“ตลาดเบียร์” แสนล้านในบ้านเราเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี 59 ที่ผ่านมา พร้อมกับทางผู้ผลิตเองที่ต่างพาเหรดเดินเกมปรับกลยุทธ์ทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการรีดีไซน์ ปรับแพ็กเกจ ปรับราคา ปรับรสชาติ ควบรวมผลิตภัณฑ์ รวมถึงออกแคมเปญต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

เรียกได้ว่าทุ่มกันสุดตัวเพื่อเดินเครื่องช่วงชิงส่วนแบ่งให้ได้มากที่สุด ยิ่งโดยเฉพาะเบียร์ Mainstream ตลาดที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดเบียร์รวม และเป็นตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดอีกด้วย

แน่นอนว่าผู้นำตลาดยังคงอยู่ในมือของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด หรือ “สิงห์” แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดของเบียร์ Mainstream มีการขยับตัวที่เรียกได้ว่า “หวือหวาจนต้องจับตามอง” โดยเฉพาะการเน้นหนักไปในเรื่องของการปรับ Look วาง Positioning และสร้าง Character ที่เด่นชัดให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ล่าสุด “สิงห์” ได้คลอด U BEER ออกมาเพื่อร่วมแจมในตลาดเบียร์ Mainstream อีกหนึ่งแบรนด์ แม้ว่า “ลีโอ” ยังคงเป็นเบียร์ที่ขายดีที่สุดอยู่ก็ตาม แต่การมาของ U BEER นั้นถือเป็นไม้เด็ดที่สิงห์ต้องการฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของตลาดเบียร์ ฉีกทุกตำราการทำตลาด และยังเป็นการเสริมบัลลังก์ผู้นำตลาดให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิม

 

ปล่อยให้นักดื่มตามหา สร้างกระแสออนไลน์แบบเห็นผล

หลังจากที่ทางสิงห์เริ่มปล่อย U BEER ลงสู่ตลาด หมากเกมนี้ของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ซึ่งโดยปกติเราอาจจะเห็นหนังโฆษณา TVC หรือการทำโฆษณาแบบวงกว้างเพื่อสร้างแบรนด์ Awareness พร้อมๆ กับการเปิดตัว แต่รอบนี้พวกเขากลับเลือกที่จะปล่อย U BEER (แบบขวด 620 มล. และ 320 มล.) ให้กับร้านอาหาร ผับ บาร์ โคเวิร์คกิ้งสเปซ ร้านค้า

พร้อมกับการหันมาใช้การทำตลาดผ่านช่องทาง Social network แบบเข้มข้น เพื่อโหมกระแสให้เหล่านักดื่มทั้งหลายตามหา U BEER สร้างความอยากลิ้มลองให้กับผู้บริโภค วางตัวเป็นแรร์ไอเทมที่ต้องลองดื่มสักครั้ง ซึ่งเป็นการกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของใหม่ให้กับชาว Social network แบบวงกว้างได้เป็นอย่างดี

กลยุทธ์ที่ว่านี้จะสำเร็จหรือไม่นั้นยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญนั่นคือ “ตัวผลิตภัณฑ์” ว่าสามารถดึงดูดผู้บริโภคมากน้อยสักแค่ไหนหรือมีจุดพิเศษอะไรพอที่จะทำให้ผู้บริโภคสนใจจนต้องแชร์ต่อ

ซึ่งดูแล้วทาง สิงห์ เองมีความมั่นใจในคอนเซ็ปต์ของ U BEER เป็นอย่างมากว่าจะสามารถซื้อใจผู้บริโภคได้อย่างอยู่หมัด รวมถึงกล้าที่จะออกแบบดีไซน์ให้ไม่ซ้ำแบบเดิม เลือกใช้คู่สี “เหลือง-ดำ” ที่โดดเด่น พร้อมกับตัว U ที่เรียบง่ายแต่ให้อารมณ์เหมือนเบียร์ต่างประเทศที่มีดีไซน์เป็นมิตรกับคนดื่ม พร้อมลุคที่ดูวัยรุ่นแบบหัวจรดเท้า

มองกลับไปที่ผลตอบรับและกระแสที่เกิดขึ้น
เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า
สิงห์ สอบผ่านฉลุยในเรื่องของการดีไซน์

 

เมื่อเกิดกระแสมากมายอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียลที่พูดถึงปรากฏการณ์เบียร์ใหม่ที่คอเบียร์คอยถามหาว่า “จะหาดื่มได้ที่ไหน อย่างไร” หลายคนเฝ้าคอยที่จะหาซื้อ ถามไถ่กันผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์คกันถึงเรื่องรสชาติจากผู้ที่ได้ลิ้มลอง

ทำให้ “คนที่หาได้เหมือนผู้ชนะ” กระหน่ำ Post รูป U BEER ที่ตนเองหาซื้อได้ก่อนคนอื่นๆ ผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์คจนกลายเป็นฟรีมีเดียที่สิงห์ไม่จำเป็นต้องควักเงินจากกระเป๋าสักบาทเดียว

 

เมื่อดีมานด์พร้อม ขั้นต่อไปต้องเสิร์ฟผ่าน 7-11

หลังจากปล่อยให้นักดื่มทั้งหลายตามหามาหลายเดือนก็ถึงเวลาที่ U BEER ต้องก้าวไปอีกขั้นกับการส่ง U CANU BEER แบบกระป๋อง บรรจุลงตู้แช่ในเซเว่นอีเลฟเว่นนับหมื่นสาขาทั่วประเทศ เพื่อเสิร์ฟความต้องการของนักดื่มทั่วประเทศและสร้างกระแสอีกระลอกกับกระแส SEE U AT 7 แฟนคลับทั้งหลายที่ซื้อ U BEER จากเซเว่นอีเลฟเว่น ต่าง Post รูปพร้อมระบุพิกัดว่าตนสามารถซื้อ U BEER ได้แล้วที่เซเว่นอีเลฟเว่น

สิงห์ เลือก U BEER แบบกระป๋องยาว 490 มล. เสิร์ฟเย็นบนตู้แช่ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา เซ็ตราคาไว้ที่ 50 บาทเท่ากับแบรนด์คู่แข่งพอดิบพอดี นับเป็นการเปิดศึกท้าทายที่กันด้วยคุณภาพและการทำตลาดที่แท้จริง

 

และเมื่อเช็คกันดีๆ เท่ากับว่าตอนนี้สายส่งของของ U BEER นั้นครอบคลุมทุกช่องทางเป็นที่เรียบร้อย แบบขวด 620 มล. และ 320 มล. มีวางขายที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ โคเวิร์คกิ้งสเปซ ร้านค้าโชว์ห่วยที่เป็นสายส่งของสิงห์ รวมถึงแบบยกลังในซุปเปอร์มาเก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต

ในส่วนของ UCAN กระป๋องยาว 490 มล. มีว่างจำหน่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา

 

สำหรับเป้าหมายของ U BEER ในปีนี้และอีก 2-3 ปีข้างหน้า คือ การสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดเบียร์ ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ท้าทายความเชื่อเดิมๆ ที่มีในตลาด “Break all the rules” ด้วยการทำตลาดและแคมเปญที่ “ง่ายแต่โดน”

สร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคในแมสเสจที่ว่า “U=YOU” U BEER คือเบียร์ของ U (คุณ) เเละ “Only U Can Be U เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด”


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer