ว่ากันว่า Potato Corner คือของเล่นคนรวยชิ้นใหม่ของ พีช พชร ?

ด้วยความที่มีอาชีพหลักเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนายแบบ รวมถึงชื่อของเขาที่พ่วงท้ายด้วยนามสกุล ‘จิราธิวัฒน์’ ทำให้หลายคนมองว่าธุรกิจเฟรนช์ฟรายส์ภายใต้แบรนด์ Potato Corner คือ The Rich Man Toy หรือของเล่นคนรวยชิ้นใหม่ของพีช พชร

แต่หลังจากการที่ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับมุมมองของการทำธุรกิจ บอกเลยว่าเส้นทางการเป็นเจ้าของแบรนด์ของพชร นั้นไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เขาได้รับบทบาทเป็นต๊อบในหนังเรื่องวัยรุ่นพันล้านสักเท่าไหร่

ไม่ว่าจะเป็นการทดลองเป็นพนักงานทอดเฟรนช์ฟรายส์ด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้งาน

นั่งถ่ายแพ็กช็อตเองกับมือ

หรือแม้กระทั่งกู้เงินจากแบงค์ ที่ต้องไปยื่นกู้ 3-4 รอบกว่าจะได้เงินมาทำธุรกิจได้

ทั้ง ๆ ใครก็รู้ดีว่าธุรกิจสเกลระดับนี้ มีหรือที่พชรจะไม่มีเงินทุนเป็นของตัวเอง

แล้วที่มาที่ไปของการขายเฟรนช์ฟรายส์ ของกินเล่นที่มีขายอยู่เกลื่อนประเทศนี้คืออะไร?

มุมมองการทำธุรกิจของเขาที่แทบจะไม่มีใครเคยรู้นั้นจะเป็นแบบไหน?

ทำไมถึงต้องไปยื่นกู้แบงค์ให้ลำบาก?

ด้านล่างนี้ คือคำตอบ

Potato Corner

จุดเริ่มต้นของการเลือกขายเพิ่มมูลค่าให้โปรดักท์ธรรมดาอย่างเฟรนช์ฟรายส์

พชรสลัดคราบความเป็นดารา แล้วสวมหมวกในบทบาทของเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อเริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบกินแต่ทุนเดิม จึงเลือกทำธุรกิจในสิ่งที่ตัวเองชอบ

แต่ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขายเฟรนช์ฟรายส์ มีคำถามหลายอย่างเข้ามาในหัว ว่าสิ่งเขาอยากจะทำมันจะเวิร์คหรือไม่

“คือเมื่อสองปีก่อนเทรนด์เฮลตี้มันมาแรงมาก ๆ ในไทย ผมเลยคิดอยู่นานว่าการขายเฟรนช์ฟรายส์นี่จะไปได้ไหม แต่สุดท้ายก็นึกขึ้นได้ว่ายังไงคนไทยก็ชอบกินขนม ชอบกินจุบกินจิบอยู่ดี และผมก็ไปเจอกับ Fact บางอย่างว่าที่จริงแล้วเมนูที่ขายดีที่สุดในร้านฟาสต์ฟู๊ด นั้นไม่ใช่แฮมเบอร์เกอร์หรือนัตเก็ต แต่กลับเป็นเฟรนช์ฟรายส์

ที่สำคัญ Potato Corner คือแบรนด์ที่มีมานานกว่า 25 ปีแล้ว และมันก็ Success ในหลายประเทศทั่วโลก ตรงนี้มันเป็นข้อพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งแล้วว่ามันเวิร์ค

แล้วด้วยความ Simple ของเฟรนช์ฟรายส์ที่หลายคนรู้จักดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร ทำให้ผมไม่ต้องไปเสียเวลา Educated ตลาด เพราะการทำธุรกิจที่ต้อง Educated ผู้บริโภคเพื่อบอกว่าสินค้าของเรามันคืออะไรนั้นเป็นสิ่งที่เสียเวลามาก และไม่รู้ด้วยว่ามันจะออกเวิร์คจริงไหม”

Potato Corner

เริ่มตั้งแต่ไปเป็นพนักงานขายด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้งาน

หลังจากตัดสินใจได้ว่าจะนำ Potato Cornerเข้ามาขายในไทย พชรก็บินไปที่ประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์อย่างฟิลิปปินส์เพื่อเรียนรู้ระบบงานด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่เป็นพนักงานหน้าร้าน ไปจนถึงการศึกษาระบบ Operation ของธุรกิจอย่างละเอียด

เพราะเขามองว่าธุรกิจร้านอาหารในไทยที่ไปไม่รอด ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเหตุผลในเรื่องของ Operation หรือระบบการจัดการที่มักจะคุม Cost ต่าง ๆ ไว้ไม่ได้เหมือนในตอนที่เริ่มต้นทำธุรกิจ

มีไอเดียในการเริ่มทำธุรกิจแปลกใหม่, มี Passion ในการขับเคลื่อนให้อยากจะลุกขึ้นมาทำงานต่อไปได้

แต่ถ้าไม่มี Operation ที่ดีก็ไม่ต่างอะไรจากการ ‘ไปตายเอาดาบหน้า’

เลือกโฟกัสไปที่โปรดักท์ก่อน แล้วค่อยทำ Marketing

น่าแปลกที่คนรุ่นใหม่ ที่เป็น Influencer ในโลกออนไลน์อย่างพชร กลับไม่ค่อยทำ Online Marketing กับธุรกิจของเขามากเท่าที่ควร จะมีก็เพียงแต่การโพสต์ภาพใน Instagram ไม่กี่ครั้งต่อเดือนเท่านั้น

ในเรื่องนี้พชรให้เหตุผลกับเราว่า “ผมยังไม่ค่อยอยากทำ Marketing มาก เพราะสาขาของเรายังไม่ได้มีเยอะ ทำ Marketing ไปในตอนนี้ มันก็ไม่ประโยชน์เท่าไหร่

ส่วนใหญ่การทำตลาดของผมจะใช้แบบ Product Oriented ที่ให้ความสำคัญกับตัวสินค้า ถึงจะเป็นเรื่องเดียว แต่มันเป็นเรื่องใหญ่นะ คือจะจัดการกับเฟรนช์ฟรายส์ที่มีอายุอย่างมากแค่ 15 นาทีก็เหี่ยวยังไง และคำตอบก็คือ “ต้องทอดใหม่ทุกถ้วย”

อีกอย่างคือ 70% ของลูกค้าของเรา คือลูกค้าประจำที่มาซื้อมากกว่า 1 ครั้ง ผมก็เลยอยากทำให้ทุก ๆ ครั้งมันออกมาอร่อย คงคุณภาพ”

เพราะถ้าไม่อร่อยก็คงไม่มีใครอยากมาซื้อซ้ำอีกหรอก จริงไหม?

Potato Corner

3 สาขาแรก ใน 3 Location ที่มี Position ต่างกัน

หลังจาก 1 ปีที่ Brainstorm และบินไปเรียนรู้งานที่ประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ พชรก็ตัดสินใจเปิด Potato Corner สาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ และ 3 เดือนต่อมาก็เปิดเพิ่มอีกสองสาขาที่เมกา บางนา และเซ็นทรัลลาดพร้าว

ซึ่งแต่ละสาขาก็อยู่ไกลกันคนละโยด แต่ก็เพราะ ‘ความไกล’ นี่แหละ ที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกทั้ง 3 ที่เป็นที่ตั้งของร้าน

“เซ็นทรัลเวิลด์, เมกา บางนา และเซ็นทรัลลาดพร้าว คือ 3 Location ที่มี Position ต่างกัน และด้วยความต่างของแต่ละห้าง ก็ทำให้ผู้คนที่เข้ามาเดินแตกต่างกันไปด้วย เราก็เลยเลือก 3 ที่นี้เพื่อจะเช็คว่า Target แต่ละกลุ่มของเรานั้นเป็นยังไง”

และ Feedback ที่ดีจากทั้ง 3 โลเคชั่น ก็ทำให้พชรต่อยอดสู่สาขาที่ 4,5,6,…. จนกลายมาเป็น 16 สาขาภายในปีกว่า ๆ , เตรียมจะขยายเป็น 20 สาขาในธันวาคมปี 60′

และตั้งเป้าไว้ว่าจะกลายเป็น 50 สาขาทั่วประเทศภายในสิ้นหน้า

ทำเลคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ Potato Corner

ต่อยอดจากเรื่องของสาขา จะเห็นได้ว่าทุกโลเคชั่นที่ Potato Corner ไปเลือกอยู่คือบริเวณซุปเปอร์มาเก็ตของห้างสรรพสินค้า ที่มักจะมีคนเดินไปมา ด้วยเหตุผลที่พชรอธิบายให้เราฟังว่า

“เราไม่ใช่ของกินที่คนจงใจเดินทางมาซื้อ แต่เราคือของกินที่คนจะซื้อเวลาเดินผ่าน ดังนั้นทำเลของหน้าร้านเลยต้องเลือกที่ ๆ มีทราฟฟิคของคนมาก มีคนเดินผ่านไปมา นี่เป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจเลือกแต่ละโลเคชั่นเลย”

Potato Corner

กู้แบงค์ทำไม ในเมื่อธุรกิจสเกลนี้ไม่ใหญ่เกินกำลังของพชรอยู่แล้ว

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจ ว่า Potato Corner คือธุรกิจที่พชรกู้เงินธนาคารมาทำทุน แถมยังต้องยื่นกู้และต้องทำ Presentation ไปเสนอธนาคาร 3-4 ครั้งกว่าจะผ่าน

ทั้ง ๆ ที่หลายคนก็รู้ดีว่าด้วยสเกลธุรกิจระดับนี้ ลำพังทุนทรัพย์ของเขาเองก็น่าจะเพียงพออยู่แล้ว

พชรจึงอธิบายให้เราฟังว่า

“จริง ๆ ก็มีหลายคนถามเหมือนกัน ว่าทำไมไม่ใช้เงินตัวเอง ผมก็ตอบไปนะ ว่าไม่อยากใช้อะ

อยากจะให้มันเป็นไปตาม way ของ business ที่ค่อย ๆ ลงทุนแล้วค่อย ๆ คืนทุน ไม่ใช่ว่าโยนเงินไปก้อนเดียวตู้ม! แล้วจบ ผมว่าแบบนั้นมันไม่ใช่เท่าไหร่”

Potato Corner

นี่คือ The Rich Man Toy ของทายาทตระกูลจิราธิวัฒน์อย่างคุณหรือเปล่า

หลังจากถามคำถามนี้แทนผู้อ่านหลายคนไป คำตอบแรกที่พชรพูดกลับมาก็คือ

“ผมว่าให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นดีกว่า ว่าผมจริงจังกับมันขนาดไหน! ”

พร้อมขยายความเพิ่มเติมของคำถามนี้ต่อไปว่า

“เอาจริง ๆ แล้วภาพของการเป็นเจ้าของธุรกิจ กับการเป็นเจ้าของธุรกิจจริง ๆ มันต่างกันมากนะ มันไม่ได้สบายอย่างที่หลายคนคิดเลย ผมจบบัญชีมาก็จริง แต่การทำธุรกิจมันไม่ดีมีแค่เรื่องของตัวเลข

เหมือนต้องมาเรียนรู้ใหม่ ทำอะไรใหม่เองทั้งหมด ตั้งแต่เป็นพนักงานหน้าร้าน ยันถ่ายแพ็กช็อต ทำกราฟิก หรือตอนแรกที่เริ่มทำคนยังไม่พอก็ต้องไปส่งของที่สาขาด้วยตัวเอง

เอาจริง ๆ ตอนที่เริ่มทำแล้วไปคุยกับทางนู้น(ต่างประเทศ) คือยังงงอยู่เลยว่าเขาพูดอะไรกันวะ

แต่สุดท้ายมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะ เราเจอปัญหา แต่ก็เรียนรู้จากปัญหาไปเรื่อย ๆ และตอนนี้สิ่งที่ผมมั่นใจที่สุดก็คือ Operation ของเรามันแข็งแรงมาก”

Potato Corner

จากบทสัมภาษณ์ทั้งหมด คงน่าจะเป็นคำตอบที่ดีของคำถามที่ว่า “Potato Corner คือของเล่นคนรวยชิ้นใหม่ของพีช พชร” หรือไม่ เพราะถ้าเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้จริงจังหรือใส่ใจ คำตอบที่ได้ออกมาก็คงจะเป็นอะไรที่ไม่ได้อินไซต์มากขนาดนี้

และไม่ใช่ความพยามหรือตั้งใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ Out Standing ออกมาจากตัวพชรในขณะที่พูดคุยกัน คือเขาเป็นคนที่ “มองขาด” รู้จักว่าธุรกิจของตัวเองคืออะไร รู้ว่าต้องทำยังไงกับมัน

ถึงใครจะบอกว่ายุคนี้ต้องทำ Online Marketing แต่พชรก็ไม่ได้โน้มเอียงไปตามกระแส และยังไม่ได้โฟกัสกับการทำ Marketing มากนัก เพราะรู้ว่าสาขายังไม่ได้เยอะจนคุ้มค่าในการลงเงินจำนวนมาก ๆ ไปกับการทำโฆษณา

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพชรรู้จักในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีขนาดไหน

และไม่แปลกใจที่เรามักจะเห็นภาพของหลาย ๆ คนไปยืนรอต่อคิวเพื่อซื้อ Potato Corner

‘เป็นการขายของกินเล่น ที่เราว่าพชรไม่ได้มาเล่น ๆ อย่างแน่นอน’


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer