เมื่อ 20 ปีก่อน ถ้า ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ไม่กล้าคิดการใหญ่ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ตกต่ำที่สุดจนต้องเข้า IMF  ตัดสินใจทุบทิ้งโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่อยู่คู่ใจกลางกรุงเทพฯ มานานถึง 37 ปี เพื่อสร้างศูนย์การค้าสยามพารากอน

วันนี้ โครงการศูนย์การค้าในระดับ World-class Global Destination ที่รู้จักกันทั่วโลกในเมืองไทย และเป็นสถานที่หนึ่งเดียวในเอเชียที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดจนขึ้นแท่นลำดับ 6 บน Global facebook  ก็คงไม่เกิดขึ้น

โอกาสทองของการมีที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางเมืองอย่างเดียวไม่พอ  แต่ผู้บริหารต้องมีความสามารถในการ “บริหารโอกาส” ให้เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ด้วย และที่สำคัญไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิตให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากแตกต่างแล้วสยามพารากอนยัง “Speed”  

ปลายปี 2565 โควิด-19 ยังไม่ทันจางหาย สยามพารากอน เดินหน้าทรานส์ฟอร์มโครงการ บนพื้นที่ 5 แสนตารางเมตรในงบประมาณลงทุน 3,000 ล้านบาท

เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของโลกอีกครั้ง

17 ปี ทำไมศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจึงอยู่ที่เมืองไทย

และภาพใหม่ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในอนาคตจะเป็นอย่างไร

สยามพารากอนเปิดตัวอวดโฉมต่อสายตาชาวไทยและชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2548 และได้เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ  รวมทั้งการถูก disrupt จาก digital evolution และล่าสุดคือวิกฤตโควิด-19 แต่ก็สามารถผ่านทุกวิกฤตมาได้ และเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนด้วยตัวเลขที่ผู้บริหารออกมาระบุว่า

“ปี 2565 สามารถสร้างรายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ เติบโตมากกว่า 50% จากปี 2564 และสูงกว่าปี 2562 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มีจำนวนมากเทียบเท่าก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิค-19”

สยามพารากอนทำได้อย่างไร?

Key Strength ของสยามพิวรรธน์คือ Adaptability

จากจุดขายที่มีแบรนด์ชั้นนำทั้งระดับโลกและในเมืองไทยพาเหรดมาเปิดสาขา Flagship Store ที่ศูนย์การค้าแห่งนี้คือจุดแข็งสำคัญในช่วงแรก  

แต่การปรับตัวในเรื่องต่าง ๆ และตัดสินใจลงมือทำอย่างรวดเร็วด้วยการสร้างกลยุทธ์ที่จะก้าวข้ามทุกการเปลี่ยนแปลงของโลก  คือการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นในเรื่องการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ และประสบการณ์ระดับโลก ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เมื่อหลายปีก่อนเริ่มมีคำถามว่า “ออนไลน์มาแรง ศูนย์การค้าจะทำอย่างไร” กลยุทธ์หนึ่งที่สยามพารากอน เตรียมรับกับ Digital Disruption คือประกาศว่า “เราไม่ขายสินค้า เราไม่ใช่ศูนย์การค้า แต่เราเป็นสถานที่ที่นำเสนอประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมาย” เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าเห็นความต่างของออนไลน์และออฟไลน์ และทำให้เห็นภาพของศูนย์การค้าที่ชัดเจนมากขึ้น

การใช้กลยุทธ์ Emotional Marketing เลยเกิดขึ้น  อีกทั้งได้เริ่มทำ Digital Transformation ภายในบริษัทต่อเนื่องมา และสร้าง Data Bank พร้อม ๆ กับการเร่งทำ Digital Transformation ข้อมูลทั้งหมดสำเร็จในต้นปี 2022

เมื่อเกิดวิกฤตโควิดจึงพร้อมที่จะรับมือและสร้าง Digital Platform เพื่อบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเปิดตัว “ONESIAM SuperApp” Application ให้บริการครบวงจรได้ภายในเวลาเพียง 13 เดือน ในขณะที่จุดแข็งเดิมเรื่องลักซ์ชูรี่แบรนด์ก็ยังอยู่ มีแบรนด์ดัง ๆ ทยอยเปิดพื้นที่เป็น “Pop-up Store” เพื่อขายลิมิเต็ดคอลเลกชันพิเศษเป็นครั้งแรกในเอเชียอยู่อย่างต่อเนื่อง 

ในช่วงวิกฤตโควิด สินค้ากลุ่มลักซ์ชูรี่แบรนด์ก็ยังสามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่สูงตลอด ระยะเวลา 3 ปี การประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นทุกสถานการณ์เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่การพลิกเกมธุรกิจให้ก้าวไปสู่อนาคตได้เป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งกว่า

เมื่อเกิดวิกฤต ต้องมีการลงทุน

ใครไม่กล้า สยามพารากอนกล้า  

เมื่อเกิดวิกฤต ต้องมีการลงทุน เป็นปรัชญาการดำเนินธุรกิจ (Philosophy) ของบริษัทสยามพิวรรธน์ที่วางไว้ ปรัชญานี้ถูกตอกย้ำด้วยภาพการลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ หลังการเกิดวิกฤตอยู่หลายครั้ง

ล่าสุด ในปี 2564 ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เศรษฐกิจยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา แต่สยามพารากอนได้เริ่มดำเนินการปรับโฉม ‘พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์’ ไปแล้วหลายชั้นซึ่งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2566 นี้ 

และยังประกาศทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่ส่วนศูนย์การค้าทั้งหมด โดยได้เริ่มต้นดำเนินการแล้วเป็นส่วน ๆ ตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นมา จะใช้เวลาภายใน 18 เดือนจากนี้ไป และมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2567

การเดินหน้าทรานส์ฟอร์มโครงการแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางมหานครครั้งนี้ หวังตอกย้ำภาพลักษณ์สยามพารากอนในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลก (Global Landmark Destination) ที่มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง 

ถอดรหัสเกมเปลี่ยนโลก The Next Level Evolution

กลยุทธ์สำคัญที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ ประกอบด้วยส่วนสำคัญต่าง ๆ คือ

1. จักรวาลใหม่แห่งการใช้ชีวิตสุดล้ำ (Universe of World’s Excellence)

สยามพารากอนพลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘การร่วมกัน รังสรรค์’ หรือ Co-creation & Collaboration กับพันธมิตรผู้มีวิสัยทัศน์เป็นเลิศในทุกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างมหาปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 21   

2. ประตูสู่ดินแดนใหม่ที่โลกดิจิทัลบรรจบกับโลกจริง (Gateway to Next Frontier Where Digital World Meets Physical World)

สยามพารากอนจะเป็น Co-Creative แพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก (New Global Prototype) ในการผสานเชื่อมโยงโลกศูนย์การค้าที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างที่จับต้องได้ เข้ากับจินตนาการของโลกดิจิทัล และโลกเสมือนจริงได้อย่างกลมกลืนและไร้รอยต่อ เพื่อนำเสนอรูปแบบการชีวิตในโลกอนาคตแบบเหนือความคาดหมายและมอบประสบการณ์ทางกายภาพที่สอดประสานกับโลกเสมือนจริงที่มีความมหัศจรรย์น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแม็กเน็ตสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมเยือน

3. มิติใหม่แห่งความลักซ์ชูรี่ (Celebration of Inclusive Luxury)

การพลิกโฉมประวัติศาสตร์ในครั้งนี้สยามพารากอนจะรังสรรค์นิยามใหม่ของความลักซ์ซูรี่ในทุกมิติของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต (Luxury for All) สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทุกอายุ ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในด้านแฟชั่น  ไลฟ์สไตล์ การรับประทานอาหาร การเดินทางท่องเที่ยว เทคโนโลยี การเงิน และประสบการณ์เฉพาะตัวอย่างอื่น ๆ ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกในโลกที่ทุกคนสามารถสัมผัสและเข้าถึงความลักซ์ซูรี่ได้ในหลากหลายมิติของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและสามารถเป็นการให้รางวัลชีวิตได้ในสถานที่แห่งนี้ 

4. ผู้นำแห่งการสร้างสรรค์ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณภาพ (Pioneering Quality Life Experience)

ร่วมสร้างสรรค์กับพันธมิตรออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จะผสานเอาศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้ามาอยู่ในโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทาง เพื่อทำให้โลกใบนี้สะอาด จัดระบบในเรื่องการใช้พลังงานโดยการใช้นวัตกรรมต้นแบบในเรื่องต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตสู่ความยั่งยืน ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีและวิถีชีวิตให้กับชุมชนและโลกในรูปแบบเหนือจินตนาการ สามารถใช้เวลาอยู่ในสยามพารากอนได้เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติ และการควบคุมอุณหภูมิและอากาศที่มีสุขอนามัย รวมทั้งการบริหารก๊าซเรือนกระจกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย 

5. คอมมูนิตี้ที่สมบูรณ์แบบของพลเมืองโลก (The Paragon Community of Global Citizens)

การยกระดับอีกมิติของการนำเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมายทั้งในศูนย์การค้าและในโลกดิจิทัล จะเพิ่มศักยภาพให้สยามพารากอนขยายฐานลูกค้าสู่ Global Citizen ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเป็นการเติบโตด้วยความมั่นคง อย่างยั่งยืน โดยการสร้างพื้นที่ใหม่ ๆ เป็น Cluster ที่มีสินค้า บริการ และกิจกรรมที่ตรงใจของคอมมูนิตี้ต่าง ๆ โดยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างคอมมูนิตี้นั้น ๆ ให้สามารถแบ่งปันความคิด ความสนใจ หรือทำกิจกรรมและสร้างงานร่วมกันค้นพบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันได้จากทุกที่บนโลกใบนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

วันนี้ สยามพารากอนกำลังเร่ง Speed เดินหน้าทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญที่เต็มไปด้วยการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งน่าตื่นเต้นมากมาย

แต่ผู้บริหารยังคงยืนยันว่าจะดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการดูแลและการต้อนรับที่อบอุ่นเสมือนบ้านหลังที่สองของลูกค้าของเรา อันเป็นหลักสำคัญที่ทำให้สยามพารากอนเป็นที่หนึ่งในใจของผู้คนทั่วโลก

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้สร้างกลยุทธ์ที่คาดหวังว่าจะก้าวข้ามทุกความสำเร็จที่เคยทำได้ในอดีตไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่า และพร้อมจะรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

งานนี้นักช้อปทั่วโลก คงต้องนับวันรอ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน