สมรภูมิเครื่องแต่งกายยีนส์ในประเทศไทย ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งกันด้วยความทนทานอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับสู่สงครามแห่งดีไซน์ ไลฟ์สไตล์ และการชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภค 

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แฟชั่นที่ปรับเปลี่ยนไวสอดรับกับความคล่องตัว มีแพตเทิร์นที่ใส่แล้วเสริมความมั่นใจ และเป็นไอเทมที่สะท้อนตัวตนได้ชัดเจน 

ตลาดยีนส์ 20,000 ล้าน Mc Jeans – Levi’s – Lee 

ในวันที่ความทนทานไม่พอ บนสมรภูมิยีนส์แฟชั่นไม่มีวันตาย

แบรนด์ Mc Jeans (แม็ค ยีนส์) Levi’s (ลีวายส์) Lee (ลี)
ประเทศต้นกำเนิดแบรนด์ ไทย สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
สาขาแรก / ปีที่ก่อตั้ง ปี ค.ศ. 1975, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย ปี ค.ศ. 1853, เมืองซานฟรานซิสโก, รัฐแคลิฟอร์เนีย ปี ค.ศ. 1889, เมืองซาลินา, รัฐแคนซัส
จุดเริ่มต้น ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตกางเกงยีนส์ที่ตอบสนองความต้องการของคนไทย โดยออกแบบแพตเทิร์นและไซซ์ให้เข้ากับสรีระโดยเฉพาะ จนเติบโตเป็นแบรนด์ยีนส์อันดับ 1 ของประเทศ ลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) เริ่มธุรกิจขายส่งเสื้อผ้าและผ้าใบ ก่อนจะร่วมมือกับ จาค็อบ เดวิส (Jacob Davis) สร้างสรรค์กางเกงยีนส์ตอกหมุดทองแดง ตัวแรกของโลกในปี 1873 เฮนรี เดวิด ลี (Henry David Lee) ก่อตั้งบริษัทผลิตชุดทำงานและชุดเอี๊ยม ก่อนจะพัฒนาและสร้างนวัตกรรมกางเกงยีนส์แบบใช้ซิปตัวแรกของโลก
บริษัทที่บริหารจัดการในไทย บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ลีวาย สเตราส์ (ประเทศไทย) จำกัด

(เข้ามาบริหารจัดการโดยตรงในไทยตั้งแต่ปี 2022)

บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล
จำนวนสาขา หรือ จุดจำหน่าย ปี 2026 570 สาขาทั่วประเทศ จุดจำหน่าย 200 แห่งทั่วประเทศ จุดจำหน่าย 200 แห่งทั่วประเทศ
Marketeer FYI: ตลาดยีนส์ในไทย มูลค่าอยู่ที่ราว 15,000 – 20,000 ล้านบาท โดย Mc Jeans ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ประมาณ 20% ขณะที่ Levi’s และ Lee ถือเป็นอินเตอร์แบรนด์ที่แข็งแกร่งในกลุ่มพรีเมียมและเออร์เบินไลฟ์สไตล์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงในหัวเมืองใหญ่ และทั้ง 3 ถือเป็นแบรนด์ที่กวาดรายได้ในระดับพันล้านบาทต่อปีมาได้อย่างยาวนาน
ที่มา: Marketeer รวบรวม / พฤษภาคม 2026

ปัจจุบันตลาดยีนส์ในไทยมีมูลค่าอยู่ที่ราว 15,000 – 20,000 ล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5-10% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของช่องทางอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้การแข่งขันเปิดกว้างและดุเดือดสำหรับผู้เล่นหลายสัญชาติ 

ทั้งฝั่งอินเตอร์แบรนด์และโลคอลแบรนด์ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างมีนัยสำคัญ 

ตลาดยีนส์สามารถแบ่งเซกเมนต์ตามราคาได้ตั้งแต่กลุ่มแมส ต่ำกว่า 1,000 บาท กลุ่มมีเดียม 1,000 – 3,500 บาท ไปจนถึงกลุ่มพรีเมียมราคา 3,500 บาทขึ้นไป ซึ่งยีนส์คือแฟชั่นที่ไม่มีวันตายสำหรับคนไทย

กลุ่มแบรนด์สัญชาติไทยนั้นยังคงรักษาฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งด้วยการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและนำเสนอคุณค่าผ่านสรีระคนไทย 

นำโดยพี่ใหญ่อย่าง ‘Mc Jeans’ (แม็ค ยีนส์) ที่ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ล่าสุดได้เดินหน้ากลยุทธ์รีโนเวตช้อปสู่แฟลกชิปสโตร์ และรุกตลาดด้วยคอลเลกชันอย่าง “Mc PLAY” ที่มีไอเทมแบบ One size fits all เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน 

‘Hara’ (ฮาร่า) ที่บุกเบิกตลาดยีนส์มาตั้งแต่ยุคแรก ยังคงโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ป้ายหนังและกระเป๋าหลังลายปีกนก จากการปรับตัวนำความเก๋ามาเล่าใหม่ในสไตล์แฟชั่นวินเทจ

นอกจากแบรนด์ดั้งเดิมแล้ว ยังมีกลุ่มแบรนด์ท้าชิงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ‘Niyom Jeans’ (นิยมยีนส์) ที่สร้างปรากฏการณ์ผ่านการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม TikTok ชูจุดขายทรงกางเกงพรางหุ่นสไตล์คนเอเชียจนเป็นไวรัล 

MERGE (เมิร์จ) แบรนด์ที่แจ้งเกิดจากการแก้ Pain Point เรื่องสรีระผู้หญิงเอวเล็กแต่สะโพกใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มไลฟ์สไตล์ เช่น กระเป๋า ที่ฮิตจนเกิดปรากฏการณ์ต่อคิวซื้อ พร้อมทั้งยกระดับแบรนด์สู่สากลด้วยการไปปรากฏตัวใน New York Fashion Week 2025 

กลุ่มคราฟต์ยีนส์พรีเมียมอย่าง ‘PIGER WORKS’ (พิกเกอร์ เวิร์คส์) ที่เน้นจุดขายผ้าทอคุณภาพสูง กระดุมเงินแท้ และการสร้างคอมมูนิตี้คนรักยีนส์ที่แข็งแกร่ง 

Simple & Raw (ซิมเปิ้ล แอนด์ รอว์) ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่นด้วยยีนส์ผ้าดิบสำหรับปั้นเฟดในราคาจับต้องได้

ทางด้านกลุ่มยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่มีระบบซัพพลายเชนระดับโลก นำโดย ‘Levi’s’ (ลีวายส์) ผู้ให้กำเนิดกางเกงยีนส์ที่ยังคงย้ำภาพลักษณ์ “ออริจินัลยีนส์” ผ่านรุ่นตำนานอย่าง 501 มอบประสบการณ์ปรับแต่งยีนส์ผ่าน Levi’s Tailor Shop และสร้างสีสันด้วยการคอลแล็บส์กับแบรนด์สตรีทแฟชั่นอย่างสม่ำเสมอ 

ขณะที่แบรนด์ภายใต้การบริหารของ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล อย่าง ‘Lee’ (ลี) เน้นกลยุทธ์ที่ใช้นวัตกรรมเนื้อผ้าใส่สบาย คล่องตัว ตอบโจทย์เออร์เบินไลฟ์สไตล์ของชาวเมือง 

Wrangler (แรงเลอร์) รุกตลาดอย่างหนักด้วยการเจาะกลุ่มสายลุยที่รักการผจญภัยและความวินเทจ พร้อมปล่อยคอลเลกชันพรีเมียมที่ใช้ผ้าสั่งทอพิเศษจากญี่ปุ่นและนวัตกรรมป้ายยางรักษ์โลก

นอกจากนี้ ตลาดยีนส์ไทยยังถูกเขย่าด้วยกระแสแฟชั่นที่กลับมาบูมอีกครั้ง ทั้งการปรากฏตัวของแบรนด์ยุค 90 อย่าง ‘Gap’ (แก๊ป) แบรนด์สัญชาติสหรัฐอเมริกาที่คืนชีพกลับมาฮิตในหมู่ Gen Z (11-26 ปี) และ Gen Y (27-42 ปี) ด้วยการชูเทรนด์ย้อนยุคและดึงเซเลบริตี้คนรุ่นใหม่มาเป็นกระบอกเสียง 

รวมถึงแบรนด์ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์สตรีทแฟชั่นอย่าง ‘Marithe Francois Girbaud’ (มาริเต ฟรองซวา ฌิร์โบด์) แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสที่ถูกชุบชีวิตโดยบริษัทเกาหลีใต้ ซึ่งกลุ่มยัสปาลได้นำเข้ามาเปิดแฟล็กชิปสโตร์ในไทย โดดเด่นด้วยกลิ่นอายเดนิมที่ผสมผสานอิทธิพลของ K-Pop และการใช้นักแสดงเกาหลีชื่อดังมาดึงดูดกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นจนกลายเป็นไอเทมยอดฮิตบนท้องถนน 

เสริมทัพด้วยกลุ่มฟาสต์แฟชั่นอย่างแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ‘Uniqlo’ (ยูนิโคล่) ที่ครองใจกลุ่มคนทำงานด้วยนวัตกรรมเนื้อผ้ายืดหยุ่น และแบรนด์สัญชาติสวีเดน ‘H&M’ (เอชแอนด์เอ็ม) ที่เน้นความรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนคอลเลกชันตามเทรนด์โลก 

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สมรภูมิตลาดยีนส์ในไทยปัจจุบัน กลายเป็นสนามแข่งขันที่รวบรวมทั้งนวัตกรรม ตำนาน และรสนิยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเข้มข้น