AR VR หรือจะสู้ Voice Tech เทรนด์เปลี่ยนโลก

 

Voice Technology ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่กำลังจะกลายเป็นกระแสที่น่าจับตามองในปีหน้า

คุณเชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันคนทั่วโลกมาถึง 20% ใช้ Search ด้วยเสียง และ จะเพิ่มเป็น 50% ในปี 2020

Siri วันนี้กินไรดี / ตั้งปลุกให้หน่อย / โทรหาแม่ให้ด้วย / ไปออฟฟิศมาร์เก็ตเธียร์ไปยังไง Siri Siri Siri…อื่นๆ อีกมากมาย ที่เราเรียก Siri มาคุยยามเบื่อๆ หรือให้เป็นเลขาส่วนตัวอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แทนการใช้นิ้วจิ้มสั่งการเอง  หรือการสั่งให้มือถือซัมซุงถ่ายภาพด้วยคำว่า Capture เป็น  Voice Technology อย่างหนึ่งแต่คนไทยรู้จักและอาจเคยทดลองใช้ แต่ความจริงแล้ว Voice Technology เป็นอะไรได้มากกว่านั้น เพราะเพียงเท่านี้กระแสคงไม่เกิด

Voice Assistant ประตูเปิดสู่โลก Voice Technology

ในต่างประเทศ Voice Technology ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเลขาส่วนตัวที่รู้ใจไปทุกเรื่อง จากการเก็บข้อมูลที่เราพูดกับเลขาส่วนตัวดิจิทัลทุกๆ วัน

Voice Technology ที่ว่านี้เป็นซอฟต์แวร์ที่ฝังตัวอยู่ในดีไวซ์ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ยกตัวอย่าง Voice Technology ที่เป็น Voice Assistant ไม่ว่าจะเป็น Alexa จากค่าย Amazon Google Home ของ Google หรือมาในรูปแบบแพลตฟอร์มในสมาร์ทโฟนอย่าง Cortana ใน ระบบปฏิบัติการ Windows10 Google Assistant ของ Google และ Siri ที่คุ้นเคย จนใครหลายคนมองว่า Voice Technology ที่แปลงร่างอยู่ในรูปแบบต่างๆ คือเพื่อนสนิทคนสำคัญของเขา จนบางคนคิดที่จะแต่งงานกับหุ่นยนต์ที่ฝั่ง Voice Technology อยู่ในนั้นเลยทีเดียว

Ovum บริษัทที่ปรึกษาด้านวิจัยเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าในปี 2021 มีดีไวซ์ที่เป็น Voice Technology มากถึง 7,500 ล้านเครื่อง มากกว่าประชากรโลกเสียอีก

เมื่อ Voice Technology ได้กลายมาเป็น Technology ที่ เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน, กันตาร์ และ มายด์แชร์ เชื่อว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกในอนาคต จึงได้เกิดความร่วมมือในการสำรวจทัศนคติ พฤติกรรม ทัศนคติของ คน8 ประเทศ ได้แก่ อเมริกา เยอรมนี สเปน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ จีน และไทย ผ่านกลุ่มตัวอย่าง 6,780 คน เป็นคนในประเทศไทย 500 คน ในหัวข้องานวิจัยหัวข้อ Speak Easy พบว่า 47% ของผู้ถูกสำรวจเคยใช้ Voice Technology ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟน และประเทศไทยหละ

แม้คนไทยยังไม่ได้ใช้บริการ Voice Technology แบบ Full Option เหมือนประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา เยอรมนี ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น แต่พวกเขาก็มองเห็นว่า Voice Technology มีส่วนช่วยพวกเขาด้านความสะดวกสบาย

59% รู้สึกว่าสะดวกสบาย

53% รู้สึกว่าไม่ต้องพิมพ์

48% รู้สึกรวดเร็วกว่าการพิมพ์

28% รู้สึกว่าช่วยทำอะไรหลายๆ เรื่องพร้อมกันได้

41% รู้สึกว่าเป็นตัวช่วยระหว่างขับรถ

57% รู้สึกว่าตอบโจทย์ชีวิตมาก

21% รู้สึกว่าคือคำตอบของอนาคต

34% รู้สึกว่าสนุก

40% รู้สึกว่าเท่ คลู มีภาพลักษณ์เป็นบวก ซึ่งต่างจากออสเตรเลียที่มีเพียง 20% จีน 14% ญี่ปุ่น 7% ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้งาน Voice Technology ที่หลากหลายรูปแบบและมองที่ฟังก์ชันนอลในการใช้งานมากกว่าเป็นตัวช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้

แต่ความรู้สึกเหล่านั้นคนไทย 45% ก็อยากรู้ว่า Voice Technology มีการทำงานอย่างไร และ 40% ต้องการใช้ Voice Service เป็นประจำ 2-3 ครั้งต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าประเทศอื่น

และ Voice Technology อะไรที่คนไทนคิดว่าจะใช้งานหละ

Line Wave           73%

Alexa     63%

Google Assistant              48%

ซึ่งความสนใจนี้ขึ้นอยู่กับ Awareness ที่คนไทยรู้จัก

เมื่อถามลึกลงไป ถ้า Voice Technology อย่าง Line Wave Alexa Google Assistant และอื่นๆ ให้บริการให้ประเทศไทยคนไทยจะใช้ทำอะไรบ้าง

47% ถามคำถามสนุกๆ เป็นเพื่อนคุย

38% หาสูตรทำอาหาร

35% เปิดเพลง

28% เช็คโปรแกรมหนัง

28% ถามผลบอล

Voice Service บริการที่คุ้นเคย

ในวันนี้คนไทยยังไม่มี Google Home Alexa Line Wave แต่ก็มี Siri และบริการ Voice Service อื่นๆ อยู่ในสมาร์ทโฟน คำถามที่คุณอาจจะสงสัยคือ พวกเขาใช้ Voice Service ทำอะไร เพราะจีนนิยมใช้ Voice Service ในการค้นหาข้อมูลสภาพอากาศ ญี่ปุ่นใช้สำหรับโน้ตข้อความและเตือนความจำ สิงคโปร์ใช้สำหรับประเมินค่าแลกเปลี่ยนเงินตรา

รายงาน Speak Easy ให้คำตอบของคนไทยว่า

56% ใช้ค้นหาข้อมูลทางออนไลน์

46% สอบถามเส้นทาง

37% ถามคำถามต่างๆ

40% หาข้อมูลท่องเที่ยว ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ใช้ในเรื่องนี้เพียง 10% เท่านั้น

ส่วนใหญ่คนไทยและคนทั่วโลกนิยมใช่ Voice Service เมื่ออยู่คนเดียว เพราะมองว่าการคุยกับ Voice Service เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรับรู้ โดย 5 สถานที่หลักที่คนไทยนิยมใช้ Voice Service ได้แก่ บ้าน บนเตียงในห้องนอน  ดูทีวี ออกกำลังกาย และ ขณะขับรถ ซึ่งการใช้งานขณะขับรถได้กลายเป็นนสถานการณ์ยอดนิยมทีมีผู้ใช้งานมากถึง 41% ส่วน37% ขณะเร่งรีบ 36% ใช้เพื่อประหยัดเวลาและเพื่อความสนุกสนาน และ 33% ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกด

แต่อย่างไรก็ดี แม้ในวันนี้ Voice Technology ยังไม่เด่นชัดในประเทศไทยเท่าไรนัก แต่ก็คือโอกาสของนักการตลาดที่จะจับกระแสพร้อมปรับใช้ นำเสนอบริการต่างๆ ที่สร้างภาพลักษณ์และสร้างประสบการณ์การใช้บริการที่ดีกับลูกค้าได้ แต่ต้องมาให้ถูกที่ถูกเวลา อย่างเช่น ในวันนี้ ซิตี้แบงก์ ได้นำ Voice Technology มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือยืนยันตัวตนของลูกค้าแทนรหัสผ่าน  หรือรถยนต์ GM และฟอร์ดที่ให้บริการสั่งงานในรถด้วยเสียง เป็นต้น

 

ที่มา : Speak Easy รายงานโดย อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกันตาร์ อินไซต์ ประเทศไทย / ปรัชวัน เกตวัลห์ Director of Planning เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย และ หรรษา องศ์สิริพิทักษ์ SEA Director of Digital เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย