หลังคอนเทนต์บันเทิง เพลง และแบรนด์เทคโนโลยียังเดินหน้าตีตลาดโลก จนเป็นต้นแบบความสำเร็จของ Soft power ยุคใหม่ ไม่ว่าเกาหลีใต้จะขยับไปทางไหน และประเด็นเชื่อมโยงอื่น ๆ ก็ดูน่าสนใจไปหมด

หลักฐานล่าสุดคือ การไปเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการของ ยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งอังกฤษจัดพิธีต้อนรับระดับสูงสุดแบบรัฐพิธี มีทั้งราชวงศ์และรัฐบาลอังกฤษเข้าร่วม  

แต่การเยือนครั้งนี้ซึ่งคนรุ่นใหม่อาจเห็นกันผ่านการแชร์ภาพ 4 สมาชิกวงสุดเฉิดฉายของ Blackpink ในพระราชวังบักกิ้งแฮม ก็มีนัยสำคัญมากมาย ทั้งการสานต่อความร่วมมือ การลงทุน และฉลองวาระครบการสถาปนาความสัมพันธ์อันยาวนาน แบบที่เราคาดไม่ถึง 

อังกฤษสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้เมื่อปี 1883 ขณะที่เกาหลียังไม่แยกเป็นเหนือและใต้ ท่ามกลางการชิงอำนาจกันของประเทศตะวันตกในเอเชีย โดยมี แฮร์รี่ พาร์กส์ ซึ่งประจำอยู่ในเอเชียตะวันออกอยู่ก่อนแล้ว และเคยไปทั้งจีนกับญี่ปุ่น

รวมถึงมีบทบาทในสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 และหนึ่งในตัวแทนรัฐบาลอังกฤษในฮ่องกง เป็นทูตอังกฤษในเกาหลีคนแรก จึงถือได้ว่าเขาเป็นทูตเกาหลีใต้คนแรกไปโดยปริยาย 

แฮร์รี่ พาร์กส์

อีก 2 ปีต่อมาอังกฤษเข้ามามีบทบาทในเกาหลีมากยิ่งขึ้นผ่านการยึดหมู่เกาะโกมุนโด ใกล้กับเกาะเชจู เพื่อจำกัดอิทธิพลของรัสเซียในเอเชียตะวันออก

ข้ามมาช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950-1953 ชาวเกาหลีใต้จดจำอังกฤษได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นกำลังสำคัญให้กับฝ่ายกองทัพสัมพันธมิตร ด้วยจำนวนทหารมากรองจากสหรัฐฯ 

และยังรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเกาหลีใต้ในสมรภูมิแม่น้ำอิมจินจนสามารถสกัดไม่ให้กองทัพจีนข้ามแม่น้ำแห่งนี้มาได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของทหารอังกฤษ 59 นาย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศแน่นแฟ้น และจากนั้นก็มีบุคคลระดับสูงไปเยือนอีกประเทศอยู่เสมอ เริ่มจากปี 1986 ที่นายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ไปเยือนเกาหลีใต้ และประธานาธิบดี ชุน ดู-ฮวานไปเยือนอังกฤษ

ขณะที่การเสด็จเยือนเกาหลีใต้ของสมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธที่ 2 ในปี 1999 ยังคงเป็นเหตุการณ์สำคัญและข่าวดีที่ชาวเกาหลีใต้ยังจดจำได้ และช่วยชโลมใจหลังผ่านความยากลำบากจากวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย 2 ปีก่อนหน้านั้น

และในยุค 90 เกาหลีใต้กับอังกฤษยังกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นผ่านการพัฒนาดาวเทียมดวงแรกของเกาหลีใต้อีกด้วย

และจำนวนชาวเกาหลีใต้ในย่าน นิว มัลเดน ของกรุงลอนดอน ที่เพิ่มขึ้นจนต่อมาเป็นชุมชนชาวเกาหลีใต้ที่ใหญ่สุดในยุโรป ถึงขนาดที่คนอังกฤษเรียกกันว่า Little Korea เลยทีเดียว 

เวลาล่วงมาถึงปี 2019 เกาหลีใต้ขึ้นมาโดดเด่นบนเวทีโลก ผ่านแบรนด์เทคโนโลยีและความสำเร็จในอุตสาหกรรมบันเทิง แต่อังกฤษมาถึงทางแยกสำคัญ หลังแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยเป็นฝ่ายเกาหลีใต้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ด้วยการทำเขตการค้าเสรี (FTA) เป็นประเทศแรกหลัง Brexit 

ล่าสุดเมื่อ 20-22 พฤศจิกายน ทางการอังกฤษก็จัดพิธีต้อนรับคณะของประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างยิ่งใหญ่ โดยนี่ไม่ใช่แค่การมาเยือนอังกฤษ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของประธานาธิบดีเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นการฉลองวาระครบ 140 ปีในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตด้วย 

จึงมีบุคคลสำคัญของทั้งสองประเทศในแวดวงต่าง ๆ เข้าร่วม และปรากฏเป็นภาพข่าวไปทั่วโลก เช่น กษัติรย์ชาร์ลส์ที่ 3 สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ นายกรัฐมนตรี ริชี ซูนัค

ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ผู้บริหารระดับสูงของแชโบลใหญ่ ๆ ของเกาหลีใต้ รวมไปถึงสมาชิกวง Blackpink ครบทั้ง 4 คน ที่ยังได้รับเครื่องราชฯ ชั้น OBE อีกด้วย 

พร้อมรายงานว่ามีการทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศหลายฉบับ ครอบคลุมทั้งธุรกิจ เทคโนโลยี พลังงาน ไปจนถึงกิจการทางทหาร ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งทำให้มูลค่าทางการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 20,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 706,000 ล้านบาท) จากเมื่อครึ่งแรกของปี 2023 

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน จากนี้จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และบุคคลชั้นนำจากแต่ละวงการจะไปมาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น

ซง เฮืองมิน

ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตอังกฤษทำให้เกาหลีใต้ได้รู้จักดนตรีร็อกผ่าน The Beatles มาปัจจุบันอังกฤษก็เป็นแฟนเพลงตัวยงของ Blackpink และมี ซง เฮืองมิน กำลังสำคัญของสโมสรฟุตบอล Tottenam Hotspurs เป็นนักเตะดังแห่งยุคใน Premier Leauge/bbc, france24, wikipedia, koreatimes


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer