EM DISTRICT ของเดอะมอลล์ ผงาดครบเเล้ว หลัง ดิเอ็มสเฟียร์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

EM DISTRICT ประกอบร่างอย่างสมบูรณ์ เมื่อศูนย์การค้าอันเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย “เอ็มสเฟียร์” เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเเล้ว เติมเต็มโปรเจกต์ลักชัวรี มอลล์ ย่านพร้อมพงษ์ บนถนนสุขุมวิท อันได้เเก่ ดิ เอ็มโพเรียม (THE EMPORIUM) ดิ เอ็มควอเทียร์ (THE EMQUARTIER) และเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) โครงการใหญ่ใจกลางสุขุมวิท THE EPICENTER OF BANGKOK

นับเเต่ที่ ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้ประกาศเมกะโปรเจกต์ลักชัวรี มอลล์ ใน 3 ย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพมหานคร อันได้เเก่ บางกะปิ บางเเค เเละพร้อมพงษ์

เพื่อเนรมิต ทั้งเดอะมอลล์บางกะปิ เดอะมอลล์บางเเค เเละจิ๊กซอว์สำคัญของ EM DISTRICT อย่าง “เอ็มสเฟียร์” สู่รีเทลมิติใหม่

ทุ่มทุนรวมมากกว่า 50,000 ล้านบาท จัดสรรไปยังสองย่าน เดอะมอลล์บางกะปิและบางแค 30,000 ล้านบาท เนรมิตคอบเซ็ปต์สโตร์ใหม่สู่ “Capital of Life Wonders มหานครแห่งใหม่”

และประกาศรีเเบรนด์สู่ “M LifeStore” พื้นที่รวมทั้งสองแห่งกว่า 700,000 ตารางเมตร  และ 20,000 ล้านบาท กับโปรเจกต์เอ็มสเฟียร์ ปลุกกระเเสย่านมิดทาวน์ สู่ Iconic Landmark แห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ

โดยเฉพาะโปรเจกต์ใจกลางสุขุมวิทนี้ ผู้บริหารหมายมั่นปั้นมือให้เป็น ‘HUB OF ENTERTAINMENT’ มุ่งเจาะลูกค้ากำลังซื้อสูง เเละกระตุ้นยอดลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันทั้งสามศูนย์ฯ ผ่านสกายวอล์ก เมื่อการผนึกกำลังครบทั้งสามแห่ง คาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้คนให้เดินทางมายังอาณาจักรนี้ ไม่ต่ำกว่าวันละ 1 แสนคน

“ดิ เอ็มโพเรียม” (THE EMPORIUM) ศูนย์การค้าที่นับได้เป็นจิ๊กซอว์ตัวเเรก เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2540 บนพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร เเละใช้เวลานานเกือบ 20 ปี ก่อนที่เดอะมอลล์จะผุดโปรเจกต์ถัดมา ในปี พ.ศ.2558 กับ “ดิ เอ็มควอเทียร์” (THE EMQUARTIER) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยพื้นที่ 250,000 ตารางเมตร

หากเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของทั้ง 3 ศูนย์ฯ ในอาณาจักร EM DISTRICT นี้ ดิ เอ็มโพเรียม จะเป็น LUXURY INSTITUTE เน้นความหรูหรา แบรนด์หรูจะต้องเป็นแฟลกชิปลักชัวรี ไฮคลาส

ขณะที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ จะเป็น CUTTING EDGE LUXURY & HYBRID ยังคงเป็นแบรนด์ลักชัวรีแต่เน้นไปที่เอกลักษณ์ไลฟ์สไตล์ที่เด่นชัด พร้อมนำเสนอพื้นที่สำหรับคนทำงานยุคใหม่ มีโซนสำนักงาน (ภิรัชทาวเวอร์)

ในด้านของ เอ็มสเฟียร์ คือ ผู้นำแห่งความล้ำสมัย กำหนดเทรนด์แห่งอนาคต ตามคอนเซ็ปต์ Future Retail

 

สำหรับ เอ็มสเฟียร์ ได้ถูกวางให้เป็นศูนย์การค้าแห่งอนาคตที่ไม่หลับใหล (SLEEPESS METROPOLIS) และฮับเอนเตอร์เทนเมนต์แห่งภูมิภาค มูลค่าโครงการรวมพื้นที่สกายวอล์ก 20,000 ล้านบาท มาพร้อมแนวคิดการออกเเบบ Industrial Style ในการตกแต่งภายใน ใช้มิติแสง สี เสียงเข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศผสมผสานงานศิลปะภายในอาคาร เพิ่มประสบการณ์ของการใช้ชีวิตในยุค Society 5.0

นำเสนอร้านค้าเเบรนด์ดังรวม 300 ร้าน และ 1,000 แบรนด์ ที่รวมเอาความพิเศษไว้มากมาย  เช่น ครั้งเเรกของ IKEA สโตร์ใจกลางเมือง กับคอนเซ็ปต์ CITY–CENTRE STORE ครั้งแรกในเอเชีย, Shake Shack สาขา 2 ของไทย, ร้านอาหาร Bread Street Kitchen & Bar สไตล์ All-Day Dining ของเชฟคนดัง Gordon Ramsay, NAYUKI ร้านชานมหมื่นล้านจากประเทศจีน ตามด้วยทัพร้านดังในโซเชียล อาทิ โรงกลั่นเนื้อ (ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อจากถนนทรงวาด), RINTARO ร้านไอศกรีมเจลาโต้สุดฮิตจากญี่ปุ่น, ZAO ร้านอาหารอีสานชื่อดัง ฯลฯ

รวมไปถึงโชว์รูม Rolls–Royce, BMW, Landrover, Porsche, Volvo, Hyundai และ AION

พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษ ที่จะมาปลุกศูนย์การค้าย่านมิดทาวน์ทั้ง 3 เอ็ม สู่ฮับแห่งความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ กับ Sky Beach club และ MEGA Club แหล่ง Hang out & socialize เปิดให้บริการยาวจนถึงตีสาม เเละในอนาคตอาจเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ โครงการ EM DISTRICT ยังประกอบด้วยพื้นที่แห่งความบันเทิง คือ UOB LIVE เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างยูโอบี x ดิ เอ็มดิสทริค x AEG นำเสนอ World class arena สำหรับจัดกิจกรรมด้านความบันเทิงระดับโลก

อาทิ แฟนมีตติ้ง คอนเสิร์ต โชว์เคส เสริมแกร่งภาพการเป็นศูนย์รวมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของภูมิภาค (HUB OF ENTERTAINMENT)

คุณศุภลักษณ์เคยกล่าวไว้ว่า EM DISTRICT คือ โครงการที่จะพาย่านนี้เทียบชั้นมหานครโลก เฉกเช่น ไทม์สแควร์, นิวบอนด์ สตรีท กรุงลอนดอน หรือชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งคืน เป็นเดสทิเนชันแห่งอาหาร ความบันเทิง ตลอดจน Art & Culture

ทั้งนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ปยังเตรียมอัดฉีดงบการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แก่ EM DISTRICT ราว 1,000 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “EM DISTRICT CALLING THE WORLD” ตลอดทั้งเดือนธันวาคมยาวจนถึงมกราคมปี 2567

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer