนนี้วางแผนอยู่ต่อในระยะยาวแล้ว  

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการนี้สามารถสมัครผ่านเข้ามาทางออนไลน์ โดยถ้าคุณสมบัติผ่านและพร้อมอยู่ที่เวนิส อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป มหาวิทยาลัยของเวนิสและกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ดูแลแคมเปญอยู่ก็จะเป็นธุระจัดการเรื่องวีซ่า

จัดหาที่พัก และจัดโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมเวนิสให้ทั้งหมด

นอกจากเพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เมืองเสริมจากการท่องเที่ยว ซึ่งเพิ่งมีการบริหารจัดการใหม่ด้วยการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน เพื่อลดปัญหานักท่องเที่ยวมามากเกินไปจนเมืองช้ำ (Overtourism) แล้วแคมเปญ Venywhere ยังเป็นการลดช่องว่างด้านประชากร

โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 25-35 ปี ที่ย้ายออกจากเมืองไปเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้อีกด้วย  

อย่างไรก็ตาม Venywhere ยังมีข้อจำกัดและจุดที่ต้องแก้ไข โดยผู้ที่สนใจต้องสามารถพูดภาษาอิตาลีได้ และมีฐานะพอสมควร เพราะราคาที่พักในเมืองยังแพงอยู่

นอกจากนี้ ยังต้องมีการลงทุนสร้าง Co-working space ในเวนิสเพิ่ม เพื่อไม่ให้เหล่า Digital nomad อันเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแคมเปญนี้ไปกระจุกตัวอยู่ตามร้านกาแฟ จนไปกระทบต่อรายได้จากการขายให้นักท่องเที่ยวที่กำลังกลับเข้ามาในเวนิสนั่นเอง/theguardian  



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน