เหตุเที่ยวบิน QZ8501 ของ Air Asia ตกกลางทะเลชวาระหว่างเดินทางจากอินโดนีเซียไปสิงคโปร์เมื่อ 28 ธันวาคม ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 162 คนบนเครื่อง ทำให้สายการบินแห่งนี้เหมือนนกปีกหัก โดยบุคคลสำคัญที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์คือ Tony Fernandes ประธานฝ่ายบริหาร (CEO) ของสายการบิน ซึ่งกล้าออกมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง

พร้อมสั่งให้เร่งจัดหาที่พักแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตระหว่างรอความคืบหน้า เปลี่ยนสีหลักของเว็บไซต์สายการบินจากแดงเป็นเทาเพื่อไว้ทุกข์ และทวิตข้อความปลุกปลอบพนักงานที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อท่ามกลางวิกฤติ ทำให้ “เขาไม่ต่างจากลมใต้ปีกพยุงนกเจ็บปางตายให้สามารถบินต่อไปได้”  

Tony Fernandes เกิดเมื่อ 30 เมษายน 1964 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในครอบครัวชาวอินเดียเชื้อสายโปรตุเกส อันเป็นที่มาของชื่อภาษาลาตินต่างจากชาวมาเลย์ทั่วไป ทำความรู้จักแวดวงธุรกิจครั้งแรกผ่านการตามแม่ไปขายผลิตภัณฑ์ของ Tupperware ศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาในบ้านเกิด จากนั้นข้ามน้ำข้ามทะเลไปอังกฤษเพื่อเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาและปริญญาตรีด้านการบัญชีที่ Epsom College โรงเรียนประจำเก่าแก่ อายุ 160 ปี และใน London School of Economics ตามลำดับ

ปี 1987 Fernandes เริ่มงานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับสายการบิน Virgin Atlantic ของ Sir Richard Branson อีก 2 ปีถัดมาย้ายไปเป็นนักบริหารการเงิน (Financial Controller) ให้ Virgin Records ค่ายเพลงในเครือ Virgin Group ตลอดยุค 90 มีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปี 1992 เป็นกรรมการผู้จัดการ (MD) ของ Warner Music มาเลเซียปี 1996 เลื่อนเป็น MD ของ Warner Music เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขึ้นเป็นตำแหน่งรองประธานองค์กรเดียวกันในปี1999

วิกฤติอุตสาหกรรมดนตรีจากกระแส Download เพลงผลิตกฎหมายและภาวะซบเซาของอุตสาหกรรมการบินจากเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ปี 2001 จุดประกายให้อดีตนักบัญชีผู้มี Branson เป็นต้นแบบ ตัดสินใจกระโจนสู่กิจการสายการบินต้นทุนต่ำด้วยวัย 37 ปีแบบเทหมดหน้าตัก ใช้เงินเก็บของครอบครัวและเงินที่ได้จากจำนองบ้านมาซื้อกิจการของ Air Asia ของรัฐบาล ซึ่งขณะนั้นมีหนี้ท่วมมาบริหารต่อ โดยช่วงเริ่มต้นมีเครื่องบินให้บริการเพียง 2 ลำเท่านั้น

Tony Fernandes

ชุบชีวิต Air Asia

ด้วยประสบการณ์ ความมุ่งมั่น และการบริหารงานแบบเดินวนไปตามโต๊ะพนักงานทุกโต๊ะ (Walk Around) เพื่อสอบถามความคืบหน้าของงาน ทำให้ CEO วัย 50 ปี ผู้เกลียดการนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ชุบชีวิต Air Asia ให้กลายเป็นสายการบินต้นทุนต่ำชื่อดังของเอเชียที่ทำกำไรได้อย่างเนื่อง ขยายเส้นทางการบินเพิ่มเป็น 100 แห่งใน 22 ประเทศ และจำนวนพนักงานเพิ่มเป็น 10,000 คน โดยปี 2014 มีตัวเลขผลประกอบการมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 32,000 ล้านบาท) จน Skytrax บริษัทที่ปรึกษาทางการบินชื่อดังของอังกฤษยกให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำดีที่สุดในโลกมาแล้ว 6 ปีซ้อน

เพื่อต่อยอดความมั่งคั่งมหาเศรษฐีเจ้าของมูลค่าทรัพย์สิน 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 20,800 ล้านบาท) จึงมีกิจการให้บริการอีกมากมาย

ไม่จะเป็น Tune Hotel เครือโรงแรมราคาประหยัดภายใต้แนวคิดลดสิ่งฟุ่มเฟือย (No Frill) Caterham ทีมแข่งรถ F1 (ปัจจุบันขายให้กลุ่มทุนสวิสและตะวันออกกลางไปแล้ว)

และทีมฟุตบอล Queens Park ‘s Rangers โดยจากสถานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเขาทำให้ได้รับบทบาทเป็นพิธีกรในเกมโชว์ The Apparentice Asia เมื่อปี 2013 อีกด้วยสำหรับเป้าหมายต่อไปเจ้าตัวเปรยว่าอยากผลักดันให้ Air Asia กลายเป็นแบรนด์ดังครองใจคนทั่วโลกได้เหมือน Coca-Cola

ส่วนการรับมือกับเหตุเครื่องบินตกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 14 ปี ของสายการบิน Air Asia ที่เน้นเรื่องความรวดเร็วและไม่ลืมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยที่ Fernandes เป็นคนออกหน้าเองนั้น Caroline Sapriel MD ของ CS&A บริษัทที่ปรึกษาการจัดการภาวะวิกฤติชื่นชมว่า… 

“เป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและน่าเชื่อถือ ใช้ช่องทางการสื่อสารทั้งหมดที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ขณะที่สมาชิกครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งยอมรับว่าประทับใจกับมาตรการช่วยเหลือและไม่กลัวที่หากต้องใช้บริการ Air Asia ในครั้งต่อไป

เรื่อง: ศิวโรจน์ สายแวว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer