“ช้าง” และ “สิงห์” คือ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดเบียร์บ้านเรามานานหลายทศวรรษ
แต่ปีนี้คาราบาว กรุ๊ป ได้ส่งเบียร์ “คาราบาว” และ “เบียร์ตะวันแดง” มาเขย่าบัลลังก์เจ้าตลาดเดิม
ถึงแม้สินค้าหลักของคาราวบาว กรุ๊ป คือ เครื่องดื่มชูกำลัง แต่กลุ่มนี้ก็มีโรงเบียร์เยอรมัน ผลิตเบียร์สดมานานกว่า 20 ปีเหมือนกัน
ทำไมไม่เอาเบียร์มาใส่กระป๋องขาย เป็นคำถามที่เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “กลุ่มคาราบาว” ถูกถามอยู่เสมอ
2 คำตอบหลัก ๆ ของเขาก็คือ 1. ต้องการโฟกัสเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดงให้เข้มแข็งก่อน
2. ยังไม่พร้อม
คำว่า “ไม่พร้อม” ของเสถียรไม่ได้หมายความว่าเขาจะ “ไม่ทำ” เพียงแต่ต้องการเวลาเพื่อสะสมสรรพกำลังต่าง ๆ ให้พร้อมที่สุด
เพราะเขารู้ดีว่าเบียร์ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของตลาดเครื่องดื่มไทยประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ในขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ดังนั้น จึงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้หากต้องการเติบโต
แต่การเข้ามาทำตลาดเบียร์ท่ามกลาง 2 คู่แข่งผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คิดผิดหรือพลาดแค่นิดเดียวชีวิตเปลี่ยนแน่นอน
วันนี้เขาพร้อมแล้ว พร้อมมากจนกล้าประกาศว่า “เราไม่เคยคิดจะมีมาร์เก็ตเเชร์เป็นเเค่เบอร์ 3 อย่างแน่นอน
ความพร้อมของเบียร์คาราบาว ผ่านการวางไว้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ
1. มั่นใจว่ารสชาติที่ออกมาต้องได้เหมือนกับโรงเบียร์
2. พร้อมที่จะแข่งขันในทุกเซกเมนต์ตั้งเเต่ Premium Standard และ Economy โดยแบรนด์คาราบาวจะลงมาสู้ในเซกเมนต์อีโคโนมีถึงสแตนดาร์ด แบรนด์ตะวันแดง พร้อมรบในเซกเมนต์สแตนดาร์ดถึงพรีเมียม
3. พร้อมทำ Marketing ในเรื่อง “เบียร์” กับ “บอล” เพื่อเป็นตัวเบิกทางสู่ตลาดต่างประเทศ โดยการต่อสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอล Carabao Cup ไปอีก 3 ปีจนถึงปี 2027 กับ English Football League (EFL) เพื่อทำให้ชื่อเเบรนด์คุ้นชินกับผู้บริโภค
4. การกระจายสินค้าผ่านร้านค้าเครือข่ายของกลุ่มคาราบาว ทั้งซีเจ มอร์ 1,000 สาขาทั่วประเทศ, ร้านถูกดี มีมาตรฐาน 5,000 ร้านทั่วประเทศ ตลอดจนช่องทางของโมเดิร์นเทรดและเทรดดิชันนอลเทรด
มีการจัดทัพปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าในเครือใหม่ทั้งหมด ด้วยการกระจายสินค้าสู่ “ตัวแทนจำหน่ายระดับอำเภอทั่วประเทศ” โดยตรง ลดขั้นตอนการกระจายสินค้า ให้สินค้าเจาะเข้าถึงร้านค้าย่อยหรือโชห่วยทั่วประเทศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้ง “เบียร์คาราบาว” และ “เบียร์ตะวันแดง” เสถียรใช้บริษัทส่วนตัวนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ บริษัทตะวันแดง 1999 เป็นผู้ผลิต (บ. ตะวันแดง เป็นเจ้าของเครื่องดื่มโซจู “แทยัง” วิสกี้เทนโดะ เหล้าขาว ตะวันแดง ข้าวหอม บรั่นดี กาแลคซี่)
และใช้เครือข่ายที่แข็งแรงของ บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายในเครือคาราบาว กรุ๊ป (เจ้าของ คาราบาวแดง วู้ดดี้ ซี ล็อค กาแฟ น้ำดื่ม) ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้กระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว
ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า “เบียร์” ตำนานบทใหม่ของกลุ่มคาราบาว กรุ๊ป จะไปต่อได้ดีหรือไม่ และทั้งช้างและสิงห์วางแผนการรับน้องไว้อย่างไรบ้าง
สงครามครั้งใหม่ในตลาดน้ำเมาเริ่มขึ้นแล้ว
–
